แฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานของท่านประธานหนุ่มถูกเปิดผ่านด้วยความเร็วที่บ่งบอกถึงอารมณ์คุกรุ่นภายใน คิรากรขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นระหว่างคิ้วแทบจะผูกกันเป็นปม สายตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองตัวเลขสรุปยอดขายในไตรมาสล่าสุด แต่มันกลับไม่ได้เข้าสมองเลยสักนิด เมื่อภาพที่ติดตรึงอยู่ในหัวเวลานี้ไม่ใช่กราฟพุ่งขึ้นหรือลง แต่เป็นแผ่นหลังบางของใครบางคนที่หันหลังให้เขาอย่างไร้เยื่อใยเมื่อสิบนาทีที่แล้ว
"รินรดา..."
ชื่อนั้นหลุดออกจากริมฝีปากหยักลึกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดปนกระวนกระวายอย่างปิดไม่มิด ปกติแล้วเลขานุการคนเก่งจะต้องยืนรายงานตารางงานด้วยรอยยิ้มมุมปากแบบกวนประสาท หรือไม่ก็ตอบโต้เขากลับด้วยวาจาคมคายชนิดที่ทำให้เขาต้องแอบยิ้มอยู่คนเดียว แต่วันนี้... เธอกลับเงียบ ผิดปกติ เงียบจนน่ากลัว แถมยังเอ่ยขอลาพักร้อนแบบกะทันหันโดยไม่มีกำหนดชัดเจนอีกด้วย
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งก่อนที่ร่างบางในชุดสูทเข้ารูปจะก้าวเข้ามา แต่ครั้งนี้ไม่มีรอยยิ้มยั่วเย้า ไม่มีประโยคแซวกลับกวนๆ มีเพียงใบหน้านิ่งเรียบและการก้าวเดินที่เว้นระยะห่างอย่างชัดเจน
"เอกสารงบประมาณโครงการใหม่ที่ท่านประธานขอค่ะ ดิฉันตรวจสอบตัวเลขและเซ็นอนุมัติเบื้องต้นไว้หมดแล้ว วางไว้ตรงนี้นะคะ" เสียงหวานเอ่ยเรียบๆ ไม่มีแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตา น้ำเสียงนั้นช่างห่างเหินราวกับพวกเขาเป็นแค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญมาเดินชนกันในลิฟต์
คิรากรกระแทกแฟ้มในมือปิดลงเสียงดังสนั่นจนรินรดาต้องชะงักฝีเท้า
"เดี๋ยว" เขาเอ่ยเสียงห้วนจัด ดวงตาคมกราบกรานมองร่างบางที่ยืนนิ่งสนิท "นี่เธอเป็นอะไรของเธอรินรดา ตั้งแต่เช้าแล้วนะ ทำตัวเป็นหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกหรือไง อยากประชดอะไรนักหนา!"
รินรดาถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอยอมเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นว่างเปล่าไร้ประกายความซุกซนอย่างเคย ไร้ร่องรอยของการต่อล้อต่อเถียงที่เขารอคอย
"ดิฉันไม่ได้ประชดค่ะท่านประธาน... ดิฉันแค่ทำหน้าที่ตามกรอบที่ควรจะเป็น" เธอยิ้มบางๆ ยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา "ในเมื่อคุณคีย์บอกว่าเราควรเว้นระยะห่างให้เหมาะสมในฐานะเจ้านายกับลูกน้อง ดิฉันก็แค่ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดค่ะ มีอะไรให้ดิฉันรับใช้เพิ่มอีกไหมคะ ถ้าไม่มี... ดิฉันขอตัวไปเคลียร์งานข้างนอกต่อ"
คำพูดนั้นแทงเข้าที่กลางใจของคนฟังอย่างจัง คิรากรหน้าชาวามวาบ คำพูดที่เขาเคยพลั้งปากไล่เธอด้วยความซึนและฟอร์มจัดในวันก่อน บัดนี้มันย้อนกลับมาเชือดเฉือนหัวใจตัวเองจนแหลกเหลว ร่างสูงผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังราคาแพง ขายาวก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวหญิงสาวทันทีจนเธอต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน
"ฉันพูดเล่น... เธอฟังไม่ออกหรือไงว่าฉันโมโหเรื่องอื่น" คิรากรก้มลงมองหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีอากาศหายใจ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ แต่นายสาวกลับกัดริมฝีปากแน่น ฝืนใจเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความไหววูบในแววตา
"แต่ดิฉันไม่ได้ล้อเล่นค่ะท่านประธาน... การเว้นระยะห่างคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว" เธอดันอกกว้างของเขาออกเบาๆ แม้แรงนั้นจะไม่มากพอจะผลักเขาให้ถอยหลังได้ แต่ความเย็นชาในน้ำเสียงของเธอกลับทรงพลังยิ่งกว่ากำแพงเหล็กกล้า "ปล่อยเเถอะค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะเข้าใจผิดกันไปใหญ่ คนระดับคุณคีย์... คงไม่สนุกหรอกนะคะที่มีข่าวเสียหายกับเลขานุการ"
คิรากรขบกรามแน่น ความโกรธผสมความร้อนรนตีรวนขึ้นจนจุกอก มือหนาคว้าข้อแขนเรียวไว้โดยอัตโนมัติ ไม่ยอมปล่อยให้เธอเดินหนีหายไปจากสายตาอีกเด็ดขาด
"ใครจะเข้าใจผิดก็ช่าง! ปล่อยให้เข้าใจไปสิ ฉันไม่แคร์" เขาเผลอหลุดเสียงดังใส่ด้วยความร้อนใจ ความซึนที่เคยมีพังทลายไม่เป็นท่าเมื่อเห็นท่าทีห่างเหินของเธอ "เธอเป็นอะไร ทำไมต้องทำตัวห่างเหินขนาดนี้ โกรธเรื่องที่ฉันพูดแรงใส่ใช่ไหม งั้นฉันขอโทษ... พอใจหรือยัง!"
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าคนปากแข็งอย่างคิรากรจะหลุดคำว่า 'ขอโทษ' ออกมาจากปากได้ง่ายดายขนาดนี้ ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่แล้วความน้อยใจก่อนหน้านี้ก็ทำให้นายสาวต้องดึงสติกลับมาแล้วเชิดหน้าขึ้นสู้
"คุณคีย์ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่คะ... คุณแค่พูดความจริง" รินรดายิ้มหยันให้ตัวเอง "เราเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้อง การที่ดิฉันจะถอยออกมาอยู่ให้ถูกที่ถูกทาง มันคือสิ่งที่สมควรทำแล้วไม่ใช่เหรอคะ หรือว่า... คุณคีย์แค่กลัวว่าไม่มีใครคอยรองรับอารมณ์ฉุนเฉียวของคุณกันแน่"
"รินรดา!" คิรากรคำรามต่ำในลำคอด้วยความหมั่นไส้ระคนเจ็บปวด ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่ตอนนี้รั้นเสียจนน่าจับมาตีให้เข็ด มือใหญ่กระชับข้อมือเธอแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว "เธอคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอ... คิดว่าสำหรับฉัน เธอเป็นแค่คนรองรับอารมณ์งั้นเหรอ"
"แล้วสำหรับคุณคีย์... ดิฉันเป็นอะไรล่ะคะ?"
คำถามนั้นหลุดออกจากปากของรินรดาโดยไม่ทันตั้งตัว บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กับเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามแข่งกัน คิรากรชะงักงัน ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเจอคำถามที่ตรงประเด็นและจี้ใจดำจนตั้งรับไม่ทัน
เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบบางอย่างออกไป เพื่อทำลายกำแพงความเย็นชาที่เธอก่อขึ้น
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต ร่างสูงโปรดปรานของแขกไม่速之客ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์
"ขอโทษทีครับคีย์ พอดีผมเอาเอกสารด่วนมา... อ้าว น้องรินอยู่ด้วยเหรอครับเนี่ย บรรยากาศดูเครียดๆ นะครับเนี่ย มีอะไรกันหรือเปล่าเอ่ย?"
คิรากรผละออกจากรินรดาด้วยความหัวเสีย นัยน์ตาคมฉายแววหงุดหงิดอย่างรุนแรงที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ ในขณะที่รินรดาอาศัยจังหวะชุลมุนนี้สะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุม แล้วถอยหลังก้าวออกไปยืนเว้นระยะห่างทันที พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดให้ผู้มาใหม่
พุดดิ้งคาราเมลขอส่งกำลังใจให้รินรดารอดพ้นจากสถานการณ์อันตึงเครียดนี้ไปให้ได้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 21
รอยร้าวของความเย็นชา
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!