ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูห้องทำงานกระจกฝ้าไม่ได้ทำให้คิรากรสบถด้วยความหงุดหงิดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มผละออกจากริมฝีปากของรินรดาอย่างรวดเร็วราวกับต้องของร้อน ใบหน้าคมสันที่มักจะเรียบนิ่งราดด้วยน้ำแข็งมาตลอด บัดนี้กลับฉายแววเคร่งเครียดและกรุ่นโกรธอย่างชัดเจนเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาร่างของคนที่กำลังก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวของเขา
ให้ตายสิ... ทำไมช่วงเวลาที่เขากำลังจะได้คำตอบที่ค้างคาใจถึงมักจะมีตัวน่ารำคาญโผล่มาขัดจังหวะอยู่เรื่อย!
"บอสคะ คือว่าเอกสารงบประมาณไตรมาสหน้า..." เสียงหวานใสแต่เจือความยדยเย้ยนิดๆ ของเลขาคนเก่งดังขึ้นแทรกความเงียบ รินรดาขยับถอยหลังหนึ่งก้าว จัดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทีเรียบร้อยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ แม้ว่าพวงแก้มใสจะขึ้นสีแดงจัดจนลามเลียไปถึงใบหูก็ตาม ดวงตากลมโตฉายแววระยิบระยับด้วยความขบขันที่เจ้าตัวจงใจส่งมาเย้าแหย่เขา
"เงียบไปเลย, รินรดา" คิรากรเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างบางที่ลอยหน้าลอยตาทำเป็นตรวจดูแฟ้มเอกสารในมือ ทั้งที่เมื่อกี้... ให้ตายเถอะ รสชาติหวานละมุนจากริมฝีปากคู่นั้นยังติดอยู่ที่ปลายลิ้นของเขาอยู่เลย หวงก็หวง โกรธก็โกรธที่ยัยตัวแสบดันรู้ทันและปั่นหัวเขาเล่นได้ตลอดเวลา
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่หน้าประตูดังกดดันเข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงทุ้มของบุคคลที่สามที่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงเหวในพริบตา
"คีย์... ฉันเอง เดย์"
น้ำเสียงนั้น... เดย์ หรือ ภาคิน คู่แข่งทางธุรกิจที่จ้องจะฮุบโปรเจกต์ใหญ่ของบริษัทเขาอยู่ตลอดเวลา และยังมีคดีเก่าเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวที่คิรากรสลัดไม่หลุดเสียที รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาบอสหนุ่มทันที แววตาซุกซนเมื่อครู่วับหายกลายเป็นความคมก్రిบที่อ่านยาก
"อ้าว คุณภาคินนี่เอง เชิญค่ะ บอสกำลัง... อารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่พอดีเลย" รินรดาเอ่ยต้อนรับด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่ชวนให้คนฟังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เธอจงใจเน้นเสียงตรงคำว่า 'อารมณ์ไม่ดี' จนคิรากรต้องส่งค้อนวงใหญ่ให้
"รินรดา ออกไปก่อน" คิรากรสั่งเสียงต่ำ แววตาดุดันส่งสัญญาณเตือนว่าเขาชักจะหมดความอดทนแล้วจริงๆ
"อุ๊ย ไม่เป็นไรหรอกครับคีย์ ผมแค่อยากมาคุยเรื่องดีลที่เราค้างคาไว้..." ภาคินก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่รอให้อนุญาต สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองสำรวจระหว่างประธานหนุ่มกับเลขาสาวที่ยืนใกล้กันเกินความจำเป็น รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากของภาคิน "ดูท่าทาง... ผมจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย?"
บรรยากาศในห้องประชุมส่วนตัวคุกรุ่นขึ้นมาทันที เคมีระหว่างเสือสองตัวปะทะกันอย่างเงียบเชียบ แต่คนที่อันตรายที่สุดในห้องนี้กลับไม่ใช่ผู้ชายสองคนนั้น... รินรดากวาดตามองสถานการณ์แล้วลอบถอนหายใจเบาๆ เธอไม่อยากเอาตัวเข้าไปพัวพันกับเกมการเมืองในบริษัทตอนนี้ แต่ในเมื่อบอสจอมซึนกำลังจะระเบิดอารมณ์ใส่แขกไม่ได้รับเชิญ เธอคงต้องหาทางช่วย 'ดับไฟ' เสียหน่อย
"ไม่ได้ขัดหรอกค่ะคุณภาคิน บอสแค่กำลัง... ทบทวนตัวเลขงบประมาณที่ฉันเสนอไปน่ะค่ะ พอดีมันมีตัวเลขที่ 'น่าตกใจ' อยู่หลายจุด จนบอสถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว" รินรดาเอ่ยเสียงใส รอยยิ้มการค้าประดับบนใบหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ แต่คำพูดกลับเชือดเฉือนนิ่มๆ จนคิรากรต้องเหลือบมองด้วยความระอาปนเอ็นดู
"งั้นเหรอครับ..." ภาคินหรี่ตามองเลขาคนใหม่ของคิรากรอย่างประเมิน "เลขาคุณนี่ฝีปากกล้าดีนี่คีย์ ระวังจะควบคุมไม่ไหวเอานะ"
"เรื่องของผม!" คิรากรกระแทกเสียงกร้าว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจที่อีกฝ่ายกล้าวิจารณ์คนของเขา "ถ้าไม่มีเรื่องงานสำคัญ ก็เชิญออกไปจากห้องของผมได้แล้ว ภาคิน"
ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วห้องจนแทบหายใจไม่ออก ภาคินหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หราก่อนจะยอมหันหลังเดินกลับออกไป แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง
*กริ๊งงงงงง!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นสนั่นตึก พร้อมกับไฟฉุกเฉินสีแดงที่กะพริบวาบไปทั่วบริเวณ แรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากด้านนอกทำให้พื้นห้องทำงานชั้นบนสุดโยกเล็กน้อย ก่อนที่ระบบไฟฟ้าทั้งหมดจะดับวูบลง เหลือเพียงแสงสลัวจากไฟสำรองที่ส่องสว่างน้อยนิด
"เกิดอะไรขึ้นวะ!" คิรากรสบถลั่น ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานทันที
"ระบบไฟฟ้าขัดข้องหรือเปล่าคะบอส?" รินรดาขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานโดยอัตโนมัติ แม้ปากจะเก่งแค่ไหน แต่ความมืดกะทันหันก็ทำให้เธอเผลอเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อสูทของคนตัวโตกว่าไว้โดยไม่รู้ตัว
"อย่าบอกนะว่า..." คิรากรขมวดคิ้วมุ่น นึกถึงสภาพตึกเก่าที่กำลังรีโนเวทระบบไฟ เขารีบคว้าข้อมือเรียวของรินรดาลากพุ่งตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัวที่อยู่มุมห้องทันที "ลิฟต์สำรองน่าจะยังใช้งานได้ ลงไปข้างล่างก่อนที่ระบบจะล็อกอัตโนมัติ!"
"เดี๋ยวก่อนสิบอส! เราจะลงลิฟต์ตอนไฟดับเนี่ยนะ คุณบ้าหรือเปล่า!" รินรดาร้องโวยวายพยายามยื้อข้อมือตัวเองไว้ แต่แรงของผู้ชายร่างสูงใหญ่มีหรือที่เธอจะสู้ไหว สุดท้ายก็โดนลากเข้าไปในตัวลิฟต์ส่วนตัวจนได้
ประตูลิฟต์ปิดสนิทลงอย่างรวดเร็วก่อนที่ภาคินจะวิ่งตามมาทัน แสงไฟด้านในกะพริบอยู่สองสามทริป ก่อนที่ทุกอย่างจะดับสนิทลงสนิท...
*กึก!*
เสียงกลไกด้านบนสะดุดอย่างรุนแรง ตัวลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนที่ลงมาหยุดกะทันหันจนคนทั้งคู่เซถลืนเข้าหา ʻอ๊ะ!ʼ รินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ร่างบางชนเข้ากับแผงอกกว้างของคิรากรอย่างจัง มือเรียวรีบดันอกอีกฝ่ายไว้ แต่กลับถูกวงแขนแข็งแกร่งรวบเอวคอดเข้ามาแนบชิดโดยสัญชาตญาณ
ความมืดมิดปิดกั้นทุกสิ่ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดรดรินอยู่ใกล้กันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม
"ปล่อยฉันได้แล้วมั้งคะบอส..." รินรดากระซิบเสียงเบา พยายามซ่อนความสั่นพร่าในน้ำเสียงของตัวเอง เมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากฝ่ามือหนาที่ยังคงโอบเอวเธอไว้แน่น
"ถ้าไม่ปล่อย... เธอจะทำไม?" เสียงทุ้มต่ำของคิรากรกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ ความมืดมิดในพื้นที่แคบๆ นี้ไม่ได้ทำให้เขากลัวเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับปลุกสัญชาตญาณบางอย่างที่เขาพยายามกดขี่มันไว้ให้ออกมาอาละวาด
"บอส... เราติดอยู่ในลิฟต์นะ" รินรดาเตือนสติด้วยน้ำเสียงที่เริ่มไม่ค่อยมั่นคงนัก เมื่อรับรู้ได้ถึงระยะห่างที่แทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวลิฟต์ค้าง แต่เป็นเพราะผู้ชายเอาแต่ใจที่กำลังกักขังเธอไว้ในอ้อมแขนต่างหาก
"ก็ดีเหมือนกัน..." คิรากรพึมพำเสียงพร่า ใบหน้าคมสันโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกันในความมืด "จะได้ไม่มีใครมารบกวนเวลา... ที่เรายังคุยกันไม่จบเมื่อกี้"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองไม่เห็นใบหน้าของเขาชัดเจน แต่สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบที่ไล้เกลี่ยอยู่บริเวณแก้มเนียนนั้นชัดเจนเสียจนสติกระเจิง ปากเก่งๆ ที่เคยต่อปากต่อคำกับเขามาตลอดกลับพับ2เก็บเข้าลิ้นชักไปชั่วขณะ
"คุณคีย์... อื้ม..."
คำพูดท้วงติงถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาอีกครั้งอย่างไร้การผ่อนปรน คราวนี้มันไม่มีความลังเลหรือเสียงเคาะประตูขัดจังหวะใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ และรสจูบเอาแต่ใจที่ดึงเอาสติสัมปชัญญะของเธอหลุดลอยไปไกล
ในพื้นที่แคบๆ ที่มีเพียงอากาศน้อยนิด หัวใจของคนทั้งคู่กลับเต้นแรงยิ่งกว่าตอนอยู่ข้างนอกเสียอีก คิรากรกดจูบย้ำเน้นย้ำความรู้สึกทั้งหมดลงไปในความมืด ขณะที่มือเรียวของรินรดาที่ตอนแรกทำท่าขัดขืน ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นเรื่อยๆ เพื่อยึดเหนี่ยวตัวเองไม่ให้ร่วงหล่น
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและลึกซึ้งถึงขีดสุดนั้นเอง
*ตี๊ด!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยแผดดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับหลอดไฟฉุกเฉินสีขาวด้านบนลิฟต์ที่ติดสว่างวาบขึ้นกะทันหัน แสงไฟจ้าบาดตาทำให้ทั้งคู่ต้องผละออกจากกันอย่างตกใจ
และก่อนที่รินรดาจะได้ทันตั้งสติ หรือคิรากรจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ประตูลิฟต์ด้านนอกก็ถูกงัดเปิดออกด้วยแรงของช่างซ่อมบำรุง พร้อมกับใบหน้าตกตะลึงของใครบางคนที่ยืนรออยู่ด้านนอก...
*ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นะคะ!*
กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 29
ความลับในลิฟต์
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!