กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 30

ยอมรับซะทีเถอะ

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
แสงไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบวับวาบสาดส่องกระทบใบหน้าตื่นตะลึงของพนักงานซ่อมบำรุงที่เพิ่งงัดประตูลิฟต์ออกได้สำเร็จ ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมและชวนหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อครู่ กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบกริบชั่วขณะ ก่อนที่เสียงกระแอมไอแก้เก้อของช่างหนุ่มจะดังขึ้นทำลายความอึดอัด "เอ่อ... ขออภัยครับ พอดีระบบลิฟต์ขัดข้องฉุกเฉิน... ทางสะดวกแล้วครับ เชิญคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงออกมาก่อนได้เลยครับ" รินรดากะพริบตาปริบๆ ดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้ขยับตัวออกห่างจากแผงอกกว้างที่ยังคงแนบชิดทันที แต่กลับใช้จังหวะนี้แหละ—จังหวะที่หัวใจของคนตัวโตกว่ายังเต้นโครมครามจนเธอสัมผัสได้—ส่งสายתตาคมกริบมองลอดผ่านไหล่หนาออกไปข้างนอก เธอขยับรอยยิ้มมุมปากนิดๆ ส่งสัญญาณให้ช่างซ่อมบำรุงถอยฉากไปก่อนด้วยสายตาเฉียบขาด จนอีกฝ่ายต้องรีบหลบตาแล้วถอยกรูดออกไปยืนรอห่างๆ อย่างรู้หน้าที่ ทันทีที่พื้นที่ส่วนตัวกลับมาเป็นของเขาทั้งสองคนอีกครั้ง รินรดาก็เงยหน้าขึ้นสบตาประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าปากร้ายที่สุดในสามโลก คิรากรกำลังขบกรามแน่น สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามฟอร์มคนฟอร์มจัดที่พยายามรวบรวมเศษซากความเยือกเย็นกลับคืนมา ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้าเรียบเฉยใส่เธอเสมอในยามปกติ ตอนนี้กลับขึ้นสีเรื่อจางๆ ตรงโหนกแก้มอย่างปิดไม่มิด "มองอะไรเล่า ยัยตัวแสบ" คิรากรเค้นเสียงดุกลบเกลื่อนอาการประหม่า มือหนาที่เผลอโอบเอวเธอไว้เมื่อครู่รีบชักกลับราวกับโดนของร้อน ก่อนจะยกขึ้นกอดอกทำท่าตีสีหน้ายักษ์ใส่เธอทันที "คิดว่าทำหน้าแบบนั้นแล้วฉันจะกลัวเธอหรือไง" "ไม่ได้คิดว่าคุณคีย์กลัวค่ะ..." รินรดาลากเสียงยาวอย่างหมั่นไส้ ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอีกนิด บีบพื้นที่แคบๆ ในลิฟต์ให้แคบลงไปอีกจนแผ่นหลังของคนตัวโตเกือบจะติดผนังตู้โดยสาร "...แต่กำลังคิดว่า เมื่อไหร่คนปากแข็งแถวนี้จะยอมรับความจริงสักทีต่างหากล่ะคะ" "ฉันจะยอมรับอะไร พูดจาเพ้อเจ้ออะไรของเธอ" คิรากรสวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนจัดแต่หูแดงแจ๋จนน่าเอ็นดู "สมองกระทบกระเทือนตอนลิฟต์ตกหรือไง ถึงได้เพ้อเจ้อไม่หยุด" "เพ้อเจ้อเหรอคะ?" รินรดาเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากสวย เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่สะดุดกึกไปวูบหนึ่งของคนตรงหน้า "งั้นที่หัวใจเต้นแรงจนฉันได้ยินเสียงมันตอกย้ำเมื่อกี้... ก็คงเป็นเพราะลิฟต์มันตกใจกลัวสินะคะ? บอสคะ... จะโกหกทั้งที ช่วยหาข้ออ้างที่มันน่าเชื่อถือกว่านี้หน่อยเถอะค่ะ" "รินรดา!" คิรากรเสียงดังขึ้นโดยอัตโนมัติเพื่อกลบเกลื่อนความจำนนต่อหลักฐาน ดวงตาคมดุฉายแววตื่นตระหนกวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม มือหนายื่นออกหมายจะผลักไหล่บางให้ออกห่าง แต่มีหรือที่เลขาสาวมือหนึ่งอย่างเธอจะยอมแพ้ง่ายๆ รินรดาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือหนาเอาไว้ในจังหวะที่เขาพยายามจะผลักเธอออก แรงบีบกระชับพอเหมาะทำให้คิรากรชะงักไป ดวงตาทั้งคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร บรรยากาศรอบตัวราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตพุ่งเข้าใส่กันเปรี๊ยะปร๊ะ เคมีระหว่างเจ้านายปากซึนกับเลขาตัวแสบพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในพื้นที่จำกัดแห่งนี้ "ยอมรับซะทีเถอะค่ะ ว่าเป็นห่วงฉัน" รินรดากระซิบเสียงนุ่ม ทว่าชัดถ้อยชัดคำทุกพยางค์ "ยอมรับเถอะค่ะว่าที่ทำท่าทางหงุดหงิดใส่ทุกวัน ที่ตามหึงตามหวงอย่างไร้เหตุผล... เพราะคุณแคร์ฉันมากจนทนไม่ไหว" "เธอมัน... มโนเก่งเป็นที่หนึ่ง!" คิรากรเค้นเสียงลอดไรฟัน นัยน์ตาสั่นไหวระริกอย่างปิดไม่มิด ความซึนเดระิกเُلพุ่งพล่านจนเขาแทบจะระเบิดตัวเองออกเป็นเสี่ยงๆ ปากปฏิเสธเสียงแข็งแต่แววตากลับฟ้องชัดเจนว่าพ่ายแพ้ราบคาบ "ใครเขาจะไปหึงเธอ หลงตัวเองเกินไปแล้วยัยเลขาจอมยุ่ง ปล่อยมือฉันนะ!" "ไม่ปล่อยค่ะ จนกว่าคุณจะพูดคำว่า 'ยอมแล้ว' ออกมา" รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาคิรากรหัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรง เธอรู้ดีว่าจุดอ่อนของประธานหนุ่มจอมฟอร์มคนนี้อยู่ตรงไหน และเธอก็พร้อมจะขยี้มันด้วยความหมั่นเขี้ยว "เธอ...!" คิรากรถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างจนมุม ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่รubเรืองด้วยชัยชนะ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความพ่ายแพ้ และคนที่ผลักเขาลงมาก็คือผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้คนเดียวเท่านั้น ทว่า—ในวินาทีที่คิรากรกำลังจะอ้าปากเอ่ยถ้อยคำบางอย่างที่อาจทำให้กำแพงความซึนของเขาทลายลงไม่เป็นท่า เสียงฝีเท้ารีบร้อนกลุ่มใหญ่ก็ดังแทรกขึ้นมาจากโถงด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อด้วยความตกใจระคนร้อนรนของบุคคลที่สาม "คุณคีย์! คุณคีย์คะ! ติดอยู่ในนี้จริงๆ ด้วยเหรอ เป็นอะไรหรือเปล่าคะคุณคีย์!" ร่างเพรียวระหงของ 'มินตรา' รองประธานสาวสวยคู่หมั้นในนามที่ผู้ใหญ่ทางบ้านจัดเตรียมไว้ให้ พุ่งพรวดเข้ามาประชิดขอบประตูลิฟต์ที่เปิดอ้างว้างอยู่ สีหน้าของเธอซีดเผือดด้วยความตกอกตกใจ ดวงตากลมโตฉาบด้วยความห่วงใยจนออกนอกหน้า และก่อนที่รินรดาจะได้ทันผละตัวออกจากอ้อมกอดของคิรากรตามมารยาท มินตราก็เอื้อมมือเข้ามาคว้าแขนแกร่งของคิรากรดึงให้ออกมาด้านนอกทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตากล่าวทักทายเลขาอย่างเธอด้วยซ้ำ "คุณคีย์ออกมาเถอะค่ะ โธ่... ฉันใจหายหมดเลยรู้ไหมคะว่าเกิดอะไรขึ้น คุณพ่อโทรศัพท์หาคุณไม่ติดเลยรีบให้ฉันมาดูที่บริษัท เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ ให้ฉันเรียกแพทย์ประจำตึกมาตรวจดูอาการเลยดีไหม!" คิรากรขมวดคิ้วมุ่นทันทีด้วยความหงุดหงิดระคนรำคาญ เขาชักแขนกลับจากการเกาะกุมของมินตราอย่างสุภาพแต่ทว่าเด็ดขาด ดวงตาคมเข้มตวัดมองหญิงสาวที่ถือวิสาสะเข้ามาแตะเนื้อต้องตัวด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "ผมไม่เป็นไรครับ คุณมินตรามาที่นี่ทำไม?" น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง เย็นชา ไร้เยื่อใย ซึ่งต่างจากตอนที่ยืนอยู่กับรินรดาราวฟ้ากับเหว รินรดาก้าวถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวอย่างเงียบๆ ใบหน้าที่เคยพราวระยับด้วยรอยยิ้มเย้าแหย่เมื่อครู่ กลับมาเรียบเฉยและสงวนท่าทีในโหมดเลขาผู้เพียบพร้อมทันที เธอมองภาพคนทั้งสองด้วยแววตานิ่งสนิทที่อ่านไม่ออก มินตราเม้มปากน้อยๆ อย่างขัดใจเมื่อเห็นท่าทีห่างเหินของคู่หมั้น แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มหวานแล้วเอื้อมมือจะเข้าไปเกาะแขนเขาอีกครั้ง "ก็คุณพ่อเป็นห่วงนี่คะ แล้วนี่... ยัยเลขาคนนี้ทำหน้าที่ยังไงปล่อยให้คุณคีย์ต้องมาติดอยู่ในลิฟต์คนเดียวได้ น่าไล่ออกจริงๆ..." "พอครับ" คิรากรตัดบทเสียงแข็ง ดวงตาคมกวาดมองมินตราด้วยแววตาดุดันจนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยง ก่อนที่เขาจะหันขวับกลับมามองรินรดาที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ข้างๆ แต่ทว่า—ก่อนที่คิรากรจะได้เอ่ยปากปกป้องเลขาของเขา หรือก่อนที่รินรดาจะได้ตอกกลับคำพูดดูถูกของมินตรา จู่ๆ หน้าจอแท็บเล็ตแจ้งเตือนระบบฉุกเฉินบนผนังโถงลิฟต์ก็ส่งเสียงร้องเตี๊ยดดังลั่น พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นหราบนจอภาพ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่ยืนอยู่ ณ ที่นั้น **[แจ้งเตือนด่วน: ตรวจพบการเจาะระบบฐานข้อมูลลับระดับ 1 ของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต... ต้นตอคำสั่งถูกส่งมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวในห้องทำงานของท่านประธาน!]** คิรากรหน้าถอดสีทันที ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนโกรธจัด เขาก้มมองแท็บเล็ตในมือสลับกับใบหน้าของรินรดาที่นิ่งงันไปชั่วขณะ รินรดาสบตากับเขาในวินาทีนั้นเอง แววตาคู่คมที่เคยฉายแววขี้เล่นเมื่อครู่ บัดนี้กลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง และเต็มไปด้วยความลับมหาศาลที่ซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้ม... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "พุดดิ้งคาราเมล" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%