ไอความร้อนจากฝ่ามือหนาที่แนบอยู่บนหน้าผากของเธอมันไม่ได้ลดลงเลย... ตรงกันข้าม มันกลับแผ่ซ่านลามเลียไปถึงหัวใจจนรินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะละลายกลายเป็นของเหลว
"ถ้าพรุ่งนี้ยังไข้ไม่ลด ผมจะยกเลิกสัญญาจ้างแล้วไล่คุณกลับไปนอนซมที่ห้องซะ"
น้ำเสียงห้วนจัดที่เจือความห่วงใยไว้ไม่มิดดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคิรากรที่ขยับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ทว่าแววตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตากลับยังคงจดจ้องอยู่ที่เธอราวกับเสือจ้องตะครุบเหยื่อ บอสหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรคีรีการต์กำลังยืนกอดอกด้วยท่าทีฮึดฮัด ทั้งที่เมื่อครู่เพิ่งจะบังคับป้อนยาและต้มข้าวต้มร้อนๆ ให้เธอด้วยมือตัวเองแท้ๆ
รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แม้พิษไข้จะทำให้เรี่ยวแรงถดถอย แต่ฝีปากคมกริบของเธอยังคงใช้งานได้ดีไม่มีตกหล่น
"ไล่ฉันเหรอคะคุณคีย์ ระวังเถอะค่ะ... ถ้าไม่มีเลขาหน้าตาดีอย่างฉันคอยแก้ปัญหาให้ บริษัทคุณคงวุ่นวายจนหุ้นตกไปถึงดาวอังคารแน่ๆ อีกอย่าง..." เธอยันกายพิงหัวเตียง ดวงตากลมโตหรี่มองเขาอย่างรู้ทัน "สัญญาจ้างบ้าๆ นั่น ที่คุณบอกว่าฉันต้องทำตามคำสั่งคุณทุกอย่างตลอด 24 ชั่วโมงเนี่ย ฉันเริ่มสงสัยแล้วนะคะว่ามันคือสัญญาทำงาน หรือสัญญาจำยอมกันแน่"
คิรากรชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบวูบไหวขึ้นมาเสี้ยววินาทีหนึ่งก่อนจะกลับมาเรียบตึงตามเดิม ชายหนุ่มยักคิ้วใส่ท่าทางอวดดีของคนป่วยที่แก้มแดงปลั่งด้วยพิษไข้
"รู้ตัวช้าไปหน่อยไหมครับ... เอ้ย! รู้ตัวช้าไปหน่อยหรือไง" คิรากรเผลอหลุดสรรพนามกวนประสาทออกมาก่อนจะรีบแก้เกี้ยวด้วยการตวาดกลบเกลื่อน "ผมเป็นเจ้านาย คุณเป็นลูกจ้าง สัญญาบ้าบออะไรนั่นก็คือข้อตกลงทางธุรกิจที่แฟร์ที่สุดแล้ว หรือว่าคุณกลัว..."
"กลัวอะไรคะ?" รินรดาชิงตัดบท ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย เธอขยับตัวเข้าไปใกล้ร่างสูงที่ยืนค้ำหัวอยู่ริมเตียง จนระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงคืบเดียว "กลัวว่าตัวเองจะเผลอใจตกหลุมรักเลขาปากร้ายคนนี้ หรือว่ากลัวว่าฉันจะรู้ทันว่าเบื้องหลังกฎเกณฑ์งี่เง่าพวกนั้น แท้จริงแล้วคุณแค่อยากหาข้ออ้างมาอยู่ใกล้ฉันกันแน่คะ, ท่านประธาน"
คำถามที่พุ่งตรงราวกับลูกศรปักเข้ากลางใจทำเอาคิรากรถึงกับพูดไม่ออก สันจมูกโด่งรั้นกระตุกเล็กน้อย ดวงตาคู่คมเบนหนีไปมองทางอื่นเพื่อซ่อนพิรุธ ทว่าใบหูและลำคอที่ขึ้นสีแดงจัดของเขา กลับทรยศความนิ่ง
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้ซึนเดระยิ่งกว่าตัวละครในมังงะที่เธอเคยอ่านเสียอีก ปากบอกว่าเกลียดความวุ่นวาย รำคาญคนป่วย แต่กลับเป็นคนเดียวกันที่ยอมทิ้งงานประชุมสำคัญเพื่อมาเฝ้าไข้เลขา, เช็ดตัวให้, และยืนหน้าบึ้งอยู่ตรงนี้จนดึกดื่น
"เพ้อเจ้อ" คิรากรเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงสีหน้าให้กลับมาเยือกเย็นดังเดิม "คนไข้ไข้ขึ้นจนสมองเพี้ยนไปใหญ่แล้วมั้ง รินรดา นอนพักซะ! ถ้าพรุ่งนี้ตื่นมาแล้วยังพูดจาไม่เข้าหูอีก ผมจะหักเงินเดือนคุณครึ่งหนึ่งข้อหาต่อปากต่อคำกับเจ้านาย"
"เชิญหักตามสบายเลยค่ะ เพราะต่อให้คุณหักจนเหลือศูนย์ ฉันก็ยังจะด่าคุณต่ออยู่ดี" รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ตั้งใจยั่วโมโหโดยเฉพาะ จนคิรากรต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก
ความใกล้ชิดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา... ตั้งแต่วันที่เธอเข้ามาทำงานในฐานะเลขาคนสนิท กฎระเบียบนับร้อยข้อที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกักตัวเธอไว้ใกล้ๆ สายตาหึงหวงเวลาที่มีผู้ชายคนอื่นเข้ามาคุยด้วย หรือแม้แต่ความใส่ใจที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยวาจาเชือดเฉือน ทั้งหมดนี้มันไม่ใช่สิ่งที่เจ้านายปกติเขาทำกันหรอกนะคะ
รินรดากะพริบตาช้าๆ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในใจ สัญญาจ้างบ้าบอนั่น... แท้จริงแล้วมันไม่ใช่เครื่องมือพันธนาการเธอไว้กับงาน แต่มันคือ "กรงทอง" ที่เขาจงใจสร้างขึ้นเพื่อขังเธอไว้ข้างกายต่างหาก
"มองอะไร" คิรากรเอ่ยเสียงเข้มเมื่อเห็นดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองเขาไม่วางตา แถมยังมีแววตาวิเคราะห์เจาะลึกราวกับกำลังอ่านใจเขาออกเสียหมด
"เปล่าค่ะ แค่กำลังคิดว่า... ถ้าฉันขอยกเลิกสัญญาจ้างตอนนี้จริงๆ คุณจะทำหน้ายังไงนะ" รินรดาลอยหน้าลอยตาพูด พร้อมกับเอียงคอมองอย่างท้าทาย
ร่างสูงของคิรากรนิ่งงึดไปในทันที รังสีความเย็นชาและกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนบรรยากาศในห้องนอนกว้างลดอุณหภูมิลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในพริบตาเดียว มือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวของเธอแล้วดึงเข้ามาประชิดตัวโดยที่รินรดาไม่ทันตั้งตั้งตัว แรงปะทะทำให้เธอล้มลงไปนอนระเนระนาดอยู่บนเตียง โดยมีร่างหนาของประธานหนุ่มทาบทับลงมา กักขังเธอไว้ใต้ร่างอย่างสมบูรณ์
ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้แค่คืบทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามแข่งกัน
"อย่าพูดคำนั้นอีก รินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากริมฝีปากหยักนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความจริงจังอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน แววตาคู่นั้นดุดันแต่ก็ซ่อนความหวาดกลัวบางอย่างไว้อย่างแนบเนียน "คุณไม่มีสิทธิ์ยกเลิกอะไรทั้งนั้น... เพราะคนเดียวที่จะเป็นคนกำหนดเกมนี้ได้ คือผม"
รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างกันมันรุนแรงเสียจนเธอแทบจะลืมวิธีหายใจ ปากเก่งๆ ของเธอเริ่มสั่นระริกเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาเคลื่อนมาแตะเบาๆ ที่ริมฝีปากล่างของเธอ เกลี่ยไล้แผ่วเบาอย่างหลงใหล
ทว่า... ในวินาทีที่ใบหน้าของคิรากรกำลังโน้มต่ำลงมาเพื่อจะปิดระยะห่างระหว่างริมฝีปากของพวกเขานั้นเอง
*กริ๊กล็อก...*
เสียงปลดล็อกประตูห้องนอนด้านนอกดังขึ้นอย่างชัดเจน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ และน้ำเสียงคุ้นเคยที่ตะโกนเข้ามาโดยไม่คิดจะเคาะขออนุญาต
"ไอ้คีย์! มึงอยู่ไหนวะ? ฉันรู้ว่ามึงโดดประชุมด่วนมาอยู่คอนโดเลขา... เฮ้ย!"
เพื่อนสนิทตัวดีของประธานหนุ่มผลักประตูห้องนอนเข้ามาเต็มแรง พร้อมกับภาพตรงหน้าที่ทำให้เขาต้องเบิกตาค้างกลางอากาศ
คิรากรชะงักกึก สีหน้าของบอสหนุ่มเปลี่ยนจากความคลั่งรักกลายเป็นความเหี้ยมเกรียมในเสี้ยววินาที ขณะที่รินรดาก็หน้าถอดสีเมื่อรู้ว่าพวกเขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ "คาบลูกคาบดอก" ขนาดไหน
พุดดิ้งคาราเมลขอส่งกำลังใจให้รินรดารอดพ้นจากสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้ไปให้ได้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 13
ข้อตกลงที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!