"ถ้าคุณยังมองผมด้วยสายตาแบบนั้นอีกทีเดียว... ผมไม่รับรองความปลอดภัยของเอกสารบนโต๊ะนี่แน่"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความแหบพร่าเล็กน้อยดังขึ้น ทว่ามันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวในห้องทำงานกระจกใสชั้นบนสุดของตึกระฟ้าสั่นไหว รินรดาชะงักมือที่กำลังถือแฟ้มรายงานโครงการ คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนอาการหัวใจที่กระตุกวูบอย่างไร้สาเหตุ ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะปรับเข้าสู่โหมดเยือกเย็นและยียวนตามสไตล์เลขาสุดแซ่บที่ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน
"อุ๊ย ตายจริง ท่านประธานคีย์คะ ดิฉันแค่ตรวจทานตัวเลขงบประมาณตามหน้าที่ ไม่ได้มองด้วยสายตาพิศวาสอะไรเบอร์นั้นหรอกค่ะ อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลย" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากมีความท้าทายแพรพรายอย่างเห็นได้ชัด "หรือว่า... ที่คุณทักเนี่ย เพราะคุณต่างหากล่ะคะที่แอบคิดอะไรเกินเลยกับเลขานอย่างดิฉันอยู่"
คิรากรขบกรามแน่นจนสันนูนชัดเจน ดวงคมดุราวกับพญาเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเข้ารูปขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเลขาตัวแสบอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ว่ารินรดาไม่ทันตั้งตัว ความกดดันจากผู้ชายตรงหน้าพุ่งทะยานสูงขึ้นจนอากาศรอบตัวเหมือนจะเบาบางลงไปถนัดตา
ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากจัดและเยשชาในสายตาคนนอก ยามนี้กลับมีดวงตาที่ลุกโชนด้วยไฟปรารถนาและอารมณ์บางอย่างที่เขาพยายามกดทับมันมาตลอดหลายสัปดาห์
"ปากเก่งนักนะรินรดา..." คิรากรโน้มตัวลงต่ำ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับแก้วใสของอีกฝ่าย "ปากแบบนี้... ถ้าไม่ได้เอาไว้เถียงผม มันคงมีประโยชน์มากกว่านี้เยอะ"
คำพูดส่อแววอันตรายพร้อมกับแววตาคู่คมที่กวาดมองลงมาที่ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ ทำให้รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน แม้ปากจะยังเก่งและต่อต้านได้ไม่เลิก แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อราวกับถูกสะกดด้วยมนต์คาถาของซาตานหนุ่มตรงหน้า
"ถอยไปเลยนะคะ บอส... นี่มันเวลางาน และเราเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้อง" รินรดายกแฟ้มขึ้นมากั้นกลางระหว่างอกแกร่งกับตัวเธอเอง มือเรียวสั่นเล็กน้อยแต่พยายามฝืนบังคับไม่ให้เขารู้ตัว "อย่าลืมขอบเขตของเราสิคะ"
"ขอบเขตเหรอ?" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าและเต็มไปด้วยความหยันตัวเอง "ถ้าผมยังจำกัดขอบเขตบ้าๆ นั่นได้ ป่านนี้ผมคงไม่ต้องมานั่งหงุดหงิดเวลาที่คุณไปยิ้มให้ไอ้รองผอ. ฝ่ายการตลาดคนนั้นหรอก!"
ประโยคที่หลุดออกมาจากปากของคนซึน ทำให้รินรดาเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาสองคนชั่วขณะ คิรากรชะงักไปเล็กน้อย คล้ายเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอพูดความในใจที่เก็บงบไว้ออกไปเสียแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยนิ่งเรียวบัดนี้มีร่องรอยความกระอักกระอ่วนฉายชัด แม้จะพยายามตีสีหน้าขรึมกลบเกลื่อนแต่มันก็ไม่เนียนเอาเสียเลย
รินรดาลืมเรื่องความกลัวไปชั่วขณะ ริมฝีปากบางคลี่4ยิ้มกว้างขึ้นอย่างรู้ทัน แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความขบขันและประกายระยิบระยับของชัยชนะ
"อ๋อ... ที่แท้ก็หึงนี่เอง" น้ำเสียงใสเอื้อnเย้าอย่างอารมณ์ดี "นึกว่าท่านประธานผู้สูงส่งจะไม่รู้จักคำว่าหึงหวงกับเขาเสียอีกค่ะ นึกว่าความรู้สึกเกินหน้าที่อะไรนั่นจะมีแต่ดิฉันฝ่ายเดียวเสียอีกนะเนี่ย"
"ใครหึง? ผมเนี่ยนะ?" คิรากรปฏิเสธเสียงแข็งทันควัน ใบหูข้างที่หันเข้าหาแสงไฟขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด ร่างสูงถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษาพื้นที่ส่วนตัว แต่สายตากลับยังคงจ้องเขม็งไม่ยอมแพ้ "คุณอย่ามามโนไปเองนะรินรดา คนอย่างคิรากรไม่มีวันเดินตกหลุมพรางความรู้สึกไร้สาระแบบนั้นหรอก"
"ปากแข็งเสียจริงนะคะ บอส" รินรดาวางแฟ้มลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้เธอสามารถสบตาเขาตรงๆ ได้อย่างไม่เกรงกลัว เธอค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้เขาช้าๆ สวนทางกับที่เขาถอยหนีเมื่อครู่ "ถ้าไม่ได้คิดอะไรเกินเลย แล้วทำไมเวลาดิฉันเข้าใกล้... หัวใจคุณถึงเต้นแรงขนาดนี้ล่ะคะ"
มือเรียวเอื้อมออกไปแตะเบาๆ ที่บริเวณอกด้านซ้ายของชายหนุ่ม สัมผัสได้ถึงแรงกระแทกกระทั้นของก้อนเนื้อใต้ร่มผ้าที่เต้นรัวเร็วไม่ต่างจากเธอเลยแม้แต่น้อย
คิรากรสะفดเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะโดนจุดสำคัญ ดวงตาคมกริบมองต่ำลงสบกับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววรู้ทันและท้าทาย ความอดทนที่สะสมมานานนับเดือนพังทลายลงในพริบตา มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณของการเป็นผู้ล่า ก่อนจะดึงรั้งร่างบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกของเธอแนบชิดกับอกแกร่งของเขา
"อยากลองดีนักใช่ไหม..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนรินรดารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ในเมื่อคุณอยากรู้ว่าผมรู้สึกยังไงนัก... งั้นก็รับผิดชอบความรู้สึกที่มันเกินหน้าที่นี่ซะให้เข็ด!"
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาหาอย่างรวดเร็ว ระยะห่างหายไปจนสัมผัสได้ถึงความนุ่มและอุ่นของลมหายใจ รินรดาชะงักงัน หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อตระหนักได้ว่าคราวนี้เผลอเล่นกับไฟกองใหญ่เข้าจริงๆ และดูท่าทาง... ไฟกองนี้กำลังจะแผดเผาพวกเขาทั้งคู่ให้ละลายหายไปด้วยกัน
ดวงตากลมโตค่อยๆ หลับลงอย่างจำนนต่อสถานการณ์ ริมฝีปากอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อย รอรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันของคนทั้งคู่ที่ดังสะท้อนก้องในความเงียบ
ปัง!
เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นอย่างแรง พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาโดยไม่เคาะสัญญาณเตือนใดๆ ทั้งสิ้น
"คุณคีย์คะ! เรื่องเอกสารประมูลโครงการใหม่ เกิดปัญหาใหญ่แล้วค่ะ!"
พุดดิ้งคาราเมลขอส่งกำลังใจให้รินรดารอดพ้นจากสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้ไปให้ได้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 14
ใครกันแน่ที่เผลอใจ
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!