“...มันน่าลองชิมแก้ขมซะจริงๆ ว่าจะหวานสักแค่ไหน!”
ประโยคทิ้งท้ายที่ยังลอยวนอยู่ในโสตประสาท ทำให้บรรยากาศรอบตัวในห้องทำงานส่วนตัวของประธานหนุ่มเวลานี้ มันอบอวลไปด้วยความกดดันชนิดที่แทบจะเอามีดมาตัดแบ่งได้เลยทีเดียวค่ะ
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตจ้องมองร่างสูงใหญ่ของคิรากรที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละก้าวอย่างคุกคาม แผ่นหลังบางแนบชิดติดกับบานประตูไม้เนื้อดีที่เพิ่งถูกล็อกกลอนลงอย่างแน่นหนาด้วยฝีมือของเจ้าตัวเมื่อวินาทีที่ผ่านมา เสียง ‘คลิก’ นั้นดังชัดเจนราวกับเสียงเคาะระฆังประหารชีวิต
ให้ตายสิ! นี่เขาคิดจะทำบ้าอะไรในยามวิกาลที่บริษัทเงียบเชียบแบบนี้กันคะ?
“ท่านประธานถอยไปเลยนะคะ จะมาล็อกห้องทำไมไม่ทราบ อากาศข้างนอกออกจะโปร่งสบาย ทำไมต้องทำตัวลับลมคมในเหมือนโจรผู้ร้ายด้วยล่ะคะ” รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจในอกข้างซ้ายจะเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุดออกมานอกซี่โครงแล้วก็ตาม เธอยกแฟ้มเอกสารในมือขึ้นมากั้น1ระหว่างอกของตัวเองกับแผงอกกว้างของอีกฝ่ายไว้ เป็นเกราะป้องกันตัวฉบับเฉพาะกิจที่ดูจะตลกเสียยิ่งกว่าน่ากลัว
คิรากรหยุดฝีบ้าวลง ห่างจากเธอแค่เพียงคืบเดียว ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวหรี่มองเลขาตัวแสบที่ปากเก่งไม่เคยเปลี่ยน แม้ในยสถานการณ์คับขันแบบนี้ เธอก็ยังอุตส่าห์หาคำพูดมาจิกกัดเขาได้หน้าตาเฉย
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่โน้มใบหน้าลงมาหาช้าๆ จนสันจมูกโด่งแทบจะชนกับปลายจมูกรั้นของเธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนโสตประสาท ยิ่งทำให้สติสัมปชัญญะของรินรดากระเจิดกระเจิงไปไกลลิบ
“โจรเหรอ? หึ... ถ้าผมเป็นโจร คนแรกที่ผมจะปล้น ก็คงเป็น ‘ปากดีๆ’ ของคุณนี่แหละ รินรดา”
เสียงทุ้มต่ำที่จงใจกระซิบชิดริมฝีปาก ส่งผลให้ความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาริ้วบนพวงแก้มเนียนใสโดยอัตโนมัติ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นอย่างนึกเจ็บใจที่ดันเสียอาการให้คนตรงหน้าได้เห็น เธอเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาคู่นั้น แต่มือหนากลับไวทันใจ เอื้อมมาตรึงคางมนไว้ด้วยปลายนิ้วอุ่นจัดบังคับให้เธอกลับมาสบตากับเขาตรงๆ
“จะหนีไปไหนล่ะครับ เมื่อกี้ยังปากเก่งใส่ผมอยู่เลยไม่ใช่เหรอ หึ... เก่งนักนะเรื่องต่อปากต่อคำเนี่ย พอเอาเข้าจริงทำไมถึงได้ตัวสั่นเป็นลูกนกแบบนี้ล่ะครับ คุณเลขาฯ”
คำพูดเย้าแหย่ที่แฝงไปด้วยความคลั่งรักแบบเนียนๆ ทำให้รินรดายิ่งฮึดสู้ เธอตวัดสายตากลับไปมองค้อนเขาวยวงใหญ่ มือเรียวเล็กที่ถือแฟ้มอยู่เปลี่ยนเป็นดันไหล่กว้างของเขาเต็มแรง แม้จะแทบไม่สะเทือนร่างหนาราวกับภูเขาเล็งนั้นเลยก็ตาม
“ปล่อยนะคะ! ถ้าประธานยังไม่เลิกเล่นรังแกฉันแบบนี้ ฉันจะฟ้องฝ่าย HR จริงๆ ด้วยนะ ข้อหาคุกคามทางเพศในที่ทำงาน!”
“ฟ้องเลยสิครับ... เชิญตามสบาย” คิรากรยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์และหล่อร้ายกาจจนหัวใจคนมองกระหน่ำรัวยิ่งกว่าเดิม “แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่าต่อให้คุณฟ้องทั้งบริษัท กรรมการผู้จัดการอย่างผมก็เป็นคนอนุมัติเรื่องนี้อยู่ดี ไม่มีใครกล้าทำอะไรผมหรอก รินรดา... ยกเว้นตัวคุณเอง”
ประโยคหลังเขาจงใจลดเสียงให้เบาลง ทว่ากลับดังก้องกังวานในความรู้สึกของหญิงสาวอย่างประหลาด ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนไร้ช่องว่างทำให้รินรดาเริ่มตระหนักว่า สถานการณ์ตอนนี้มันอันตรายต่อหัวใจของเธอมากแค่ไหน พื้นที่ในห้องทำงานกว้างใหญ่ แต่ทำไมตอนนี้มันถึงได้แคบลงจนแทบจะหายใจไม่ออกเมื่อมีผู้ชายคนนี้ยืนอยู่ตรงนี้ล่ะคะ
ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองสำรวจใบหน้าคมคายที่มักจะตีหน้ายักษ์ใส่เธอตลอดเวลา ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาทำงาน จนถึงตอนนี้... เธอกลับเพิ่งสังเกตเห็นว่า ภายใต้ท่าทีปากร้ายและชอบเหวี่ยงใส่คนอื่น คิรากรกลับซ่อนความโดดเดี่ยวและแววตาที่โหยหาความอบอุ่นเอาไว้อย่างมิดชิด
มือบางที่เคยผลักไส ค่อยๆ คลายแรงลงอย่างไม่รู้ตัว ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมพื้นที่ระหว่างเข and เธอ ชั่วขณะหนึ่ง... ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวจากตึกสูงระฟ้าภายนอกหน้าต่างกระจกใส
คิรากรสังเกตเห็นความอ่อนโยนที่ฉายชัดขึ้นในดวงตาคู่สวยของเลขาคนเก่ง แววตาที่เคยมีแต่ความพยศและพร้อมจะหยิกกัดเขาตลอดเวลา บัดนี้กลับเจือด้วยความไหวหวั่นที่เขาตามหามาเนิ่นนาน หัวใจที่เคยแห้งแล้งและปิดตายมาตลอดของประธานหนุ่มกระตุกวาบ ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับเอาไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชา กำลังจะพรั่งพรูออกมา
“ริน...”
เสียงเรียกชื่อเธอนั้นแผ่วเบาและแหบพร่าผิดจากทุกที ร่างสูงขยับเข้าใกล้จนหน้าผากของเขาชนเข้ากับหน้าผากมนของเธออย่างแผ่วเบา ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดรดรดรดแก้มเนียนจนรู้สึกวابวามไปหมด รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความเคลิบเคลิ้ม สติสัมปชัญญะที่เคยมีเริ่มเลือนหายไปทีละน้อยภายใต้มนต์สะกดจากดวงตาสีเข้มคู่นั้น
นิ้วเรียวของคิรากรที่เคยจับคางเธอเปลี่ยนเป็นลูบไล้แก้มเนียนอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าใจหายทำให้รินรดาเผลอหลับตาลงรับสัมผัสเผลอไผลไปชั่วขณะ ริมฝีปากหยักได้รูปค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปใกล้ริมฝีปากบางของเธอทีละน้อย... ใกล้ขึ้น... จนแทบจะแนบสนิท
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงคุ้นหูที่ตะโกนทะลุกรอบประตูเข้ามาทันที
“คุณคีย์คะ! แย่แล้วค่ะท่านประธาน คุณปู่บินกลับมาจากต่างประเทศกะทันหัน ตอนนี้ท่านกำลังเดินตรวจตึกอยู่ที่ล็อบบี้ชั้นล่างแล้วค่ะ!”
ร่างสูงของคิรากรชะงักกึกทันที ดวงตาคมดุฉายแววหงุดหงิดระคนตกใจอย่างปิดไม่มิด ชายหนุ่มสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ก่อนจะผละออกจากร่างบางที่ยืนหน้าแดงก่ำ หอบหายใจถี่กระชั้นด้วยความตื่นตระหนกไม่แพ้กัน
รินรดารีบยกมือขึ้นทาบอกตัวเองที่เต้นแรงด้วยความตกใจ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็วเมื่อรู้ว่ามหันตภัยชิ้นใหญ่กำลังจะมาเยือน
--------------------------------------------------
*ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นะคะ*
กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 5
ลึกซึ้งในห้องทำงาน
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!