"ถ้าขยับเข้ามาอีกนิดเดียว... ฉันไม่รับรองนะว่าตัวเองจะทำแค่กระซิบ"
สุ้มเสียงทุ้มพร่าต่ำเอื้อมกระซิบชิดริมฝีปาก อารมณ์โกรธเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นหลงเหลือเพียงประกายไฟแห่งความปรารถนาและแรงดึงดูดอันตรายที่โหมกระหน่ำซัดเข้าใส่หัวใจของคนทั้งคู่ในระยะประชิด
ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดป่าวกระทบผิวแก้มทำให้รินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมในอกเต้นโครมครามรากับกลองเพล ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มดั่งรัตติกาลที่พราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่เธอไม่อยากจะตีความมันให้เข้าข้างตัวเอง
*ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อระบบประสาทสัมผัสของเธอเกินไปแล้ว!*
รินรดาจิกเล็บลงกับฝ่ามือตัวเองเพื่อเรียกสติ ทันใดนั้นรอยยิ้มเจ้าเลفةก็ระบายขึ้นบนเรียวปากบาง เธอยันแผงอกกว้างของประธานหนุ่มออกเบาๆ ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกจนเสียกระบวนอย่างที่เขาคงคาดหวังไว้
"เสียใจด้วยนะคะท่านประธาน พอดีฉันไม่ใช่ประเภทชอบฟังนิทานก่อนนอนตอนสิบโมงเช้า... โดยเฉพาะนิทานจากคนปากเสีย"
น้ำเสียงหวานใสแต่แฝงความยียวนทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนที่รินรดาจะหมุนตัวเดินดุ่มๆ ออกจากห้องทำงานส่วนตัวของคิรากรทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ร่างสูงได้ทันเอ่ยประโยคสวนกลับใดๆ ทั้งสิ้น
ลับหลังร่างบาง คิรากรยกมือขึ้นเสยผมสีเข้มของตัวเองลวกๆ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า แต่ถ้าใครสังเกตให้ดีจะเห็นว่าใบหูคมสันคู่นั้นกลับแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคอ
*ยัยเลขาตัวแสบ... กล้าดียังไงมาเมินคาถาความใกล้ชิดของเขา!*
ชายหนุ่มพ่นลมหายใจฮึดฮัดด้วยความขัดใจ ปนกับความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก หัวใจมันเต้นแรงผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิด ทุกทีมีแต่คนวิ่งหนีหรือก้มหน้าหลบสายตาเขาด้วยความเกรงกลัว แต่นี่อะไร... ยัยเด็กนั่นนอกจากจะไม่กลัวแล้ว ยังกล้ามาต่อปากต่อคำแถมทำสายตาท้าทายใส่เขาอีกต่างหาก!
ในขณะเดียวกัน รินรดาก็ก้าวเท้าฉับๆ กลับมาถึงโต๊ะทำงานหน้าห้องของตัวเอง เธอ ยกมือขึ้นแตบแก้มที่ร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก พยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อขับไล่ภาพใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้จนเกินงามออกไปจากหัว
"ให้ตายเถอะริน... เธอเกือบจะเสียอาการให้เจ้าบ้านั่นอยู่แล้วเชียว!" เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ
แต่จะให้เธอยอมจำนนแต่โดยดีน่ะเหรอ? ฝันไปเถอะค่ะ! คนอย่างรินรดา ฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ ใครทำอะไรไว้ ย่อมต้องได้รับผลกรรมแบบคูณสองเสมอ และของขวัญชิ้นแรกที่เธอกำลังจะมอบให้ท่านประธานผู้แสนเย่อหยิ่ง ก็กำลังจะเสิร์ฟร้อนๆ ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี่แหละ
คิดได้ดังนั้น รอยยิ้มเจ้าเข้าเจ้าปะก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ร่างเพรียวระหงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินตรงไปยังห้องครัวส่วนกลางของแผนกเลขานุการทันที
เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติราคาแพงระยับส่งกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดชั้นดีอบอวลไปทั่วบริเวณ แต่สำหรับรินรดาแล้ว... กลิ่นหอมๆ แบบนั้นมันธรรมดาเกินไปสำหรับคนอย่างคิรากร
มือเรียวจัดการกดเลือกเมนูเอสเพรสโซ่ช็อตแบบเข้มข้นพิเศษ แต่ความแสบมันยังไม่หมดแค่นั้น เมื่อกาแฟสีดำสนิทไหลลงสู่แก้ว เธอก็จัดการหยิบกระปุกผงโกโก้แท้ 100% ชนิดที่ขมปี๊ดไร้ความหวานเจือปน ตักใส่ลงไปถึงสามช้อนพูนๆ ตามด้วยเกลือป่นเม็ดละเอียดอีกปลายช้อนชาเพื่อตัดรส... หรือพูดง่ายๆ ว่าเพิ่มความหายนะให้ต่อมรับรสต่างหาก!
เธอยังไม่หนำใจ หยิบซองเก๊กฮวยแห้งที่เหลือจากโต๊ะเพื่อนร่วมงานมาขยำๆ โรยหน้าแต่งกลิ่นสมุนไพรแปลกปลอมลงไปอีกนิดหน่อย คนให้เข้ากันจนกลายเป็นน้ำสีดำคล้ำที่ดูราวกับยาหม้อต้มโบราณมากกว่าจะเป็นกาแฟพรีเมียม
รินรดายกแก้วกาแฟหน้าตาน่าสงสัยนั้นขึ้นมาดมกลิ่นแล้วทำหน้ายู่ด้วยความขบขัน "อืม... กลิ่นนี้น่าจะช่วยปลุกวิญญาณความซึนในตัวท่านประธานให้ตื่นขึ้นมาได้ดีทีเดียว"
เธอยกถาดที่มีแก้วกาแฟมรณะวางอยู่ เดินกลับมาที่หน้าห้องทำงานของประธานบริษัทด้วยฝีปากที่ฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เคาะประตูกรอบกระจกสองครั้งพองามแล้วผลักเปิดเข้าไปโดยไม่รอฟังคำอนุญาต
คิรากรเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารบนโต๊ะทำงาน สายตาดุดันคมกริบมองลอดผ่านกรอบแว่นสายตา (ที่เขาใส่เฉพาะเวลาอ่านเอกสารนานๆ) มาที่ร่างบางซึ่งเดินยิ้มร่าเข้ามาใกล้
"ฉันยังไม่ได้สั่งกาแฟ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่แฝงแววระแวง เพราะเขารู้ดีว่ารอยยิ้มแบบนี้ของรินรดาไม่เคยส่งผลดีต่อความสงบสุขของเขาเลย
"อ๋อ พอดีฉันเห็นว่าท่านประธานเครียดกับงานเมื่อกี้จนหน้าดำคร่ำเครียด ฉันในฐานะเลขาฯ ผู้มีความใส่ใจในสวัสดิภาพของเจ้านาย ก็เลยลงทุนชงกาแฟสูตรพิเศษมาให้ดื่มล้างคอค่ะ" รินรดาวางแก้วกระเบื้องสีขาวลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าเขาอย่างนอบน้อมเกินเหตุ
คิรากรหรี่ตามองแก้วกาแฟควันฉุยตรงหน้า สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกเขาว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล กลิ่นมันไม่ได้หอมเย้ายวนเหมือนทุกที แต่มีกลิ่นฉุนแปลกๆ ลอยเตะจมูก แถมสีของน้ำในแก้วยังดำสนิทเสียจนน่ากลัว
"เธอใส่อะไรลงไปบ้าง ทำไมสีมันถึงได้ดูเหมือนน้ำมันเครื่องรถยนต์แบบนี้" เขาเอ่ยถามด้วยความเคลือบแคลง พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองคนชงที่ยืนกอดอกยิ้มพริ้มเพราอยู่ข้างโต๊ะ
"แหม... สูตรลับเฉพาะของเลขาฯ มือโปรค่ะ รับรองว่าดื่มเข้าไปปุ๊บ สมองจะตื่นตัว ตาค้างไปสามวันสามคืน หายง่วงเป็นปลิดทิ้งแน่นอน พิเศษสุดๆ เพื่อท่านประธานโดยเฉพาะเลยนะคะ" รินรดาเอ่ยปากโม้สรรพคุณเกินจริงด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อม แต่ดวงตาสุกสกาวกลับพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์
คิรากรขมวดคิ้วมุ่น เขารู้สึกหมั่นไส้รอยยิ้มพึงอกพึงใจนั่นเหลือเกิน มือหนาเอื้อมไปหยิบหูจับแก้วขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ใกล้ๆ
"ถ้ามันไม่อร่อย หรือรสชาติแย่เหมือนหน้าตาของเธอ ฉันจะหักเงินเดือนเธอครึ่งหนึ่งข้อหาพยายามวางยาพิษผู้บริหาร" เขาคาดโทษด้วยน้ำเสียงเข้มข้น
"เชิญชิมตามสบายเลยค่ะท่านประธาน ถ้ากล้าพอนะคะ" รินรดาเชิดคางขึ้นท้าทาย ไม่มีความเกรงกลัวใดๆ ปรากฏให้เห็นในแววตาคู่สวยนั้นเลยแม้แต่น้อย
คิรากรแค่น "หึ" ในลำคอ ชายหนุ่มไม่อาจเสียฟอร์มยอมแพ้สายตาคู่นั้นได้ เขาตัดสินใจสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วยกแก้วขึ้นจิบคำโตโดยไม่ลังเล...
...และในวินาทีนั้นเอง โลกทั้งใบของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งก็แทบจะพังทลายลงตรงหน้า!
รสขมปี๊ดดดดที่พุ่งทะลุเพดานกระแทกเข้าใส่โคนลิ้นอย่างรุนแรง ตามด้วยความเค็มปะแล่มๆ และกลิ่นสมุนไพรแปลกๆ ที่อวลติดอยู่ในลำคอ มันไม่ใช่กาแฟ! แต่มันคือนรกบนดินดีๆ นี่เอง!
คิรากรเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อ ขยับตัวไม่ได้ไปชั่วขณะ สมองประมวลผลไม่ทันว่านี่เขาเผลอกินอะไรเข้าไป รสชาติวิปริตผิดมนุษย์มนาแบบนี้มันเกินกว่าที่มนุษย์มนาจะจินตนาการได้
รินรดายืนลุ้นระทึกโดยเอามือประสานกันไว้ที่หน้าท้อง แอบกลั้นขำจนไหล่สั่น เมื่อเห็นสีหน้าของประธานหนุ่มที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากความมั่นใจกลายเป็นเขียวคล้ำ สลับกับแดงก่ำด้วยความทรมาน
"เป็นยังไงบ้างคะท่านประธาน... อร่อยกลมกล่อมจนอยากจะร้องขอชีวิตเลยใช่ไหมล่ะคะ?" รินรดาแกล้งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อบริสุทธิ์
คิรากรวางแก้วกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ใบหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความขมขื่น เขาพยายามอ้าปากจะเอ่ยด่าทอแต่เสียงกลับติดอยู่ที่ลำคอเพราะความขมที่แล่นพล่านไปทั่วทั้งปาก
"แคะ... แคก! ยัยตัวแสบ... นี่เธอ..."
เขายื่นมือออกไปหมายจะคว้าแขนเรียวของเธอไว้เพื่อเอาคืนให้สาสม แต่เพราะความรีบร้อนและอาการมึนงงจากรสชาติกาแฟมรณะ ทำให้จังหวะที่ขยับตัวนั้นผิดเพี้ยนไปหมด
รินรดาที่กำลังยืนหัวเราะชอบใจไม่ทันระวังตัว อุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อแรงดึงกระชากกะทันหันทำให้ร่างเพรียวของเธอเสียหลักเซถลาล้มลงไปปะทะกับแผงอกกว้างของเขาเต็มแรง!
"อุ๊ย!"
แก้วกาแฟบนโต๊ะเกือบจะคว่ำ แต่โชคดีที่มือหนาของคิรากรคว้าขอบโต๊ะไว้ทัน ส่วนร่างของรินรดานั้น ตอนนี้กลับทับอยู่บนตัวของเขาอย่างพอดิบพอดี โดยที่ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่เพียงคืบเดียวเท่านั้น
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ลมหายใจอุ่นร้อนของคนทั้งคู่ปะทะกันอีกครั้งในระยะประชิดที่ใกล้ชิดกว่าเดิมเสียอีก
คิรากรใช้แขนอีกข้างโอบเอวบางเอาไว้โดยสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้เธอล้มลงไปกองกับพื้น นัยน์ตาสีเข้มคมกริบทอประกายวับวับวาวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งขัน และ... ความปรารถนาอันตรายที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้ชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังเผยอค้างด้วยความตกใจ สุ้มเสียงทุ้มพร่าต่ำเอื้อมกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น พร้อมกับกระซิบชิดริมฝีปากของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ
"กล้ามนุษยสัมพันธ์ดีมากนะรินรดา... แกล้งฉันแสบแบบนี้ คิดเหรอว่าจะปล่อยให้ลอยนวลไปได้ง่ายๆ หึ... รสชาติกาแฟเธอมันแย่เป็นบ้า แต่รู้ไหมว่าริมฝีปากเธอน่ะ..."
คิรากรเว้นจังหวะไปนิด สายตาคมกาลมองสำรวจริมฝีปากสีพีชของเธอด้วยประกายไฟที่ลุกโชน
"...มันน่าลองชิมแก้ขมซะจริงๆ ว่าจะหวานสักแค่ไหน!"
*โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ!*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและส่งกำลังใจให้ "พุดดิ้งคาราเมล" นะคะ!
กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 4
กาแฟกับความวุ่นวาย
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!