"ถ้าคุณยังทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนั้นอีกสามวินาที ฉันเกรงว่าภาพลักษณ์ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลในนิตยสารธุรกิจเล่มล่าสุด น่าจะพังไม่เป็นท่าเพราะกล้ามเนื้อบนใบหน้าคุณกระตุกจนหมดหล่อแล้วนะคะท่านประธาน"
เสียงใสแต่เจือความกวนประสาทเล็กๆ ดังขึ้นทำลายความเงียบในห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวางราวกับสนามฟุตบอล รินรดายกมือขึ้นทาบอกตัวเองที่เต้นแรงด้วยความตกใจจากเหตุการณ์เมื่อครู่ไปเพียงชั่ววินาที ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่ง ทว่าแววตากลับระยิบระยับด้วยประกายความท้าทายอย่างปิดไม่มิด เมื่อรู้ว่ามหันตภัยชิ้นใหญ่ในคราบสูทแบรนด์ดังกำลังก้าวเข้ามาประชิดตัว
คิรากรชะงักเท้าที่กำลังก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอ ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจระคนฉงน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีชาร์โคลสั่งตัดพิเศษแผ่รังสีความกดดันออกมาเสียจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา แต่มีหรือที่เลขานุการสาวป้ายแดงคนนี้จะสะทกสะท้าน
รินรดาเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่ยี่หาระหว่างเลื่อนหน้าจอแท็บเล็ตในมือตรวจสอบตารางนัดหมายด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเขากำลังยืนอยู่ตรงนั้นเป็นแค่ฝุ่นละออง ไม่ใช่เจ้านายผู้ทรงอำนาจที่พนักงานทั้งบริษัทพากันสั่นกลัวยามเดินผ่าน
"ปากคอเราะร้ายนักนะ รินรดา" คิรากรเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำตวัดห้วนดุดันตามสไตล์คนปากร้ายที่ชอบใช้ความดุข่มขู่คนอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่าง "คุณเพิ่งทำงานที่นี่ได้ไม่ถึงสัปดาห์ แต่ดูเหมือนคุณจะลืมไปแล้วกระมั้งว่าใครเป็นคนเซ็นอนุมัติเงินเดือนให้คุณ"
"ดิฉันไม่เคยลืมหรอกค่ะท่านประธาน..." รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบคู่นั้นตรงๆ โดยไม่หลบสายตา รอยยิ้มหวานหยดที่มุมปากเคลือบไว้ด้วยความแสบสันต์ "แต่ดูเหมือนท่านประธานจะลืมไปนะคะว่า... ต่อให้เงินเดือนสูงแค่ไหน ก็ไม่ได้ซื้อสิทธิ์ให้คุณมาทำหน้ายักษ์ใส่เลขาฯ นอกเวลางานที่เป็นทางการแบบนี้ แถมแฟ้มเอกสารตรงนี้ที่คุณโยนลงมาเมื่อครู่ เกือบจะเฉียดหัวดิฉันไปแค่เซนติเมตรเดียวเองค่ะ ถ้าเป็นคดีทำร้ายร่างกายในออฟฟิศ ค่าชดเชยคงไม่น้อยนะคะ"
ให้ตายสิ! ยัยเลขาปากกล้าคนนี้ช่างหาญกล้ายิ่งนัก คิรากรขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความขัดเคืองระคนทึ่ง ตั้งแต่เกิดมาจนก้าวขึ้นมานั่งแท่นผู้บริหารสูงสุดของอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน ไม่เคยมีใครหน้าไหนกล้าต่อปากต่อคำกับเขาด้วยน้ำเสียงลอยหน้าลอยตาแบบนี้มาก่อน แม้แต่กรรมการบอร์ดบริหารอาวุโสยังต้องก้มหัวให้เวลาเขาตวัดสายตาใส่ แต่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานอยู่ตรงหน้ากลับเชิดคางใส่เขาอย่างไม่เกรงกลัว ราวกับแมวป่าตัวน้อยที่พร้อมจะกางกรงเล็บข่วนหน้าสิงโตได้ทุกเมื่อ
ทว่า... แทนที่ความโกรธจะพุ่งพล่าน หัวใจเจ้ากรรมที่เคยด้านชาและเย็นเยียบกลับกระตุกวูบอย่างแปลกประหลาด กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้จางๆ ที่ลอยมาจากตัวเธอยามขยับกาย ทำให้ประสาทสัมผัสของเขาปั่นป่วนอย่างไร้เหตุผล
"คุณกล้ามากนะที่มาต่อรองกับผม" คิรากรสาวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานให้มากขึ้นจนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ร่างสูงใหญ่ก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายโน้มเข้าไปใกล้จนระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงคืบเดียว ดวงตาสีเข้มจ้องมองลึกลงไปในดวงตากลมโตเพื่อสร้างความกดดัน "คิดว่าทำตัวเป็นเด็กปากดีแล้วผมจะไล่คุณออกไม่ได้อย่างนั้นเหรอ?"
"ถ้าคุณจะไล่ดิฉันออกเพียงเพราะเหตุผลไร้สาระอย่างการโดนตอกกลับเรื่องมารยาทในการทำงานล่ะก็..." รินรดาเม้มริมฝีปากเล็กน้อย หัวใจเต้นรัวระรัวไม่เป็นจังหวะเมื่อใบหน้าของเขาเข้ามาใกล้เสียจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะเข้ากับแก้ม แต่วาจายังคงคมกริบไม่เปลี่ยน "เชิญเลยค่ะท่านประธาน! ดิฉันจะได้เอาเรื่องนี้ไปรีวิวลงโซเชียลมีเดียให้โลกรู้ว่า ผู้บริหารค่ายยักษ์ใหญ่ใจปลาซิว ทนฟังความจริงไม่ได้จนต้องไล่เลขาฯ ออกเพราะเถียงสู้ไม่ได้ รับรองว่ายอดแชร์กระฉูดแน่นอนค่ะ"
"คุณ...!" คิรากรถึงกับไปไม่เป็น คำพูดจาเผ็ดร้อนและสายตาที่พราวระยับด้วยความมั่นใจทำเอาคนปากร้ายอย่างเขาถึงกับจุกจนพูดไม่ออก สมองที่เคยฉับไวในการเจรจาธุรกิจกลับสะดุดกึกเมื่อเจอไม้นี้เข้า ผู้หญิงบ้าอะไร ทั้งดื้อ ทั้งรั้น ทั้งปากเก่งเป็นเลิศ แถมยังรู้จุดอ่อนของเขาและวิธีปั่นหัวเขาให้เสียอาการได้อย่างแม่นยำยิ่งกว่าจับวาง
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สะท้อนก้องอยู่ในระยะประชิด คิรากรจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเจรจาพาทีด้วยถ้อยคำแสบสันต์นั้นด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งหมั่นไส้ ทั้งอยากจะดุให้เข็ดหลาบ... และในขณะเดียวกัน ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและร้อนรุ่มกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบในส่วนลึกของหัวใจที่ปิดตาย
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อตระหนักว่าระยะห่างระหว่างเธอกับเขามันใกล้จนเกินไปแล้ว ดวงตาคมกริบที่กำลังทอดมองลงมานั้นไม่ได้มีแต่ความเกรี้ยวกราดอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับเจือประกายความอ่อนโยนบางเบาที่ยากจะคาดเดา และความร้อนผ่าวจากร่างกายของอีกฝ่ายก็ทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกำลังจะกระเจิง
"ถ..." รินรดาอ้าปากจะเอ่ยไล่ให้เขาถอยออกไป แต่ยังไม่ทันที่เสียงหวานจะได้เปล่งคำพูดใดออกมาให้จบประโยค
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตามด้วยการผลักบานประตูไม้เนื้อดีให้เปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้อนุญาต ร่างอรชรในชุดเดรสสีแดงเพลิงของแขกผู้มาใหม่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างและน้ำเสียงสดใสที่ทำเอาบรรยากาศมาคุในห้องระเหิดหายไปในพริบตา
"คีย์คะ! แย่แล้วล่ะ... อ้าว... อุ๊ย! ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย?"
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อหันไปเห็นใบหน้าคุ้นเคยของดาราสาวชื่อดังที่กำลังยืนอ้าปากค้างมองภาพที่พวกเขากำลังยืนประชิดกันในระยะอันตราย ส่วนคิรากรผละถอยหลังกลับอย่างรวดเร็ว ใบหล่อเหลากลับมาบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิมด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความแซ่บและเอาใจช่วยยัยแมวข่วนกับสิงโตซึนตัวนี้ด้วยกันนะคะ!
กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 6
เมื่อแมวข่วนเจอสิงโต
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!