“ถ้าพวกมันกล้ากลับมาเหยียบที่นี่อีกรอบ ฉันนี่แหละจะเอาด้ามเสียบฟาดหน้าให้คว่ำ ไม่ต้องรอให้ถึงมือคุณหรอกค่ะ ผู้กองกวิน”
เสียงหวานใสแต่แฝงไปด้วยความดุดันกร้าวแกร่งดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของโรงเรือนเพาะชำร้าง เหมยสะบัดมือออกจากอุ้งมือหนาของชายหนุ่มเบาๆ แม้ในใจจะแอบหวั่นไหวกับความอบอุ่นที่อีกฝ่ายจงใจส่งผ่านมาทางสัมผัสเมื่อครู่ แต่สถานการณ์เฉพาะหน้าย่อมสำคัญกว่าเรื่องชวนใจเต้นแรง เธอกวาดสายตามองแปลงผักกาดหอมที่เติบโตงอกงามผิดหูผิดตาด้วยหยาดเหงื่อและพลังจากมิติลับในตัว ท่ามกลางดงหญ้าคารกทึบที่ยังไม่ได้กำจัดจนหมดสิ้น กลิ่นอายดินชื้นหลังฝนตกผสมผสานกับกลิ่นหอมจางๆ ของพืชสมุนไพรป่าลอยอวลอยู่ในบรรยากาศ
กวินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้เงาหมวกแก๊ปพิจารณาร่างเพรียวบางของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ตั้งแต่เขาย้ายกลับมาดูแลไร่ของครอบครัวและพบว่าที่ดินผืนติดกันถูกโอนให้หญิงสาวเมืองกรุงผู้ตกอับคนนี้ เขาก็คิดว่าเธอคงอยู่ได้ไม่เกินสัปดาห์เดียว เดี๋ยวก็คงร้องไห้งอแงเก็บกระเป๋ากลับเมืองหลวงตามระเบียบ ใครจะไปรู้ว่ายายคุณหนูสตรีทสมองเพชรคนนี้ นอกจากจะไม่ยอมแพ้แล้ว ยังมีฝีมือการเอาตัวรอดและวาจาเชือดเฉือนที่ร้ายกาจยิ่งกว่าแม่เสือสาวเสียอีก
“ปากเก่งไม่เบานี่ครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ฉันติดปากพูดตามทหารเก่า” กวินแกล้งแซิดหยอกด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ชายหนุ่มจงใจเปลี่ยนสรรพนามเมื่อเห็นดวงตากลมโตคู่สวยเริ่มค้อนขวิดใส่เขาอย่างไม่พอใจ “เอาเป็นว่า ผมแค่จะเตือนด้วยความหวังดี ลุงชวนกับสมุนไม่ใช่พวกที่จะยอมรามือแค่เพราะโดนไล่ตะเพิดกลับไปหรอกครับ พวกมันกำลังวางแผนเล่นงานเราชุดใหญ่ และเวลานี้... ท้องฟ้าก็เริ่มดึกแล้ว คุณยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่บ่ายไม่ใช่หรือไงครับ แม่เชฟมือทอง”
เหมยกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างระอา เธอรู้อยู่เต็มอกว่าตาแก่ลุงชวนจอมเจ้าเล่ห์ไม่มีทางปล่อยเธอไว้แน่ ยิ่งตอนนี้แปลงผักในมิติลับของเธอกำลังผลิตผลผลิตคุณภาพเยี่ยมออกมาเรื่อยๆ ความโลภของตาแก่คนนั้นยิ่งพุ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว แต่ทว่า... กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ต่อให้ศัตรูจะยกโขยงมาทลายไร่ในคืนนี้จริง เธอก็ไม่มีทางเอาท้องว่างๆ ไปรับมือเด็ดขาด
“หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้วค่ะ!” เหมยตัดบทด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นแต่น่าเอ็นดู เธอยกมือขึ้นกอดอกแล้วหันไปมองกองฟืนและวัตถุดิบสดๆ ที่เธอแอบหยิบออกมาจากมิติลับเมื่อครู่ “ในเมื่อคุณว่างนัก และเสนอหน้ามาป้วนเปี้ยนแถวนี้ตอนดึกๆ ดื่นๆ งั้นก็มาช่วยก่อไฟ ไม่เช่นนั้นคืนนี้คุณก็กลับไปนอนอดข้าวที่บ้านของคุณซะ!”
กวินเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกสนุก มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มแบบที่ทำให้ใบหน้าคมเข้มราวกับนายทหารหน่วยรบพิเศษดูอบอุ่นและเป็นอันตรายต่อหัวใจของหญิงสาวในเวลาเดียวกัน ชายหนุ่มไม่โต้เถียง ร่างสูงใหญ่ก้าวฉับๆ เข้าไปจัดการกับกองฟืนแห้งอย่างคล่องแคล่วว่องไวราวกับฝึกฝนมาเป็นแรมปี เพียงไม่กี่นาที เปลวไฟสีส้มแดงก็ลุกโชนขึ้นขับไล่ความมืดและความหนายามวิกาลให้ถอยร่นไป
แสงไฟจากกองฟืนสาด
ส่องกระทบใบหน้าหวานที่กำลังงละมุนอยู่กับการเตรียมอาหาร เหมยไม่ได้สนใจสายตาที่จ้องมองมาอย่างพินิจพิเคราะห์ของชายหนุ่ม มือเรียวบางจัดการหยิบจับวัตถุดิบป่าที่หาได้รอบไร่และในมิติลับมาปรุงแต่งอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ราวกับเชฟมือหนึ่งกำลังแสดงฝีมือในรายการทำอาหารระดับโลก
เสียงน้ำมันเดือดฉ่าในกระทะเหล็กใบเก่าดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เหมยกำลังทำ “ผัดเผ็ดหมูป่าใส่ใบยี่หร่าและพริกไทยอ่อน” เมนูบ้านๆ ที่อัดแน่นไปด้วยเครื่องแกงตำเองรสจัดจ้านเผ็ดร้อนถึงใจ กลิ่นหอมฉุนของสมุนไพรไทย พริกแกงโขลกละเอียด และใบยี่หร่าที่ถูกความร้อนขับกลิ่นน้ำมันหอมระเหยออกมา เตะจมูกจนคนที่นั่งเฝ้ากองไฟอยู่ถึงกับต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่รู้ตัว
ตามมาด้วยหม้อดินขนาดเล็กที่เธอกำลังเคี่ยว “แกงคั่วกระดูกหมูหน่อไม้ดอง” กลิ่นหอมเปรี้ยวเค็มเผ็ดกลมกล่อมลอยละลิ่วไปตามสายลมยามค่ำคืน ผสมผสานกับเสียงเดือดปุดๆ ของน้ำแกงที่เคี่ยวจนงวดเข้าเนื้อ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบกองไฟอบอวลไปด้วยความน่ากินจนแทบน้ำลายสอ
กวินละสายตาจากกองไฟไม่ได้เลย ชายหนุ่มนั่งมองหญิงสาวที่กำลังงละมุนกับการตักอาหารใส่จานด้วยความทึ่ง ปกติเขาเป็นคนลิ้นจืดและไม่ได้ใส่ใจเรื่องกิน
อาหารทหารหรืออาหารตามสั่งง่ายๆ คือสิ่งที่เขาคุ้นชินมาตลอดชีวิต แต่กลิ่นหอมที่ลอยแตะจมูกอยู่ในเวลานี้ กลับกระตุ้นสัญชาตญาณความอยากอาหารที่หลับใหลไปนานให้ตื่นขึ้นมาอย่างรุนแรง ที่สำคัญ... ท่าทางทะมัดทะแมง ความเด็ดเดี่ยว และรอยยิ้มพึงพอใจยามที่เธอได้ชิมฝีมือตัวเอง มันช่างมีเสน่ห์ดึงดูดใจจนเขาระสายตาไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
“มองอะไรคะ? อาหารฉันไม่มีพิษหรอกน่า ถึงหน้าตาจะดูบ้านๆ แต่รับรองว่าอร่อยจนคุณลืมไม่ลงแน่” เหมยเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าจากจานข้าว เธอตักข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจากเมล็ดข้าวหอมมะลิในมิติลับ เมล็ดข้าวเรียงตัวสวยขึ้นเงา ส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนหิว ยื่นส่งให้กับชายหนุ่มตรงหน้า
กวินรับจานข้าวและชามแกงมาถือไว้ มือหนาสั่นเล็กน้อยยามที่นิ้วสัมผัสโดนปลายนิ้วเรียวของเธอโดยบังเอิญ ความร้อนรุ่มจากไออาหารผสมผสานกับความอบอุ่นแปลกประหลาดที่วิ่งพล่านในอก ทำให้ชายหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“ลองชิมดูสิคะ ผู้กอง... แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมฉันถึงมั่นใจนักหนาว่าไร่รกร้างแห่งนี้ จะต้องกลายเป็นสวรรค์ที่มีแต่คนอยากเข้ามาเยือน” เหมยพูดพลางตักผัดเผ็ดหมูป่าเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ สีหน้ามีความสุขอย่างปิดไม่มิด
กวินมองหญิงสาวชั่วครู่ ก่อนจะตักข้าวเข้าปากพร้อมกับชิ้นหมูป่าที่ผัดจนเข้าเนื้อ รสชาติเผ็ดร้อนจัดจ้านของพริกแกงผสมผสานกับความกรุบกรอบของพริกไทยอ่อนและความหอมซ่าของใบยี่หร่ากระจายไปทั่วโพรงปาก รสชาติที่กลมกล่อม จัดจ้าน และลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ความเย็นชาในตัวชายหนุ่มละลายหายไปในพริบตา ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ นี่ไม่ใช่แค่อาหารอร่อยธรรมดา แต่มันคือรสชาติที่ปลุกเร้าจิตวิญญาณให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง
“อร่อยไหมล่ะคะ?” เหมยเลิกคิ้วถามด้วยความภูมิใจ รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มปรากฏบนใบหน้าเนียนใสใต้แสงไฟ
“อร่อย... อร่อยมากครับ” กวินตอบเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบจ้องมองเธอด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าถูกใจ แต่มันคือความคลั่งไคล้ที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานละมุนและกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารพื้นบ้าน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังแหวกพงหญ้าคาเข้ามาใกล้โรงเรือนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่คุ้นเคยของลุงชวนและสมุนสมุนมือขวาที่ถือท่อนไม้และมีดพร้าครบมือ
“กลิ่นหอมดีนี่หยายคุณหนู! ทำอาหารกินกันหน้าตาเฉยเชียว... แต่เกรงว่าแกจะไม่มีชีวิตอยู่กินต่อจนหมดจานหรอกนะ เพราะที่ดินตรงนี้... คืนนี้มันต้องเป็นของฉัน!” ลุงชวนตะโกนก้องด้วยความฮึกเหิม พาพวกพ้องล้อมวงเข้ามาประชิดตัวทั้งสองคนในพริบตา
เหมยชะงักมือที่กำลังจะตักข้าวคำต่อไป ใบหน้าหวานตึงขึ้นทันที ดวงตากลมโตฉายแววเย็นชาและอำมหิตผิดกับเมื่อครู่วินาทีลิบลับ หญิงสาวค่อยๆ วางช้อนลงช้าๆ ก่อนจะเหลือบมองกวินที่นั่งอยู่ข้างๆ
ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ วางจานข้าวลงบนพื้นอย่างใจเย็น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำแผ่รังสีความน่ากลัวออกมาราวกับพญาเสือที่ถูกปลุกให้ตื่นจากจำศีล กวินหันมาสบตาเหมยแล้วกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย็นเยียบ
“บอกแล้วไงครับ... ว่าหมาบ้าพวกนี้ มันไม่เคยรู้เลยว่ากำลังมาขัดจังหวะอะไร”
กวินยังไม่ทันขยับตัวออกไปจัดการสมุนลุงชวน จู่ๆ แสงไฟฉายแรงสูงนับสิบดวงก็สาดส่องพุ่งตรงมายังโรงเรือนเพาะชำจากทางเข้าไร่ พร้อมกับเสียงรถกระบะหลายคันที่แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าอย่างกะทันหัน ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบทหารพรานและผู้ใหญ่บ้านพร้อมอาวุธครบมือ กรูกันเข้ามาล้อมวงลุงชวนและสมุนไว้ตรงกลางในพริบตา ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ลุงชวนหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นชายวัยกลางคนท่าทางน่าเกรงขามก้าวลงจากรถพร้อมกับเอกสารราชการในมือ
“สวัสดีครับผู้กอง... และสวัสดีครับคุณเหมย ผมได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีพวกบุกรุกยามวิกาล กำลังสร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของที่ดินตัวจริง” เสียงทุ้มทรงอำนาจของสารวัตรท้องถิ่นดังขึ้นทำลายความเงียบ พร้อมกับสายตาที่จ้องมองลุงชวนด้วยแววตาเอาเรื่อง
เหมยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับไปมองหน้ากวินที่ยืนยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอเบาๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนใจสั่น
“เซอร์ไพรส์ไหมครับ? ผมจัดการโทรแจ้งตำรวจและฝ่ายปกครองไว้ตั้งแต่ตอนที่คุณบอกว่าจะเอาด้ามเสียบฟาดหน้าพวกมันแล้วล่ะครับ... เพราะงานสกปรกแบบนั้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมดีกว่านะครับที่รัก”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาลิ้มรสความอร่อยและความฟินไปด้วยกันนะคะ!
เซียนเกษตรสาวกับนายทหารมาดเข้ม: ปฏิบัติการฟื้นฟูไร่ร้างให้เป็นสวรรค์•ตอนที่ 4
เมนูจานด่วนท่ามกลางดงหญ้าคา
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับนายทหารมาดเข้ม: ปฏิบัติการฟื้นฟูไร่ร้างให้เป็นสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!