“อยู่ข้างหลังผม...” กวินสั่งเสียงเข้มเด็ดขาด “คืนนี้... เรามาดูกันว่าใครกันแน่ที่จะต้องออกไปจากไร่นี้!”
ความมืดสนิทของคืนเดือนมืดปกคลุมเรือนไม้เก่าคร่ำคร่า กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินหลังฝนโชยปะทะนาสิก ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เมื่อแผ่นหลังกว้างของอดีตนายทหารหนุ่มยืนตระหง่านบังร่างบางของเหมยไว้มิดชิด ไออุ่นจากตัวเขาแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาจนเหมยที่มักจะใจกล้าหน้าด้านเสมอในสถานการณ์คับขัน เผลอใจเต้นตึ้กตั้กอย่างไม่รักดี
ดวงตาคมกริบของกวินกวาดมองไปรอบทิศทางในความมืด เขารู้ดีว่าเงาตะคุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่นอกหน้าต่างนั้นไม่ใช่ผีสางที่ไหน แต่เป็นลิ่วล้อของลุงชวนที่ส่งมาสร้างความหวาดกลัว เพื่อบีบให้หญิงสาวทนไม่ไหวแล้วหนีเตลิดกลับเมืองหลวงไปตามแผนการฮุบที่ดินราคาถูก
“ระวังตัวด้วยนะคะ” เหมยกระซิบเบาๆ มือเรียวแอบควานหาไม้หน้าสามใกล้ตัวเตรียมฟาดไม่ยั้งหากมีใครกล้าบุ่มบ่ามเข้ามา แต่กวินกลับแค่นجหัวเราะในลำคอเบาๆ
“คนพวกนั้นไม่กล้าทำอะไรรุนแรงหรอกค่ะ พวกมันแค่อยากลองใจเรา... แต่สำหรับฉัน คนที่บังคับให้คุณต้องมาลำบากในที่ซอมซ่อแบบนี้ สมควรได้รับการสั่งสอนเสียบ้าง”
สิ้นคำพูด ร่างสูงใหญ่ก็พุ่งตัวออกไปจากประตูหลังบ้านอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเสือชีตาห์ ทิ้งให้เหมยยืนกระพริบตาปริบๆ อยู่คนเดียวในความมืด ยังไม่ทันที่เธอจะทันได้อ้าปากห้าม เสียงโครมครามตามด้วยเสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดก็ดังแว่วมาจากพุ่มไม้หลังแปลงเกษตร สัมผัสได้ถึงความเด็ดขาดและแม่นยำในทุกกระบวนท่าของการต่อสู้ระยะประชิด
เหมยถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ก่อนที่มุมปากอิ่มจะยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ในเมื่อสามีจำเป็นของเธอกำลังจัดการปัญหาเฉพาะหน้าให้อย่างขันแข็ง เธอก็ไม่ควรเสียเวลาอันมีค่าไปโดยเปล่าประโยชน์
หญิงสาวหันหลังกลับเข้าสู่ห้องครัวเล็กๆ แสงจากตะเกียงน้ำมันพืชสาดส่องกระทบใบหน้าเรียวสวยที่ฉายแววมุ่งมั่น เหมยหลับตาลงตั้งสติ ดึงจิตสำนึกเข้าสู่ห้วงลึกของ “กระเป๋ามิติ” ที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่ทะลุมิติเข้ามาในโลกใบนี้
วูบ—!
พริบตาเดียว ร่างของเหมยก็วาร์ปเข้ามาสู่พื้นที่สีเขียวขจีอันกว้างใหญ่ไพศาลภายในมิติลับ ที่นี่เวลาเดินเร็วกว่าโลกภายนอกถึงสิบเท่า อากาศบริสุทธิ์อุดมไปด้วยพลังงานปราณธรรมชาติที่ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างประหลาด เบื้องหน้าของเธอคือแปลงดินร่วนซุยสีดำสนิทที่อุดมไปด้วยสารอาหารชั้นเลิศ และที่สำคัญที่สุด... เมล็ดพันธุ์ผักพื้นบ้านและสมุนไพรหายากที่เธอเก็บสะสมไว้กำลังเปล่งแสงเรืองรอง
“ได้เวลาเปลี่ยนไร่ร้างให้กลายเป็นขุมทองแล้วสินะคะ”
เหมยยิ้มกริ่ม มือเรียวหยิบเมล็ดพันธุ์ผักคะน้าฮ่องกงและมะเขือเทศราชินีสายพันธุ์พิเศษขึ้นมา หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น เธอไม่ใช่แค่เชฟสตรีทฟู้ดมือหนึ่ง แต่เธอคืออดีตนักวิจัยด้านพันธุศาสตร์พืชก่อนจะผันตัวมาจับตะหลิว ความรู้ผสมผสานกับพลังเร่งการเจริญเติบโตของมิติลับนี้ จะทำให้เธอสร้างผลผลิตที่อร่อยและทรงคุณค่าที่สุดในยุคนี้ได้อย่างแน่นอน
เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะโปรยเมล็ดพันธุ์ลงบนผืนดิน พร้อมกับส่งจิตอธิษฐานและโคจรพลังงานปราณจากมิติลับเข้าสู่ผืนดินโดยตรง
ปึง! ปึง! ปึง!
ราวกับมีปาฏิหาริย์ เมล็ดพันธุ์จิ๋วเหล่านั้นแตกหน่อแทงยอดทะลุดินขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ใบสีเขียวสดใสขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ด้วยอัตราเร็วกว่าปกติเป็นร้อยเท่า กลิ่นหอมสดชื่นของใบไม้และผลไม้นานาพันธุ์ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ มะเขือเทศสีแดงก่ำเต่งตึงราวกับอัญมณีล้ำค่า คะน้าฮ่องกงอวบอ้วนน่ากินปรากฏอยู่ตรงหน้าในเวลาเพียงไม่ถึงสิบนาที
เหมยหัวเราะคิกคักด้วยความสะใจ เธอเด็ดมะเขือเทศลูกหนึ่งขึ้นมาลองกัดเข้าปาก รสชาติหวานฉ่ำกลมกล่อมละมุนลิ้นระเบิดขึ้นในโพรงปาก ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลและการเผชิญหน้ากับพวกคนเห็นแก่ตัวพลันมลายหายไปสิ้น พลังวิเศษนี้ช่างโกงเสียจริง!
“ทำอะไรอยู่คนเดียวเหรอคะ?”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นใกล้ๆ จนเหมยสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองก็พบกวินที่เดินตามเข้ามาในมิติลับตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ดวงตาคมกราบกรานสำรวจแปลงผักตรงหน้าด้วยความตกตะลึงระคนทึ่ง แม้เขาจะเป็นคนนิ่งๆ สุขุม แต่ภาพผักผลไม้ที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วราวกับเวทมนตร์ตรงหน้าก็ทำให้ผู้กองหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก
“คุณ... เข้ามาได้ยังไงคะเนี่ย?” เหมยเบิกตากว้าง รีบเดินเข้าไปขวางหน้าแปลงผักไว้ ทว่ากวินกลับสาวเท้าเข้ามาใกล้ ชิดเสียจนร่างบางต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับชั้นวางของ
ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มโน้มลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความลึกล้ำและประกายความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด
“ก็เห็นภรรยาหายเข้ามาในนี้ นานเกินไป... ผมกลัวว่าจะมีใครมาลักพาตัวคุณไปเสียก่อน” กวินกระซิบเสียงพร่า แววตาคมกวาดยังแปลงผักรอบตัว ก่อนจะเลื่อนกลับมามองใบหน้าเนียนใสของหญิงสาว “บอกผมมาสะดีๆ เหมย... ความลับที่คุณซ่อนไว้ มันคืออะไรกันแน่?”
เหมยเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะเมื่อถูกสายตาคู่นั้นจดจ้อง ความใกล้ชิดนี้ทำให้สมองอันชาญฉลาดของเธอเริ่มรวนเร ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากอธิบายความจริงครึ่งๆ กลางๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย เสียงเคาะประตูบ้านรัวๆ จากโลกภายนอกก็ดังสนั่นหวั่นไหวแทรกเข้ามาในมิติลับ!
*ปึง! ปึง! ปึง!*
“นังเหมย! ไอ้กวิน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ระเบิดขี้หมูของพวกแกทำพิษชาวบ้านหมดแล้วนะเว้ย!” เสียงแหลมสูงตวาดลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว พร้อมกับเสียงพังประตูที่ดังสนั่นขึ้นเรื่อยๆ จนตัวเรือนไม้สั่นสะเทือน
กวินผละออกจากร่างบางทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็งในเสี้ยววินาที ความอบอุ่นเมื่อครู่วันหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ
เหมยหน้าซีดเผือดเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะกลัวเสียงโวยวายนั้น แต่เป็นเพราะ... เธอจำเสียงของคนที่อยู่หน้าบ้านได้แม่นยำ นั่นคือเสียงของ “ป้าสะใภ้ใหญ่” ตัวแสบที่เคยประกาศกร้าวว่าจะฮุบครัวและที่ดินทั้งหมดของตระกูลไปจำนำเล่นไพ่!
“หึ มาไวเสียจริงนะคะ” เหมยแค่นยิ้มเย็นชา ดวงตาคู่สวยประกายแวววาวด้วยความเจ้าเล่ห์ ในเมื่อพวกมันกล้ามาหาเรื่องถึงถิ่น เธอก็จะใช้ “ผลผลิตวิเศษ” ในมิตินี้ต้อนรับพวกมันให้สาสหัสกับความระยำที่เคยทำไว้!
หญิงสาวหันไปสบตากับสามีหนุ่มมาดเข้ม ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันอย่างรู้ใจโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ
กวินเอื้อมมือมาคว้ามือบางของเธอไว้แน่น บีบกระชับเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและมั่นใจ “ไปค่ะ... เดี๋ยวผมพาไปดูเองว่า หมาบ้าพวกนั้น จะต้องชดใช้ยังไงกับการมาขัดจังหวะเวลาสวีทของเราในคืนนี้”
*ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ*
เซียนเกษตรสาวกับนายทหารมาดเข้ม: ปฏิบัติการฟื้นฟูไร่ร้างให้เป็นสวรรค์•ตอนที่ 3
ความลับในกระเป๋ามิติ
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับนายทหารมาดเข้ม: ปฏิบัติการฟื้นฟูไร่ร้างให้เป็นสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!