รอยสักรูปงูเขียวตวัดหางพันรอบกริชโบราณบนท่อนแขนของศพไร้ญาติที่เพิ่งถูกขุดพบหลังแนวรั้วไร่ คือหลักฐานเป็นตายที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความหนาวเหน็บทันที กวินขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด ดวงตาคมกริบทอประกายอำมหิตระคนกังวลระลอกใหญ่ ขณะที่เหมยกำลังใช้ปลายนิ้วเขี่ยเศษดินออกจากรอยสัญลักษณ์นั้นด้วยแววตาที่ไหววาระรอก
องค์กรค้ามนุษย์ข้ามชาติและแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติที่ผู้กองหนุ่มเคยปะทะเดือดเมื่อสามปีก่อน... มันไม่ได้ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นอย่างที่รายงานทางการเคยระบุไว้ พวกมันตามกลิ่นเงินและผลประโยชน์มหาศาลข้ามพรมแดนมา จนกระทั่งพบว่าเส้นทางลำเลียงสินค้าเถื่อนเส้นใหม่ผ่านเข้ามาทางไร่รกร้างที่เหมยกำลังพลิกฟื้นให้กลายเป็นสวรรค์แห่งนี้ และยิ่งไปกว่านั้น ลุงชวนญาติจอมปลอมคนนั้น คงไม่ได้เป็นแค่ตาแก่เจ้าเล่ห์ธรรมดาเสียแล้ว แต่เป็นหนึ่งในหนอนบ่อนไส้ที่คอยรับส่งส่วยให้พวกมัน!
"พวกมันไม่ได้มาแค่สอดแนมค่ะเหมย..." เสียงทุ้มต่ำของผู้กองกวินลอดไรฟันขณะดึงแขนฉันให้ลุกขึ้นยืนบังไว้ข้างหลังด้วยสัญชาตญาณนักรบ "รอยสักนี้... เป็นสัญลักษณ์เตือนภัยระดับสูงสุด สัญญาณชีพจากกล้องวงจรปิดพลังงานแสงอาทิตย์ที่เราติดไว้รอบไร่เมื่อคืน ถูกรบกวนสัญญาณในรัศมีสามกิโลเมตร แปลว่าพวกมันกำลังเคลื่อนพลเข้ามาในเขตไร่ของเราแล้ว"
เหมยสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ สมองเพชรของอดีตเชฟสาวหมุนจี๋คำนวณสถานการณ์อย่างรวดเร็ว หากหลบหนีตอนนี้ แปลว่าหยาดเหงื่อแรงกายทั้งหมดที่ทุ่มเทพลิกฟื้นผืนดิน รวมถึงแปลงผักวิเศษในมิติลับที่กำลังเจริญงอกงามจะตกเป็นของโจรทมิฬพวกนั้น ไม่มีทาง! ในเมื่อพวกมันกล้าเหยียบเข้ามาในอาณาเขตทำมาหากินของเธอ ก็ต้องเตรียมตัวรับมือกับยัยแม่ครัวมือหนักที่พกทั้งความแค้นและอาวุธลับเต็มพิกัด
"ถ้ารบกวนสัญญาณ แปลว่าพวกมันยังไม่รู้ว่าเราไหวตัวทันค่ะกวิน" เหมยกระซิบเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความดุดันที่ไม่เคยยอมแพ้ใคร "ในครัวเรือนหลังนั้นยังมีน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนหม้อใหญ่ที่ฉันเคี่ยวทิ้งไว้ตั้งแต่ตีสาม... ถ้าพวกมันอยากลองดีนัก เดี๋ยวฉันจะต้อนรับด้วย 'ซุปเดือดนรก' ของจริงให้มันจำไปจนวันตาย!"
กวินมองภรรยาจำเป็นด้วยแววตาที่ฉายความระคนทึ่งและระอุความรู้สึกบางอย่างลึกซึ้ง ในยามวิกฤตที่ผู้หญิงส่วนใหญ่คงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว แต่ผู้หญิงตรงหน้ากลับยืนหยัดหลังตรง แววตาเด็ดเดี่ยวไม่ต่างจากทหารหาญในยามออกศึก ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่เก็บงำมานานแรมเดือน ความห่วงใยที่ก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นความรักลึกซึ้ง มันตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอของนายทหารผู้ไม่เคยหวั่นเกรงต่อสิ่งใด
มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวที่เปื้อนคราบดินเบาๆ แรงบีบที่ส่งผ่านมาอบอุ่นและมั่นคงจนหัวใจของเหมยกระตุกวูบ
"เหมย..." กวินเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความแข็งกระด้างหายวับ เหลือเพียงความเวิ้งว้างอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่เบื้องลึก "ถ้า... ถ้าคืนนี้พวกเราผ่านเหตุการณ์นี้ไปไม่ได้ ผมอยากให้คุณรู้ว่า..."
บรรยากาศรอบตัวคล้ายจะหยุดนิ่ง เสียงลมหายใจของกันและกันชัดเจนขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดของสงครามที่กำลังจะมาถึง แววตาของกวินสั่นไหวเล็กน้อยราวกับกำลังรวบรวมความกล้าทั้งหมดในชีวิตเพื่อเอ่ยคำสำคัญที่ค้างคามานาน
*ปัง! เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจากทางแนวรั้วด้านทิศเหนือตัดขาดทุกคำพูดทันที!*
แรงอัดจากการระเบิดทำให้เศษไม้และฝุ่นดินปลิวว่อน กวินดึงร่างของเหมยเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณ ปกป้องเธอไว้ใต้ร่างของตนเองอย่างมิดชิด แรงปะทะทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปคลุกกับพื้นหญ้า เหมยเบิกตากว้างเมื่อเงาร่างของชายฉกรรจ์ไม่ต่ำกว่าห้าคนพร้อมอาวุธครบมือ กำลังพังแนวรั้วลวดหนามเข้ามาในเขตไร่ท่ามกลางความมืดมิดของราตรีกาล
"เวรเอ๊ย! มาเร็วกว่าที่คิด" กวินคำรามต่ำในลำคอ ดวงตาเปลี่ยนเป็นแววตานักล่าที่พร้อมฉีกกระชากศัตรูเป็นชิ้นๆ เขาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมชักปืนพกคู่ใจออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์
"ซ่อนตัวอยู่ในห้องเก็บเครื่องมือ อย่าเพิ่งออกไปไหนจนกว่าผมจะกลับมา!" กวินหันมาสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดที่ไม่อนุญาตให้ขัดขืน แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ สายตาที่เขามองเหมยยังคงเต็มไปด้วยความห่วงหาอาทรอย่างปิดไม่มิด
เหมยเม้มริมฝีปากแน่น เธอมองตามแผ่นหลังกว้างที่กำลังก้าวออกไปเผชิญหน้ากับฝูงมัจจุราชลำพัง ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ คำสารภาพรักที่ยังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยจนจบประโยคเมื่อครู่ กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่จุดประกายความเด็ดเดี่ยวในตัวเธอ
ในเมื่อเขาเลือกที่จะปกป้องเธอด้วยชีวิต เธอก็จะไม่ยอมเป็นภาระให้เขาต้องพะวงหลังอย่างเด็ดขาด!
เหมยสะบัดข้อมือเบื้องหลัง ส่งจิตเข้าไปในมิติลับเพื่อหยิบขวดแก้วบรรจุ "หัวเชื้อพริกปีศาจสกัดเข้มข้น" และมีดทำครัวสแตนเลสเนื้อดีเล่มเก่งออกมาซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต ก่อนจะก้าวเท้าตามออกไปอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางเสียงฝีเท้าและเสียงคำรามของกลุ่มโจรที่บุกรุกเข้ามาล้อมรอบบ้านพักในไร่ทีละน้อย...
*และในวินาทีที่กวินเหนี่ยวไกนัดแรกเพื่อเปิดฉากปะทะ แสงไฟฉายสเก๊าท์ไลท์จากรถกระบะลึกลับคันหนึ่งก็สาดส่องตรงมายังหน้าบ้านพัก พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด ก้าวลงมาจากรถด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น... บุคคลที่ควรจะนอนอยู่ใต้ซากปรักหักพังในเมืองหลวงเมื่อสามปีก่อน!*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางฮีลใจไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ
เซียนเกษตรสาวกับนายทหารมาดเข้ม: ปฏิบัติการฟื้นฟูไร่ร้างให้เป็นสวรรค์•ตอนที่ 18
คำสารภาพที่ยังไปไม่ถึง
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับนายทหารมาดเข้ม: ปฏิบัติการฟื้นฟูไร่ร้างให้เป็นสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!