เซียนเกษตรสาวกับนายทหารมาดเข้ม: ปฏิบัติการฟื้นฟูไร่ร้างให้เป็นสวรรค์•ตอนที่ 17

เทศกาลเก็บเกี่ยว

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
เสียงโลหะกระทบกันดัง *เคร้ง* ก้องกังวานในความมืดสลัวของห้องครัว หลังคาเรือนไม้ไผ่ถูกไอความร้อนจากเตาฟืนโชยขึ้นระบายกลิ่นอายของเครื่องเทศและพริกไทยเสฉวนจนฉุนกึก "ดูท่าทาง... ค่ำคืนนี้เราคงไม่ได้พักผ่อนกันง่ายๆ แล้วล่ะค่ะผู้กอง" เหมยกล่าวเสียงเรียบ พลางหยิบมีดทำครัวสแตนเลสสตีลเล่มโปรดขึ้นมาควงเล่นในมืออย่างคล่องแคล่วว่องไว ดวงตากลมโตฉายแวววาวระยับด้วยประกายความสนุกสนานปนเย้ยหยัน ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย เบื้องหน้าของเธอคือประตูรั้วไม้ไผ่ที่สั่นสะเทือนจากการกระแทกกระทั้น เสียงโวยวายหยาบคายของลุงชวนและสมุนมือปืนรับจ้างดังลอดเข้ามาแข่งกับเสียงจิ้งหรีดเรไรรอบไร่ ลุงชวนคงคิดว่าอาศัยยามวิกาลบุกเข้ามาข่มขู่เรื่องโฉนดที่ดินเพื่อบังคับให้เธอเซ็นยกไร่ให้ฟรีๆ จะเป็นทางลัดที่ง่ายที่สุด แต่เขาคงลืมไปว่า... ที่นี่ไม่ใช่ไร่ร้างไร้เจ้าของอีกต่อไปแล้ว ผู้กองกวินไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกมา ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเข้มเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นยามที่เขากำลังขยับตัวหยิบปืนพกประจำกายขึ้นมาตรวจสอบกระสุนอย่างใจเย็น แววตาคมกริบทอประกายเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ความเงียบขรึมและนิ่งสงบของชายหนุ่มคือเครื่องยืนยันชั้นดีว่า สัตว์ป่าที่บังอาจก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของเขานั้น... จะไม่มีวันได้เดินออกไปโดยสวัสดิภาพ "เปิดประตูโว้ย! นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม แกคิดว่าซ่อนตัวอยู่ในไร่นี้แล้วข้าจะทำอะไรแกไม่ได้รึ!" เสียงตะโกนแหบพร่าของลุงชวนแผดลั่นตามมาด้วยเสียงถีบประตูไม้สนั่นหวั่นไหว *โครม!* ประตูไม้ไผ่ที่ผู้กองกวินเพิ่งซ่อมแซมไปเมื่อสัปดาห์ก่อนพังทลายลงมา ฝุ่นผงคละคลุ้ง ทว่าแทนที่จะเป็นภาพความตื่นตระหนกของหญิงสาวร่างบางอย่างที่พวกมันคาดคิด ลุงชวนและสมุนอีกสี่คนกลับต้องชะงักกึก เมื่อพบว่าเจ้าของบ้านยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวอยู่ด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังรอต้อนรับแขกผู้มาเยือนคนสำคัญ เหมยปรายตามองกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ถือไม้และท่อนเหล็กเข้ามาเต็มลานบ้าน รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากบาง "อุ๊ย ตายจริง... แขกยามวิกาลกลุ่มนี้มาช้าเสียจริงนะคะ ข้าเตรียมน้ำร้อนไว้ลวกหมู... เอ๊ย ต้อนรับพวกท่านไว้นานแล้วเชียว" "ปากดีนักนะนังนี่! วันนี้แหละ ข้าจะสั่งสอนให้แกสำนึกว่าใครคือเจ้าของที่ดินผืนนี้ที่แท้จริง!" ลุงชวนหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยว ชี้หน้าตวาดลั่น พลางส่งสัญญาณให้ลูกน้องพุ่งตัวเข้าไปรวบตัวหญิงสาว ทว่า... ยังไม่ทันที่เท้าของสมุนคนแรกจะแตะถึงพื้นกระเบื้อง ผู้กองกวินที่ยืนนิ่งเงียบเป็นเงาตามตัวมาตลอดก็พุ่งทะยานออกไปราวกับเสือชีตาร์ ร่างสูงใหญ่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงจนแทบมองตามไม่ทัน สันมือหนาฟาดเข้าที่ท้ายทอยของสมุนคนแรกอย่างแม่นยำและไร้ความปรานี เสียงกระดูกกระทบกันเบาๆ พร้อมกับร่างของชายฉกรรจ์ที่ร่วงลงไปนอนกองกับพื้นสลบเหมือดในพริบตาเดียว "เฮ้ย! จัดการมันก่อน!" สมุนที่เหลือเห็นท่าไม่ดี เงื้อท่อนเหล็กพุ่งเข้าใส่ผู้กองกวินพร้อมกัน การต่อประชิดตัวในความมืดสลัวดำเนินไปอย่างดุเดือดและรวดเร็ว ผู้กองกวินใช้ทักษะการต่อสู้จากหน่วยรบพิเศษจัดการบล็อกและหักศอกคู่ต่อสู้แต่ละคนด้วยความเด็ดขาด ทุกท่วงท่าเปี่ยมด้วยพละกำลังและสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกเก็บกดไว้ใต้มาดนิ่งขรึม เหมยยืนมองสามีออกโรงปกป้องด้วยความรู้สึกอุ่นซ่านในหัวอก มือเรียวบางยังคงหมุนมีดทำครัวเล่นเบาๆ พลางส่งเสียงเชียร์เป็นระยะอย่างชอบใจ "ระวังข้างซ้ายด้วยค่ะผู้กอง... อ๊ะ เก่งมากค่ะ สามีใครเนี่ย หล่อแถมมือหนักเป็นบ้าเลย" เหมยเอ่ยแซwยิ้มๆ ทำให้ผู้กองกวินอดไม่ได้ที่จะเหลือบสายตากลับมามองภรรยาแวบหนึ่ง พร้อมกับมุมปากที่กระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ใช้เวลาไม่ถึงสามนาที ชายฉกรรจ์ทั้งสี่คนก็ลงไปนอนครวญครางระงมพื้นดิน ลุงชวนที่ยืนถือไม้สั่นเทาอยู่ด้านหลังหน้าซีดเผือด ขาสั่นพับจนแทบก้าวหนีไม่ไหว เมื่อเห็นสายตาดุดั่งพญายมของผู้กองกวินค่อยๆ เคลื่อนตัวตรงดิ่งมาหาตนเอง "แก... แกมันไอ้ทหารนอกราชการสารเลว!" ลุงชวนละล่ำละลักถอยหลังกรูด เหมยเดินสาวเท้าเข้ามาใกล้ ชายตามองลุงชวนด้วยสายตารังเกียจราวกับมองเศษขยะข้างทาง เธอนั่งยองๆ ลงตรงหน้าชายแก่ที่ทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้น ปลายมีดสแตนเลสคมกริบถูกยกขึ้นมาจ่อเบาๆ ที่คางอูมของอีกฝ่าย จนลุงชวนต้องกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "ลุงชวนคะ..." เหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย แต่กลับเยือกเย็นเสียจนสันหลังวาบ "ท่านคงลืมไปแล้วกระมังว่า กฎหมายคุ้มครองกรรมสิทธิ์ที่ดินเขามีไว้ทำไม หรือสมองที่ฝ่อไปตามอายุของท่านมันจำไม่ได้แล้วว่า... แปลงนี้เป็นของตระกูลข้าโดยชอบธรรม?" "ขะ... ข้าแค่ล้อเล่น นังเหมย ข้าแค่จะมาคุยเรื่อง... เรื่องซื้อขาย..." ลุงชวนแก้ตัวเสียงสั่น "ซื้อขายเหรอคะ? แต่ตั๋วสัญญาเงินกู้และหลักฐานการฮุบทรัพย์สินที่ท่านทำไว้กับพวกนายทุนสีเทาเมื่อสัปดาห์ก่อน มันอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานข้าเรียบร้อยแล้วนะคะ" เหมยแย้มยิ้มหวานหยด ทว่าดวงตากลับคมกริบราวใบมีด "ท่านคิดว่าตำรวจในอำเภอนี้ หรือนักข่าวสายอาชญากรรมจะสนใจฟังคำแก้ตัวของคนแก่ใกล้โลงศพอย่างท่านมากกว่าหลักฐานบัญชีสัญญาลับพวกนั้นล่ะคะ?" ลุงชวนหน้าถอดสี ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความกลัวจนพูดไม่ออก การปรากฏตัวของเหมยในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทำไร่ปลูกผักธรรมดา แต่เธอกำลังกุมจุดตายของเครือข่ายอิทธิพลท้องถิ่นเอาไว้ทั้งหมดในกำมือ "ไสหัวไปซะค่ะ... แล้วอย่าให้ข้าเห็นหัวพวกท่านเหยียบเข้ามาในเขตไร่ของฉันอีก ไม่อย่างนั้น... รอบหน้าฉันอาจจะไม่ได้ต้อนรับด้วยมีดทำครัวเล่มนี้ แต่อาจจะเป็นปุ๋ยหมักสูตรพิเศษจากซากปุ๋ยอินทรีย์ที่ข้าหมักไว้ใต้ดินแทน" เหมยตวัดมีดตัดผ่านปลายเส้นผมของลุงชวนเบาๆ เป็นเชิงขู่ ก่อนจะสะบัดหน้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ลุงชวนและสมุนรีบพยุงกันลุกขึ้นลนลาน วิ่งหนีหายออกไปจากไร่ท่าย์กลางความมืดด้วยความหวาดผวา บรรยากาศในไร่กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมผสานกับไอฝนยามค่ำคืนโชยมาแตะจมูก เหมยถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันไปสบตากับผู้กองกวินที่ยืนรออยู่ใกล้ๆ แววตานิ่งสนิทคู่นั้นแฝงความห่วงใยลึกซึ้งที่ไม่อาจเอ่ยเป็นคำพูด "เหนื่อยหน่อยนะคะผู้กอง..." เหมยเอ่ยเสียงนุ่ม เดินเข้าไปใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อตามกรอบหน้าคมคายของสามีอย่างเบามือ "ไม่เหนื่อยครับ..." ผู้กองกวินตอบเสียงทุ้มต่ำ มือหนาเอื้อมมาโอบเอวบางของภรรยาเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น "แต่ตอนนี้... ผมเริ่มหิวแล้วล่ะครับ เมียรัก" เหมยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "รู้หรอกน่า... ว่าคุณต้องพูดแบบนี้ ดึกดื่นแบบนี้ ข้าเตรียม 'ซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนใส่เห็ดหอมป่า' เดือดๆ ไว้บนเตาแล้วค่ะ รับรองว่าซดแล้วร้อนท้อง ชื่นใจหายเหนื่อยแน่นอน" ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันกลับเข้าไปในครัวแสงไฟสีส้มอบอุ่นส่องกระทบเงาทั้งสองทอดตัวยาวบนผนังไม้ไผ่ ความสุขสงบแบบสโลว์ไลฟ์ที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและมันสมองกำลังเบ่งบานอย่างงดงาม ทว่า... ในขณะที่เหมยกำลังตักซุปใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีนวลเพื่อปรนเปรอสามีหนุ่ม สายตาของเหมยก็เหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างนอกหน้าต่าง เงาร่างสีดำทะมึนร่างหนึ่งกำลังยืนนิ่งสนิทอยู่ใต้ต้นไผ่ใหญ่ริมรั้วไร่ ร่างนั้นไม่ได้มีท่าทีคุกคามเหมือนลุงชวน แต่ทว่า... สันหลังของเหมยกลับเย็นวาบขึ้นมาทันทีเมื่อสังเกตเห็นสัญลักษณ์รูป "รอยสักรูปงูเขียวหางไหม้" ที่ต้นคอของอีกฝ่าย ซึ่งโผล่พ้นคอเสื้อฮู้ดออกมาให้เห็นภายใต้แสงจันทร์สลัว นั่นคือสัญลักษณ์ของ "องค์กรค้ามนุษย์ข้ามชาติ" ที่ผู้กองกวินเคยไล่ล่าเมื่อสามปีก่อน... และพวกมันตามมาเจอที่นี่แล้ว! (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความอบอุ่นและร่วมลุ้นไปกับไร่ของน้องเหมยนะคะ)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับนายทหารมาดเข้ม: ปฏิบัติการฟื้นฟูไร่ร้างให้เป็นสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%
เทศกาลเก็บเกี่ยว — เซียนเกษตรสาวกับนายทหารมาดเข้ม: ปฏิบัติการฟื้นฟูไร่ร้างให้เป็นสวรรค์ | yayni