ฟ้าร้องคำรามสนั่นจนหลังคากระเบื้องดินเผาสั่นสะเทือน เม็ดฝนขนาดเท่าหัวแม่มือเทกระหน่ำลงมาเหมือนฟ้าถسลงมาบนไร่ร้างในพริบตาเดียว กลิ่นไอฝนผสมกับกลิ่นดินเปียกชื้นตลบอบอวลไปทั่ว แต่สิ่งที่ทำให้เหมยต้องหัวเสียจนอยากจะเขวี้ยงทัพพีในมือทิ้ง คือเสียงน้ำฝนที่หยดลงมา 'ติ๋ง... ติ๋ง...' ตรงกลางห้องครัวพอดีเป๊ะ
"ให้ตายสิ ตาเฒ่าชวนกับสมุนเวรพวกนั้น นอกจากจะขโมยเครื่องมือเกษตรไปแล้ว ยังแถมหลังคารั่วเป็นรูเท่ากำปั้นมาให้อีกเหรอเนี่ย!" เหมยสบถเบาๆ พรางกระชับผ้ากันเปื้อนสีซีด มือเรียวรีบคว้ากะละมังทองเหลืองมารองรับน้ำฝนที่รั่วลงมาอย่างแม่นยำ ก่อนที่มันจะสร้างความเสียหายให้กับแป้งข้าวเจ้าที่เธอกำลังนวดสำหรับทำ 'ขนมจีนน้ำยาปู' เมนูเด็ดที่จะใช้กู้ชื่อเสียงและสร้างรายได้ก้อนโตในตลาดพรุ่งนี้
"ถอยไปค่ะเหมย เดี๋ยวเปียกหมด"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มและกางเกงสนามที่เปียกชื้นจนแนบไปกับแผ่นอกกว้าง ผู้กองกวินก้าวเข้ามาในห้องครัวแคบๆ แห่งนี้ราวกับพายุอีกลูก กลิ่นกายบุรุษปะปนกับกลิ่นไอฝนสะอาดๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนเหมยต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว
ชายหนุ่มไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง เขากวาดสายตาคมกริบประเมินรอยรั่วบนเพดานไม้เก่าๆ อย่างรวดเร็ว ก่อนจะปีนขึ้นไปเหยียบیบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างคล่องแคล่ว แผ่นหลังกว้างและกล้ามเนื้อไทป์นักรบที่เกร็งตัวทุกครั้งเมื่อขยับกาย ทำให้บรรยากาศในครัวที่คับแคบดูอบอ้าวขึ้นมาถนัดตา
"คุณจะทำอะไรคะ ข้างนอกฝนตกหนักลมแรงจะตาย ขึ้นไปตอนนี้อันตรายนะ!" เหมยเอ็ดเบาๆ แต่แววตาเป็นห่วงไม่สามารถปิด
กวินชะงักเล็กน้อย เขาก้มหน้าลงมาสบตากับหญิงสาวที่ยืนถือไฟฉายส่องทางให้ รอยยิ้มมุมปากที่นานๆ ครั้งจะปรากฏถูกจุดขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ "เป็นห่วงผมเหรอครับ... เอ้ย... ห่วงผมเหรอคะคุณภรรยา"
"ใครภรรยาคุณคะ ฝันไปเถอะ!" เหมยค้อนให้วงใหญ่จนตาคว่ำ แต่ก็ยอมส่งค้อนตอกตะปูและแผ่นยางกันซึมที่เธอแอบดึงออกมาจากมิติลับให้เขาแต่โดยดี "รีบๆ ซ่อมเลยค่ะ ถ้าครัวฉันเสียหาย ขนมจีนมื้อนี้คุณไม่ได้กินแน่!"
ท่ามกลางเสียงสายฝนที่โหมกระหน่ำด้านนอก กวินปีนขึ้นไปจัดการซ่อมแซมหลังคาอย่างชำนาญราวกับเคยทำมานับร้อยครั้ง กล้ามเนื้อแขนที่ปูดโปนตามแรงตอกตะปูสะท้อนกับแสงไฟฉาย สื่อถึงความแข็งแกร่งที่พร้อมปกป้องคนในบ้านได้อย่างดีเยี่ยม เหมยมองภาพนั้นเงียบๆ หัวใจดวงน้อยที่เคยด้านชาจากการต่อสู้กับญาติจอมปล้นสะดมอย่างลุงชวน กลับเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะอย่างน่าประหลาด
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เสียงน้ำหยดก็หายไปสนิท กวินกระโดดลงมาจากโต๊ะอย่างนิ่มนวล หยดน้ำฝนเกาะพราวตามไรผมและใบหน้าคมคายหยาดเยิ้มลงมาถึงลำคอหนา ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวปะปนกับแก้มใส เหมยผถอยหลังจนสะโพกติดขอบเคาน์เตอร์ครัว ดวงตากลมโตมองอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง
"ซ่อมเสร็จแล้วครับ... ค่าแรงล่ะ?" เสียงกระซิบพร่าต่ำชวนสั่นสะท้อนในอก
เหมยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่ทันใดนั้นเอง...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูดังสนั่นฝ่าสายฝน ตามด้วยเสียงตะโกนโวยวายของลุงชวนที่ดังแทรกเข้ามาด้วยความโมโห "นังเหมย! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าแกซ่อนของดีไว้ข้างใน เปิดถ้านายไม่อยากให้บ้านหลังนี้พังคามือฉัน!"
กวินขมวดคิ้วมุ่น รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาทันที ดวงตาคมกริบหันไปมองประตูหน้าบ้านสลับกับใบตกใจของเหมย ชายหนุ่มเหยียดยิ้มเย็นเยียบก่อนจะคว้าประแจเหล็กในมือมาถือไว้
"ดูท่า... แขกไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิดนะครับ" กวินกระซิบข้างหูเธอเบาๆ "อยู่ตรงนี้ เดี๋ยวผมจัดการเอง"
...แต่ก่อนที่กวินจะทันได้ก้าวเท้าไปเปิดประตู กลอนประตูกลับถูกพังโครมเข้ามาด้วยแรงถีบจากภายนอก ร่างเปียกปอนของลุงชวนพร้อมลูกสมุนอีกสามคนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ในมือของลุงชวนถือเอกสารสิทธิ์ที่ดินปลอมใบหนึ่งชูขึ้นสูง ทว่าสิ่งที่ทำให้เหมยและกวินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ไม่ใช่กลุ่มคนพวกนั้น... แต่เป็นเงาร่างของใครอีกคนที่ก้าวตามหลังเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ถือไพ่เหนือกว่าอย่างสมบูรณ์แบบ!
***
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" มาโดยตลอดนะคะ
เซียนเกษตรสาวกับนายทหารมาดเข้ม: ปฏิบัติการฟื้นฟูไร่ร้างให้เป็นสวรรค์•ตอนที่ 11
สายฝนและคำสัญญา
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับนายทหารมาดเข้ม: ปฏิบัติการฟื้นฟูไร่ร้างให้เป็นสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!