เซียนเกษตรสาวกับนายทหารมาดเข้ม: ปฏิบัติการฟื้นฟูไร่ร้างให้เป็นสวรรค์•ตอนที่ 20

ไฟนรกหรือความสามัคคี

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
สีแดงฉาน... มิติวิกฤتในห้วงความคิดของเหมยสั่นสะเทือนรุนแรงราวกับแผ่นดินไหว ข้อมูลตัวอักษรสีเลือดกระพริบเตือนถี่รัวจนดวงตาของเธอปวดแปลบ *‘เตือนภัยระดับวิกฤต: สารพิษชนิดร้ายแรงถูกดูดซึมเข้าระบบรากพืช และกำลังแพร่กระจายไปยังแปลงผักหลักทั้ง 10 ไร่ภายใน 5 นาทีนี้!’* บัดซบเอ๊ย! เหมยสบถในใจอย่างเดือดดาล สมองเพชรของอดีตเชฟสาวหมุนจี๋ด้วยความเร็วสูง เปลวเพลิงแห่งความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ตาแก่ลุงชวนและสมุนสารเลวพวกนั้นไม่ได้แค่คิดจะมาป่วนเปรี้ยงปร้างเพื่อข่มขู่ แต่มันตั้งใจจะเผาทำลายรากฐานชีวิตที่เธอและกวินร่วมกันสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและความหวัง! "เหมย! ข้างหลังแปลงแปลงสี่ มีควันพวยพุ่งออกมา!" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจตะโกนแทรกเสียงลมกรรโชกมาอย่างร้อนรน ผู้กองกวินในชุดเสื้อกล้ามลุยงานเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาเธอ ดวงตาคมกริบฉายแววตระหนกที่ยากจะพบเห็นจากอดีตนายทหารหน่วยรบพิเศษผู้ผ่านความเป็นความตายมาโชคโชน "ไม่ใช่แค่วิ่งไล่จับตาแก่นั่นแล้วค่ะกวิน!" เหมยหันขวับ ใบหน้าหวานเฉี่ยวตึงเครียดจนน่ากลัว ดวงตากลมโตเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความเด็ดเดี่ยว "พวกมันไม่ได้แค่จุดไฟเผาหญ้าแห้งรอบไร่... แต่พวกมันเล่นสกปรก เทสารเคมีเร่งปฏิกิริยาพิษลงในระบบน้ำบาดาลย่อยที่เชื่อมกับแปลงผักออร์แกนิกหลักสิบไร่ของเรา!" กวินชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่รังสีอำมหิตจะแผ่ออกจากร่างของชายหนุ่มทันที ขากรรไกรของเขาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เส้นเลือดที่ลำคอและแขนปูดโปนด้วยความเดือดดาล "ไอ้สารเลวชวน... มันกล้าถึงขนาดนี้เชียวหรือ!" "เราไม่มีเวลามาหัวเสียแล้วค่ะ!" เหมยคว้าข้อมือหนาของสามีไว้แน่น สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของเขาช่วยดึงสติเธอให้กลับมาจดจ่อกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว "ถ้าปล่อยให้อีกสามนาทีผ่านไป ผักวิเศษล็อตนี้จะตายยกร่อง แถมสารพิษอาจจะซึมลงดินลึกจนยากจะฟื้นฟู... กวินคะ! คุณต้องนำทีมชาวบ้านที่มามุงดูอยู่ทางโน้น ไปลากสายยางและขุดคูน้ำสกัดกั้นเปลวเพลิงไม่ให้ลามมาถึงโซนเพาะ 3 กับโซน 4 ส่วนฉัน... จะจัดการกับพิษในระบบน้ำเอง!" "ไม่ได้นะเหมย! มันอันตรายเกินไป คุณจะลงมือคนเดียว—" "เชื่อฉันค่ะ!" เหมยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมของสามี น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยวจนไม่อาจปฏิเสธได้ "ฉันคุมแปลงผักนี้ด้วยชีวิต และฉันไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายมันเด็ดขาด คุณไปจัดการไฟ ทางนี้ฉันจัดการเอง!" กวินเม้มปากแน่นเป็นเส้นตรง สัญชาตญาณนักรบกรีดร้องให้เขาปกป้องภรรยา แต่เมื่อเห็นแววตามุ่งมั่นและรอยยิ้มท้าทายที่มุมปากของหญิงสาว เขาก็รู้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ภรรยาชาวไร่ธรรมดา เหมยคือหัวใจและความแข็งแกร่งที่สุดในชีวิตของเขา "ระวังตัวด้วย... ถ้ามีอะไรผิดพลาด ผมจะพังประตูมิติลับของคุณเข้าไปลากตัวคุณออกมาเอง เข้าใจไหม?" กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่จริงจังจนน่าขนลุก ก่อนจะหันหลังขวับแล้วพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วระดับนักล่า ไม่ถึงเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ของอดีตผู้กองก็ไปปรากฏตัวอยู่ท่ามกลางกลุ่มชาวบ้านที่กำลังยืนออด้วยความตื่นตระหนก เสียงคำรามทรงพลังของกวินดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ "ทุกคน! ฟังทางนี้!" กวินกระโดดขึ้นไปยืนบนกระบะรถบรรทุกเก่าๆ ยกมือขึ้นกวาดเรียกความสนใจ "ตอนนี้ไร่ของเรากำลังโดนคนร้ายลอบวางเพลิงและปล่อยสารพิษ ถ้าเราไม่ช่วยกันตอนนี้ ผักทุกต้น เงินทุกบาท และความเหนื่อยยากของเราตลอดหลายเดือนจะมอดไหม้เป็นจุล! ใครมีถังน้ำ จอบ เสียม หรือสายยาง วิ่งตามผมมา เดี๋ยวนี้!" พลังอำนาจและออร่าความเป็นผู้นำของกวินแผ่ซ่านจนชาวบ้านที่กำลังหวาดกลัวพลอยฮึกเหิมขึ้นมาทันที ลุงหมาย ชาวบ้านอาวุโสผู้เคยสบประมาทเหมยในวันแรก ตะโกนลั่นด้วยความเดือดดาล "ไอ้ชวนมันใจดำอำมหิตเกินไปแล้ว! พวกเราไปช่วยผู้กอง! อย่าให้มันมาเหยียบย่ำพวกเราได้อีก!" เสียงโห่ร้องตอบรับด้วยความสามัคคีดังสนั่นหวั่นไหว ชาวบ้านนับสิบชีวิตต่างหยิบจับเครื่องมือเท่าที่หาได้ วิ่งกรูเข้าไปยังจุดที่เปลวเพลิงสีส้มกำลังลุกลามเลียใบไม้แห้งอย่างบ้าคลั่ง บางคนช่วยกันตักน้ำสาด บางคนใช้กิ่งไม้สดช่วยกันฟาดสกัดเปลวไฟ ขณะที่กวินเองก็คว้าถังดับเพลิงเคมีขนาดใหญ่พุ่งตรงเข้าหาใจกลางกองเพลิงอย่างไม่กลัวตาย กล้ามเนื้อแกร่งเกร็งตัวทุกสัดส่วนท่ามกลางกลุ่มควันโขมง ช่างเป็นภาพที่ดุดันและทรงพลังจนน่าทึ่ง ตัดกลับมาที่เหมย หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นดินแปลงผัก ปิดเปลือกตาลงตั้งสมาธิเชื่อมต่อกับระบบมิติลับในหัวทันที *ติ๊ง! ยืนยันการเข้าถึงสารละลายล้างพิษชีวภาพระดับสูง* *คำเตือน: การใช้พลังงานมิติในปริมาณมากติดต่อกัน จะส่งผลกระทบต่อพละกำลังของผู้ใช้* "ช่างหัวมันสิ!" เหมยพึมพำลอดไรฟัน เหงื่อกาฬไหลท่วมกรอบหน้าสวย เม็ดเหงื่อสะท้อนกับแสงเพลิงวับวาม เธอกัดฟันกรอด ยื่นมือเรียวบางลงไปสัมผัสกับผิวดินที่เริ่มอุ่นร้อนจากพิษร้าย ฟู่—! ละอองแสงสีเขียวมรกตประกายระยิบระยับพวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือของเหมย ราวกับสายน้ำทิพย์ที่ไหลซึมลงสู่ใต้ดินอย่างรวดเร็ว เสียงปฏิกิริยาเคมีดังซู่ซ่าแข่งกับเสียงเปลวไฟที่กำลังแผดเผาอยู่ไม่ไกล เหมยต้องใช้สมาธิขั้นสูงสุดในการควบคุมละอองแสงมรกตให้ไล่ต้อนและสลายอนุภาคสารพิษทีละราก ทีละแปลง อย่างแม่นยำไร้ที่ติ ใบหน้าหวานซีดเผือดลงเรื่อยๆ เรียวปากอิ่มเม้มเข้าหากันจนแทบไม่มีสีเลือด อาการวิงเวียนศีรษะจากการใช้พลังงานเกินขีดจำกัดเริ่มเล่นงานเธอทีละน้อย แต่เหมยไม่มีทางเลือกอื่น แปลงผักนี้คืออนาคต คือความฝัน และคือเครื่องพิสูจน์ว่าเธอจะไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนในตระกูลจอมปลอมนั่นอีก "ฮึ... คิดจะเล่นงานเหมยคนนี้ พวกแกยังอ่อนหัดไปร้อยปีค่ะ!" เหมยคำรามในลำคอ รวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายปลดปล่อยแสงสีเขียวระลอกใหญ่ออกไป คลื่นพลังงานอัดแน่นแผ่ขยายวงกว้างออกไปจนทั่วทั้งสิบไร่ในพริบตา! พรึบ! ราวกับมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น แปลงผักออร์แกนิกที่เคยมีใบเหี่ยวเฉาและเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ ค่อยๆ ฟื้นคืนชีพกลับมาตั้งตรง เขียวขจี และเปล่งประกายชีวิตชีวาอีกครั้งอย่างไร้ร่องรอยความเสียหาย สารพิษถูกชำระล้างจนหมดสิ้นด้วยอานุภาพแห่งมิติลับ ในขณะเดียวกัน ทางด้านแนวกันไฟ เสียงตะโกนสั่งการของกวินและแรงกายอันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของชาวบ้านก็สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดและดับลงได้สนิท ควันสีดำหนาทึบเริ่มจางหาย เหลือไว้เพียงกลิ่นไอดินชื้นและคราบเขม่าควันตามพื้นดิน กวินหอบหายใจหนักหน่วง เสื้อกล้ามสีขาวเปียกโชกไปด้วยเหงื่อและคราบเขม่าจนแทบดูไม่ได้ ดวงตาคมกริบกวาดมองความเรียบร้อยรอบตัว ก่อนที่หัวใจของเขาจะกระตุกวูบด้วยความกังวล รีบสาวเท้าวิ่งกลับมายังแปลงผักหลักด้วยความเร็วสูงสุด "เหมย!" ภาพที่กวินเห็นคือร่างเพรียวบางของภรรยารักกำลังทรุดฮวบลงกับพื้นดิน ทว่าก่อนที่ร่างของเธอจะกระแทกพื้น อ้อมแขนแกร่งอบอุ่นก็พุ่งเข้าไปคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทันท่วงที เหมยเงยหน้าขึ้นสบตากลมโตกับสามี รอยยิ้มอ่อนแรงแต่เปี่ยมด้วยความสำเร็จปรากฏขึ้นบนเรียวปากที่ซีดเซียว "เรา... ชนะแล้วค่ะกวิน แปลงผักปลอดภัย..." กวินไม่ตอบคำถาม ร่างสูงสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโล่งอก เขาตวัดร่างบางขึ้นมาอุ้มแนบอกกระชับแน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา ความโกรธเกรี้ยวที่มีต่อคนร้ายเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความห่วงใยสุดหัวใจ ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบเริ่มกลับคืนสู่ไร่ และชาวบ้านกำลังทยอยแยกย้ายกันไปพักผ่อน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากทางชายป่าหลังไร่ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่คุ้นหูอย่างยิ่งดังแว่วมา "ฮ่าๆๆๆ! คิดว่าดับไฟแล้วจะจบเหรอวะนังหลานอกตัญญู!" ร่างท้วมใหญ่ของลุงชวนก้าวออกมาจากเงาไม้ ใบหน้ายับย่นเต็มไปด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ในมือของมันถือเครื่องมือสื่อสารราคาแพง และด้านหลังของมันคือกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำสวมไอ้โม่งปิดบังใบหน้า ถือท่อนเหล็กและอาวุธครบมือเดินตามออกมาล้อมรอบพื้นที่ไว้ทุกด้าน เหมยที่ซบอยู่บนอกของกวินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เธอกำลังจะขยับตัวลุกขึ้นเพื่อเผชิญหน้า แต่ทว่า... กวินกลับยกมือขึ้นห้าม พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของอดีตนายทหารหนุ่มที่เหมยไม่เคยเห็นมาก่อน "รออีกนิดสิครับคุณลุง..." กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เยือกเย็นเสียจนลุงชวนชะงักกึก "เพราะคนที่คุณควรจะกลัวตอนนี้... ไม่ใช่พวกผมหรอกครับ" สิ้นคำพูดของกวิน เสียงเฮลิคอปเตอร์ทหารพรานรุ่นใช้งานทางยุทธวิธีสามลำก็บินแหวกเมฆเหนือยอดไม้ลงมาด้วยแรงลมมหาศาล สปอตไลท์ดวงใหญ่ส่องตรงลงมาอาบทั่วร่างของลุงชวนและสมุนจนพวกมันแสบตาและล้มกลิ้งไม่เป็นท่า พร้อมกับเสียงประกาศก้องผ่านโทรโข่งจากบนฟ้าที่ทำให้สีหน้าของลุงชวนซีดเผือดไร้สีเลือดในพริบตา! *-**ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ!**-*
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับนายทหารมาดเข้ม: ปฏิบัติการฟื้นฟูไร่ร้างให้เป็นสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%