หัตถ์เทวะพลิกชะตา มหัศจรรย์รักหมอหญิงข้ามภพ•ตอนที่ 50

การต่อต้าน

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นเหม็นเน่าอันเกิดจากเนื้อเยื่อที่ตายแล้วคละคลุ้งไปทั่วเรือนพักชั่วคราวหลังค่ายทหาร แสงตะเกียงน้ำมันพืชกะพริบไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าๆ ทว่าสิ่งสำคัญยิ่งกว่าความมืดมนของบรรยากาศ คือสายตาขุ่นเคืองนับสคู่ที่จ้องมองมายังร่างระหงของสตรีในชุดอาภรณ์สีขาวสะอาดตา หลินเยว่สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความเหนื่อยล้า ปลายเรียวนิ้วของนางยังคงเปื้อนคราบโลหิตจางๆ จากการผ่าตัดระบายหนองให้แก่พลทหารนายหนึ่งเมื่อครู่ เบื้องหน้าของนางคือกลุ่มหมอหลวงอาวุโสแห่งราชสำนักและเหล่าขุนนางท้องถิ่นที่ถูกส่งมาตรวจสอบการดำเนินงานในค่ายทหารชายแดน พวกเขายืนกอดอก ใบหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับสิ่งที่นางเพิ่งทำลงไปไม่ใช่การช่วยชีวิต แต่มันคือการกระทำอันน่ารังเกียจที่สั่นคลอนความเชื่อโบราณ "ไร้สาระสิ้นดี!" เสียงตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยวของไต้แพทย์หลวงจ้าว ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาก้าวเท้ากระแทกกระทั้นเข้ามาใกล้โต๊ะวางเครื่องมือแพทย์ ปัดตลับผงยาฆ่าเชื้อที่หลินเยว่เพิ่งปรุงขึ้นจนร่วงหล่นลงพื้น แตกกระจายส่งกลิ่นฉุนคละคลุ้ง "ท่านอ๋องทรงหลงเชื่อสตรีสติฟั่นเฟือนผู้นี้ได้อย่างไร! บอกว่าสิ่งเหล่านี้คือ 'เชื้อโรค' สิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สิ่งมีชีวิตเล็กจิ๋วที่เกาะกินบาดแผล เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งสิ้น! ความเจ็บป่วยคือการลงทัณฑ์จากสวรรค์ หรือความสมดุลของหยินหยางในร่างกายบกพร่อง การใช้มีดกรีดเนื้อหนังแล้วราดน้ำยาล้างแผลประหลาดนี้ มีแต่จะทำให้ผู้ป่วยตายเร็วขึ้น!" เสียงซุบซิบดังระงับไปทั่วบริเวณ เหล่าทหารชั้นผู้น้อยที่เคยศรัทธาในตัวหลินเยว่เริ่มหันมามองหน้ากันด้วยความลังเล ความหวาดกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้และคำขู่ของหมอหลวงผู้มีอำนาจเริ่มกัดกินจิตใจของพวกเขา หลินเยว่ไม่fระโกรธ นางเพียงแต่ก้มลงเก็บตลับยาที่แตกเสียหายอย่างใจเย็น แววตาดำขลับคู่นั้นนิ่งสงบราวน้ำในบึงลึก แต่มันกลับซ่อนประกายความเจ็บปวดและเด็ดเดี่ยวเอาไว้ นางผ่านความตายมามากเกินกว่าจะสะท้านสะเทือนกับคำดูถูกเหยียดหยามเพียงเพราะความโง่เขลา "ใต้แพทย์จ้าว ท่านเคยใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดูหยดน้ำจากคลองหลังค่ายนี้หรือไม่คะ" หลินเยว่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับทรงพลังจนผู้ฟังต้องชะงัก "ท่านไม่เห็นมัน ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีอยู่จริง เช่นเดียวกับลมหายใจที่มองไม่เห็น แต่หากขาดมันไป ท่านก็คงยืนเถียงข้าอยู่ตรงนี้ไม่ได้" "3เหล๋วไหล! เจ้ากล้าเทียบกับลมหายใจเชียวหรือ!" ไต้แพทย์จ้าวหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความอับอายเมื่อถูกย้อนถามต่อหน้าธารกำนัล "ข้าศึกษาตำราแพทย์มาหลายสิบปี บรรพบุรุษยึดถือคัมภีร์แพทย์โบราณสืบต่อกันมานับร้อยปี ไฉนจึงจะสู้สตรีที่ใช้เล่ห์กลมารยาอย่างเจ้าไม่ได้! เจ้าบอกว่าการล้างมือและการต้มเครื่องมือผ่าตัดจะช่วยลดการติดเชื้อ... ฮึ! ช่างน่าขัน! ถ้าเชื้อโรคมีจริง เหตุใดข้าจึงไม่เคยเห็นมันด้วยตาเปล่าสักครั้ง!" ความอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วห้อง หลินเยว่รู้ดีว่าการเปลี่ยนความเชื่อที่ฝังรากลึกมานับพันปีนั้นยากยิ่งกว่าการผ่าตัดหัวใจเสียอีก ในยุคสมัยที่ไม่มีเทคโนโลยีพิสูจน์ คำพูดของนางจึงเป็นเพียงลมปากของหญิงสาวคนหนึ่งที่ขัดแย้งกับอำนาจของตำราโบราณ ในขณะนั้นเอง ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีเข้มก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนที่หน้าประاعة เซียวจ้านปรากฏกายขึ้นพร้อมไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวเขา แม้ใบหน้าจะยังคงเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่แววตาคมกริบที่กวาดมองเหล่าหมอหลวงและขุนนางกลับทำให้ทุกคนต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาโดยพลัน "ท่านอ๋อง!" ไต้แพทย์จ้าวรีบประสานมือคารวะ แม้สีหน้าจะยังคงมีความดื้อรั้นอยู่เต็มเปี่ยม "พระองค์ต้องทรงตาสว่างได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ นางหลินเยว่ผู้นี้กำลังสร้างความปั่นป่วนในกองทัพ นางใช้คำพูดประหลาดเพื่อปกปิดความไร้ความสามารถในการรักษา ทหารหลายคนบาดเจ็บเพราะมีดของนาง!" เซียวจ้านไม่ได้ตอบทันที เขากวาดสายตาไปยังพื้นที่มีเศษตลับยาแตกกระจาย ก่อนจะเลื่อนสายมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของหลินเยว่ เห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าและความมุ่งมั่นที่ไม่เคยลดน้อยลงในดวงคู่นั้น หัวใจที่ด้านชามานานนับปีของท่านอ๋องกลับกระตุกวูบอย่างประหลาด ความรู้สึกปกป้องพรั่งพรูขึ้นมาในอกอย่างเงียบเชียบ "ไต้แพทย์จ้าว..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้น กดดันจนบรรยากาศรอบกายราวกับจะแข็งตัว "ท่านบอกว่าการรักษาของพระชายา... ของหมอหญิงหลินไร้ผลอย่างนั้นหรือ" "พ่ะย่ะค่ะ! มันคือการทำลายวิถีแพทย์แผนโบราณ!" "เช่นนั้น..." เซียวจ้านแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "พลทหารจ้าวที่ขาเกือบเน่าเปื้อนหนอนจนต้องตัดทิ้งเมื่อสามวันก่อน บัดนี้ลุกขึ้นเดินได้แล้ว นั่นก็คงเป็นเพราะปาฏิหาริย์จากสวรรค์กระมัง มิใช่ฝีมือมีดของนาง" ไต้แพทย์จ้าวอ้าปากค้าง พูดไม่ออก เขาเคยเห็นอาการของพลทหารนายนั้นด้วยตาตนเอง หากเป็นตามตำราโบราณ ป่านนี้คงต้องตัดขาและรอความตายไปแล้ว แต่นี่... กลับรอดชีวิตมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ "ถ้าพวกท่านไม่เชื่อเรื่องเชื้อโรค..." หลินเยว่เอ่ยแทรกขึ้น นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แววตาสروจจ้องตรงไปยังไต้แพทย์หลวง "เช่นนั้นเรามาลองเดิมพันกันดูไหมคะ" "เดิมพันอันใด!" ไต้แพทย์จ้าวขมวดคิ้ว "หากข้าสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า สิ่งสกปรกที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าบนมือของพวกท่าน คือต้นเหตุที่ทำให้บาดแผลเน่าเปื้อนจริง ท่านจะต้องยอมรับและปฏิบัติตามกฎการรักษาความสะอาดที่ข้ากำหนด แต่หากข้าทำไม่ได้... ข้าจะยอมรับผิดและถอนตัวจากการรักษาในค่ายทหารแห่งนี้ตลอดกาล" คำท้าทายนี้ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน ทุกคนต่างกลั้นหายใจรอฟังคำตอบ หลินเหวินที่แอบซุ่มดูเหตุการณ์อยู่มุมมืดนอกหน้าต่าง ยกย่องรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก นางรู้ดีว่าไม่มีทางที่ใครจะมองเห็นสิ่งที่เรียกว่าเชื้อโรคได้ด้วยตาเปล่า นี่คือหลุมพรางที่หลินเยว่ขุดฝังตนเองแท้ๆ เซียวจ้านหันมามองสตรีข้างกาย ดวงตาคมกริบฉายแววเป็นห่วงเป็นใยลึกซึ้ง เขารู้ว่านางฉลาดล้ำ แต่การจะเอาชนะความงਮงายของผู้คนนับร้อยนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หลินเยว่สูดหายใจเข้าลึก นางหยิบแผ่นกระจกขยายชิ้นเล็กที่แอบประดิษฐ์ขึ้นมาด้วยความยากลำบากออกมาจากกระเป๋าเสื้อ พร้อมกับเข็มและสำลีชุบแอลกอฮอล์ ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ไต้แพทย์จ้าวทีละก้าวอย่างมั่นใจ ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะยื่นแผ่นกระจกนั้นให้พวกเขาดู ร่างของทหารยามนายหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาล้มลงที่เบื้องหน้าของเซียวจ้านด้วยความตกใจสุดขีด "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ทหารนายนั้นละล่ำละลักละลอก "สะพานหลักที่ใช้ลำเลียงเสบียงและยารักษาโรคข้ามแม่น้ำ ถูกคนลอบวางเพลิงจนพังทลายลงมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ! และ... และตอนนี้กองกำลังไม่ทราบฝ่ายนับร้อยกำลังมุ่งหน้ามาที่ค่ายของเราแล้ว!" บรรยากาศในเรือนพักเปลี่ยนจากความตึงเครียดเรื่องการแพทย์ กลายเป็นความโกลาหลในชั่วพริบตาเดียว เซียวจ้านแววตาเปลี่ยนเป็นดุดันในทันที มือหนากำกระบี่ข้างกายแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน หลินเยว่ชะงักค้าง นางหันไปมองหน้าเซียวจ้านที่หันกลับมาสบตากับนางพอดี ท่ามกลางวิกฤตอันคับขันที่กำลังคืบคลานเข้ามา เสียงฝีเท้าจำนวนมากที่ดังสนั่นหวั่นไหวจากภายนอกกำลังบอกความจริงบางอย่างที่น่ากลัวยิ่งกว่าโรคระบาด พวกเขาไม่ได้มาเพื่อเจรจา... แต่มาเพื่อกวาดล้างค่ายทหารนี้ให้ราบคาบ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันความมืดมิดและลมหายใจแห่งความระทึกนี้ไปด้วยกันนะคะ จากใจ "ดอกโบตั๋นพันปี" ค่ะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะพลิกชะตา มหัศจรรย์รักหมอหญิงข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%