“ข้าบอกให้เจ้าหยุดมือเดี๋ยวนี้ หลินเยว่!”
เสียงตวาดกร้าวของท่านอ๋องเซียวจ้านดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นราวกับจะสูบเอาอากาศหายใจไปจนหมดสิ้น มือหนาของเขารั้งข้อมือเรียวบางของหลินเยว่ไว้แน่นจนขึ้นรอยแดง ทว่านัยน์ตาของศัลยแพทย์สาวกลับสั่นไหวและพร่ามัวด้วยหยาดน้ำตาที่ไม่ยอมไหลรินลงมา
“ท่านอ๋อง... หากข้าหยุดตอนนี้ หัวใจของเขาก็จะหยุดเต้นไปตลอดกาล!” หลินเยว่เค้นเสียงตอบผ่านลำคอที่ตีบตัน มืออีกข้างยังคงกดลงบนบาดแผลที่หน้าอกของ ‘ท่านแม่ทัพใหญ่หลี่’ ผู้เป็นดั่งเสาหลักของกองทัพและผู้มีพระคุณที่นางตั้งใจจะรักษาให้หายขาดด้วยสุดกำลัง
กลิ่นคาวเลือดคลุ้งกระจายไปทั่วกระโจมทหารยามวิกาล แสงจากตะเกียงน้ำมันสั่นไหววูบวาบตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่าง ราวกับชีวิตของผู้ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงไม้กำลังดับวูบลงไปพร้อมกับเปลวไฟนั้น
หลินเยว่ไม่ได้สนใจความเย็นชาของเซียวจ้าน นางกำลังจดจ่ออยู่กับการพยายามเย็บหลอดเลือดที่ฉีกขาดอย่างรุนแรงจากลูกดอกอาบยาพิษ ฝีมือของใครบางคนที่ซ่อนเร้นอยู่ในเงามืดของจวนขุนนาง หลินเหวิน... ศัตรูตัวฉกาจที่จ้องจะทำลายทุกสิ่งที่นางรัก
“ท่านแม่ทัพเสียเลือดมากเกินไปแล้วเยว่เอ๋อร์... เจ้าควรยอมรับความจริง” เซียวจ้านผ่อนแรงบีบลง แววตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด
“ความจริงของท่าน คือการปล่อยให้คนไข้ของข้าตายไปต่อหน้าต่อตาอย่างนั้นหรือคะ?” หลินเยว่ตวาดกลับ เสียงของนางสั่นเครือแต่มุ่งมั่น “ข้าคือหมอ หน้าที่ของข้าคือการยื้อลมหายใจ ไม่ใช่การตัดสินว่าใครควรอยู่หรือไป!”
นางพยายามอย่างสุดความสามารถ นิ้วมือที่เคยคล่องแคล่วในการผ่าตัดในภพก่อนกลับสั่นเทาในยุคสมัยที่ไร้อุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ทันสมัย นางไม่มีเครื่องดูดเลือด ไม่มีเลือดสำรองที่เข้ากันได้ นางมีเพียงความรู้ทางศัลยศาสตร์และมีดผ่าตัดเล่มเล็กที่หล่อขึ้นมาเอง
*ตึก... ตึก...*
เสียงสัญญาณชีพที่นางพยายามจับชีพจรที่ข้อมือของท่านแม่ทัพค่อยๆ แผ่วลง... แผ่วลง... จนกระทั่งกลายเป็นความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว หลินเยว่ชะงักค้าง นางก้มลงมองใบหน้าที่ซีดเผือดของชายชราผู้ซึ่งเคยหยิบยื่นความเมตตาให้นางในวันที่นางเป็นเพียงหมอหญิงไร้หัวนอนปลายเท้า
“ไม่... ไม่นะ” นางพึมพำ กดมือลงบนอกของเขาเพื่อทำ CPR อย่างบ้าคลั่ง “ฟื้นขึ้นมาสิคะท่านแม่ทัพ! ท่านสัญญาแล้วว่าจะเห็นข้าแต่งงานกับ... จะเห็นข้าสร้างโรงหมอให้สำเร็จ ท่านจะทิ้งคำสัญญาไปง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้!”
เซียวจ้านดึงตัวนางออกมากอดไว้แน่น แม้เขาจะพยายามเข้มแข็งเพียงใด แต่น้ำตาของหญิงสาวในอ้อมกอดก็ทำให้กำแพงในใจของเขาสั่นคลอน
“เขาไปสบายแล้วหลินเยว่... เขาพ้นจากความทรมานของพิษร้ายนั่นแล้ว”
“เขาไม่ได้จากไปเพราะพิษ!” หลินเยว่แผดเสียงร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร “เขาจากไปเพราะความขี้ขลาดของข้า! เพราะข้าช่วยเขาไม่ได้! ข้าคือหมอที่ไร้ค่าที่สุด... ข้ามันก็แค่หมอที่ยึดติดกับทิฐิ แต่รักษาชีวิตใครไม่ได้เลย!”
นางสะบัดตัวออกจากอ้อมกอดของเซียวจ้านทรุดลงกับพื้น ร่างกายของนางสั่นเทิ้มด้วยแรงสะอื้น ภาพความผิดพลาดในอดีตที่ภพก่อนซ้อนทับกับความสูญเสียในครั้งนี้ ราวกับมีดที่กรีดลงบนบาดแผลเดิมที่ยังไม่เคยหายดี
บรรยากาศในกระโจมถูกปกคลุมด้วยความโศกเศร้าจนน่าอึดอัด ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งที่ซุ่มอยู่หลังม่านบังตาที่ถูกเปิดแง้มไว้เล็กน้อยก็ขยับกายอย่างเงียบเชียบ เป็นหลินเหวินที่ยืนยิ้มเยาะด้วยความสะใจ แต่นางไม่ได้มาคนเดียว
“หมอหญิงผู้เก่งกาจถึงกับหลั่งน้ำตาเพราะคนไข้ตายเชียวหรือ?”
เสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยทำให้นางเอกชะงัก หลินเยว่เงยหน้าขึ้น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่ผสมปนเปไปกับความเศร้าโศก เซียวจ้านชักกระบี่ออกมาทันที แต่ทว่าเขากลับต้องชะงักค้างเมื่อเห็นว่าหลินเหวินไม่ได้มามือเปล่า
ในมือของนางคือเอกสารลับที่ประทับตราหลวง และบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากเงามืดด้านหลังหลินเหวินคือคนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้
“ท่านพ่อ...” หลินเยว่พึมพำด้วยความตกตะลึง
อดีตแม่ทัพผู้เป็นบิดาของนางก้าวออกมา แววตาของเขาเย็นชาไร้ความรู้สึก ราวกับไม่ได้มองบุตรสาวที่กำลังร้องไห้อยู่ตรงหน้า แต่มองนักโทษที่กำลังรอการพิพากษา
“หลินเยว่ เจ้าถูกกล่าวหาว่าใช้การรักษาบังหน้าเพื่อวางยาพิษสังหารแม่ทัพใหญ่ และในฐานะบิดา... ข้าจำต้องนำตัวเจ้าไปรับโทษในคุกหลวงตามคำสั่งของฝ่าบาท”
ความหวังที่ริบหรี่อยู่แล้วพังทลายลงในพริบตา หลินเยว่เข้าใจทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่ความตายของท่านแม่ทัพ แต่มันคือกับดักที่วางไว้ตั้งแต่ต้น เพื่อให้ทั้งนางและท่านอ๋องเซียวจ้านตกอยู่ในกองเพลิงแห่งการทรยศ
เซียวจ้านขวางหน้าหลินเยว่ไว้ มือกระชับดาบแน่น “ใครกล้าแตะต้องนาง ต้องก้าวข้ามศพข้าไปก่อน!”
“ท่านอ๋อง... ท่านคิดจะต่อต้านราชโองการเพียงเพื่อหมอหญิงที่เพิ่งสังหารแม่ทัพคนสำคัญงั้นหรือ?” บิดาของนางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะที่เหล่าทหารองครักษ์นับสิบกรูเข้ามาล้อมกระโจมไว้จนมิด
หลินเยว่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้า สายตาที่เคยสั่นไหวกลับกลายเป็นความนิ่งสงบที่น่ากลัว นางมองไปที่หลินเหวินที่กำลังยิ้มอย่างผู้ชนะ ก่อนจะหันมามองเซียวจ้าน
“ไม่ต้องค่ะท่านอ๋อง...” นางเอ่ยเสียงเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ “ในเมื่อพวกเขาต้องการให้ข้าเป็นฆาตกร... ข้าก็จะแสดงให้ดูว่า หมอที่ไร้ความเมตตา สามารถทำอะไรได้บ้าง”
นางหยิบมีดผ่าตัดที่เปื้อนเลือดของท่านแม่ทัพขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อทำร้ายใคร แต่เพื่อกรีดลงบนรอยแผลที่หน้าอกของศพท่านแม่ทัพอีกครั้งอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทุกสายตาเบิกกว้างเมื่อสิ่งที่หลินเยว่หยิบออกมาจากช่องแผลนั้นไม่ใช่เลือด แต่เป็นสิ่งของบางอย่างที่ทำให้ทุกคนในกระโจมต้องหยุดหายใจ!
การเดินทางสายนี้ยังมีบททดสอบอีกมากมายที่รออยู่ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและแสงสว่างไปพร้อมกับหลินเยว่นะคะ ด้วยรักจาก "ดอกโบตั๋นพันปี" ค่ะ
หัตถ์เทวะพลิกชะตา มหัศจรรย์รักหมอหญิงข้ามภพ•ตอนที่ 51
ความสูญเสีย
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะพลิกชะตา มหัศจรรย์รักหมอหญิงข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!