"พวกท่านจะใช้มือเปื้อนคราบโลหิตและสิ่งปฏิกูลจับอาหารเข้าปากไม่ได้เด็ดขาดเจ้าค่ะ!"
เสียงกังวานเด็ดเดี่ยวของหลินเยว่ดังแทรกเสียงไอโขลกของชาวเมืองจ M เมืองชายแดนที่กำลังเผชิญหน้ากับโรคระบาดปริศนา นางในชุดคลุมสีขาวสะอาดตา ปราศจากเครื่องประดับฟุ่มเฟือย ยืนอยู่บนแท่นไม้สูงกลางตลาดการค้า ท่ามกลางสายตาหวาดระแวงและสิ้นหวังนับร้อยคู่ มือเรียวบางที่สวมถุงมือผ้าดิบสะอาดกำลังถืออ่างไม้บรรจุสมุนไพรต้มเดือด ควันสีขาวพวยพุ่งผสมกลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์จากเหล้ากลั่นบริสุทธิ์ที่นางเพิ่งคิดค้นขึ้น
ความตายกำลังคืบคลานเข้าสู่กำแพงเมืองแห่งนี้อย่างเงียบเชียบ ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเชื้อโรค คือความงมงายและอวิชชาที่ฝังรากลึกในใจผู้คน
"หมอหญิงหลิน... คนพวกนี้จะตายอยู่แล้ว ท่านยังมามัวเรื่องมากเรื่องล้างไม้ล้างมืออะไรกันอีกเล่า!" เสียงแหบแห้งของเฒ่าแก่เนี้ยร้านขายแป้งแผดขึ้นด้วยความหงุดหงิด นางเพิ่งสูญเสียบุตรชายไปเมื่อคืนวานด้วยอาการอาเจียนเป็นเลือด ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเคียดแค้นโศกเศร้า "สวรรค์ลงทัณฑ์พวกเราต่างหากเล่า! เป็นเพราะพวกเราทำบาปไว้มาก ขุนนางชั่วช้าพวกนั้นสูบเลือดเนื้อพวกเรา เจ้าต่อให้เอาผงยาประหลาดอะไรมาล้างมือ มันก็เปลี่ยนชะตากรรมไม่ได้หดอก!"
บรรยากาศรอบกายพลันเงียบกริบลงทันที ความสิ้นหวังแผ่ซ่านดั่งหมอกหนาทึบในฤดูหนาว
หลินเยว่ไม่โต้ตอบ นางเพียงแต่กวาดสายตาคมกริบมองไปยังฝูงชน ร่องรอยความเหนื่อยล้าปรากฏชัดใต้ดวงตาคู่สวยที่อดหลับอดนอนมาสามวันสามคืน ทว่าแววตากลับมุ่งมั่นแน่วแน่ นางเข้าใจความเจ็บปวดของพวกเขาดี ความรู้สึกผิดบาปในอดีตจากภพก่อนที่เคยช่วยชีวิตผู้ป่วยไม่ทันการณ์ ยังคงตามหลอกหลอน แต่นั่นยิ่งทำให้นางยอมแพ้ไม่ได้ในภพชาตินี้
นางก้าวลงจากแท่นไม้ เดินตรงไปยังเด็กชายตัวน้อยเนื้อตัวมอมแมมที่กำลังนั่งไอค็อกแคกอยู่ริมทาง เด็กน้อยมีแผลพุพองที่แขนจากการติดเชื้อ และมารดากกำลังใช้ผ้าขี้ริ้วสกปรกเช็ดตัวให้เขาเพื่อหวังขับพิษไข้
"หยุดก่อนค่ะพี่สาว" หลินเยว่เอ่ยเสียงนุ่มแต่เด็ดขาด มือเรียวเอื้อมไปจับข้อมือของหญิงชาวบ้านไว้เบื้องกลางอากาศ
"ท่านจะทำอะไรลูกข้า!" หญิงชาวบ้านหวาดผวา ถอยกรูดด้วยความตื่นตระหนก
"ข้าไม่ได้จะทำร้ายเขา แต่ข้ากำลังจะช่วยชีวิตเขาและพวกท่านทุกคนต่างหาก" หลินเยว่ระบายยิ้มอ่อนโยน ทว่าแฝงด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้ผู้คนรอบข้างต้องยอมจำนนโดยปริยาย นางหันไปหยิบผ้าสะอาดชุบน้ำต้มสุกผสมสารสกัดจากเปลือกสนและเหล้าขาว บรรจงเช็ดทำความสะอาดรอบแผลให้เด็กน้อยอย่างเบามือ "สิ่งที่พวกท่านมองไม่เห็น... ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีอยู่จริงนะเจ้าคะ"
คำพูดของนางเรียบง่าย แต่น้ำเสียงกลับสะกดผู้คนให้ตั้งใจฟัง
"ท่านอ๋องเคยตรัสไว้ว่า... ศัตรูที่น่ากลัวที่สุด คือศัตรูที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และเจ้าเชื้อโรคร้ายนี้ก็เช่นกัน" หลินเยว่เงยหน้าขึ้น สบตากับฝูงชน "มันตัวเล็กจิ๋วนับล้าน อาศัยอยู่ตามคราบไคล สิ่งปฏิกูล และมือที่พวกท่านใช้หยิบจับอาหารเข้าปาก เมื่อพวกท่านไม่ยอมล้างมือให้สะอาด เจ้าตัวร้ายเหล่านี้จึงเดินทางเข้าสู่ท้อง ลุกลามไปทั่วร่าง จนทำให้ลำไส้เน่าเปื่อยและคร่าชีวิตคนที่พวกท่านรักไป"
คำว่า 'ตัวเล็กจิ๋วนับล้าน' ทำให้ชาวบ้านบางคนถึงกับหน้าถอดสี ต่างก้มมองมือตนเองด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน
ในมุมมืดของตรอกแคบใกล้ตลาด หลินเหวินในชุดอาภรณ์หรูหราปักลายงดงาม ยืนกอดอกมองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยรอยเหยียดหยาม มุมปากหยักยิ้มเยาะเย้ยอย่างสะใจ นางแค่นเสียงเบาจนแทบกระซิบกับบ่าวรับ X "นังพี่สาวโง่เขลา... คิดจะเอาชนะโรคระบาดด้วยการให้ชาวบ้านล้างมือหรือช่างเพ้อเจ้อสิ้นดี ชาวบ้านพวกนี้หัวดองยาโบราณ ไม่มีทางเชื่อมนุษย์ประหลาดอย่างมันหดอก อีกไม่นาน ข่าวลือเรื่องที่มันรักษาคนตายไม่หายจะแพร่สะพัดไปถึงเมืองหลวง ท่านอ๋องก็จะทอดทิ้งมันเอง"
ทว่า... เหตุการณ์กลับไม่เป็นไปตามที่หลินเหวินคาดคิด
ณ อีกฟากหนึ่งของถนน ม้าศึกสีดำสนิทควบทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว ฝุ่นตลบอบอวลก่อนจะหยุดลงตรงหน้าฝูงชน ร่างสูงสง่าในชุดเกราะทหารชายแดนสีเข้มก้าวลงจากหลังม้าอย่างองอาจ ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนผู้คนต้องหลีกทางให้โดยอัตโนมัติ
เซียวจ้าน... ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นและทรงอำนาจ ป่วยเรื้อรังมานานแรมปี บัดนี้กลับยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าหลินเยว่ ดวงตาคมกราบกวาดมองภรรยาในนามที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนฝุ่นควันและคราบสมุนไพร โดยไม่มีท่าทีรังเกียจแม้แต่น้อย
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทุกคนต่างกั้นหายใจรอคอยการตัดสินใจของท่านอ๋อง ผู้ขึ้นชื่อว่าเด็ดขาดและไร้ความปรานี
เซียวจ้านป้องมือคารวะภรรยาต่อหน้าธารกำนัล ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง กังวานไปทั่วจัตุรัส
"เปิ่นหวางขอสั่งให้ทุกคน... ทำตามที่ชายาข้าบอก ทุกกฎสุขอนามัย ทุกวิธีป้องกัน หากใครฝ่าฝืน ข้าจะถือว่าขัดขืนคำสั่งกองทัพ มีโทษประหารสถานเดียว!"
หลินเยว่เบิกตากว้างเล็กน้อยยามสบสายตากับเขา แววตาของเซียวจ้านไม่ได้มีเพียงความเย็นชาเช่นเคย แต่มันสะท้อนความเชื่อใจอันหนักแน่นดั่งขุนเขา
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนกำลังจะคล้อยตามและเริ่มหยิบอ่างน้ำล้างมือขึ้นมานั้นเอง เสียงหัวเราะเยือกเย็นราวกับมาจากขุมนรกก็ดังแทรกขึ้นจากหลังคาเรือนเบื้องบน
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ท่านอ๋องผู้เกรียงไกร กับหมอหญิงผู้พลิกชะตา... น่าเสียดายนัก ที่ความพยายามของพวกท่าน มันจะจบลงในอีกไม่กี่ลมหายใจนี้"
เงาร่างสีดำทะมึนหลายสิบสายพุ่งลงมาจากหลังคา พร้อมกับกลิ่นอเลือดและลูกดอกอาบยาพิษที่พุ่งตรงมายังจุดที่หลินเยว่และเซียวจ้านยืนอยู่ท่ามกลางความอลหม่าน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟันความมืดมิดและลมหายใจแห่งความเจ็บปวดนี้ไปด้วยกันนะคะ จากใจ "ดอกโบตั๋นพันปี" ค่ะ
หัตถ์เทวะพลิกชะตา มหัศจรรย์รักหมอหญิงข้ามภพ•ตอนที่ 49
ทฤษฎีเชื้อโรค
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะพลิกชะตา มหัศจรรย์รักหมอหญิงข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!