“เจ้ากล้าสาบานต่อหน้าพระพักตร์ฝ่าบาทหรือไม่ ว่าสมุนไพรที่ข้าจ่ายไป... มิใช่สิ่งที่ส่งผลให้รัชทายาทพระอาการทรุดหนักลง!”
เสียงของหลินเยว่ดังกังวานก้องไปทั่วโถงตัดสิน บรรยากาศภายในตำหนักที่เคยเงียบเชียบพลันเย็นเยียบจนน่าขนลุก สายตาของหลินเยว่ที่จ้องมองไปยังร่างของน้องสาวต่างมารดาไม่ได้มีความหวาดหวั่นแฝงอยู่เลยแม้แต่น้อย มือของนางกุมสมุดบันทึกการรักษาไว้แน่น นิ้วเรียวยาวสั่นเล็กน้อยด้วยความโกรธแค้นที่ถูกใส่ร้าย แต่ทว่าดวงตากลับคมกริบดุจมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลึกถึงเนื้อแท้แห่งความชั่วร้ายของคนตรงหน้า
หลินเหวินที่นั่งคุกเข่าอยู่กลางโถง แสร้งก้มหน้าสะอื้นไห้ ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านราวกับใบไม้ที่ถูกพายุซัดกระหน่ำ “พี่หญิง... ท่านจะกล่าวหาข้าเพียงเพราะต้องการปัดความรับผิดชอบเช่นนั้นหรือ ข้าเพียงแค่นำยาไปส่งตามหน้าที่ มิคาดคิดว่าท่านจะสลับเปลี่ยนตัวยาเพื่อทำลายชื่อเสียงของสกุลหลินจนย่อยยับเช่นนี้”
คำลวงนั้นช่างเนียนสนิทเสียจนขุนนางฝ่ายกังฉินที่ยืนอยู่รายรอบต่างพากันส่งเสียงฮือฮา พวกเขาจ้องมองหลินเยว่ด้วยสายตาเหยียดหยาม ประหนึ่งว่านางคือมลทินที่ต้องกำจัดทิ้งจากวังหลวงแห่งนี้
ทว่าในวินาทีที่เงียบงัน เซียวจ้านซึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์ประธานในฐานะผู้ไต่สวนกลับขยับตัวเพียงเล็กน้อย เสียงอาภรณ์หรูหราเสียดสีกันดั่งสัญญาณเตือนภัย เขาวางถ้วยชาในมือลงเบาๆ ทว่าเสียงกระทบของถ้วยกระเบื้องเคลือบนั้นกลับดังก้องในโสตประสาทของทุกคนราวกับเสียงฟ้าผ่า
“หลินเหวิน” เสียงของท่านอ๋องเรียบเฉย เย็นชาไร้ความรู้สึก “เจ้าบอกว่าเจ้าส่งยาตามคำสั่งของพี่สาวเจ้า... แต่เจ้าได้บอกข้าหรือไม่ ว่าเหตุใดในถุงยาที่เจ้าอ้างว่านำมาส่ง จึงมีร่องรอยของ ‘ดอกฝิ่นพิษ’ ปนอยู่เพียงเล็กน้อยที่ก้นถุง?”
หลินเหวินชะงักกึก เงยหน้าขึ้นมองเซียวจ้านด้วยสายตาเบิกโพลง “ทะ...ท่านอ๋อง ข้าไม่ทราบเรื่องนี้! เป็นไปได้ว่าหลินเยว่เป็นผู้ใส่ลงไปเพื่อปรักปรำข้า!”
หลินเยว่เหยียดยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข หากแต่เป็นยิ้มของศัลยแพทย์ที่รู้ว่าคนไข้คนนี้กำลังตกอยู่ในภาวะ ‘ภาวะช็อกจากการสูญเสียความควบคุม’ นางก้าวเข้าไปหาหลินเหวินช้าๆ จังหวะการเดินมั่นคงและหนักแน่น “เจ้าช่างน่าสงสารจริงๆ หลินเหวิน เจ้าคงไม่รู้สินะว่า ในฐานะหมอ ข้าไม่ได้มีเพียงแค่ตาที่เอาไว้มองโรค แต่ข้ายังต้องมีสติที่คอยสังเกตรายละเอียดเล็กน้อยที่สุด”
นางยื่นนิ้วไปแตะที่ข้อมือของหลินเหวินที่พยายามจะดึงหลบ “ชีพจรของเจ้าเต้นผิดจังหวะ คนที่พูดความจริงจะไม่กลัวการสัมผัส แต่คนที่กำลังวางแผนฆ่าคน... จังหวะหัวใจมักจะทรยศเจ้าเสมอ”
“นางบ้า! นางกำลังใช้คุณไสยใส่ข้า!” หลินเหวินกรีดร้องสุดเสียง พยายามดีดดิ้นให้หลุดจากการจับกุมของทหารองครักษ์
“หยุด!” เซียวจ้านตวาดก้อง ร่างกำยำลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลจากบุรุษผู้กรำศึกสงครามแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ “หลินเหวิน เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังการปรุงยาในครั้งนี้คือใคร ข้าไม่เคยปล่อยให้คนสนิทของข้าทำงานพลาด... และยิ่งไปกว่านั้น ข้าได้นำสมุนไพรนั้นไปให้หมอหลวงที่ไว้ใจได้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว กลิ่นของฝิ่นพิษนั้นมิอาจปิดบังได้นานหรอก”
ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมใบหน้าของหลินเหวินจนซีดเผือด นางหันไปหาขุนนางกังฉินที่เคยให้ท้าย แต่ชายผู้นั้นกลับเบือนหน้าหนีราวกับคนไม่รู้จักกัน ในโลกของขุนนาง ผลประโยชน์คือมิตรภาพเดียวที่คงอยู่ เมื่อเห็นว่าแผนการล้มเหลว พวกเขาก็พร้อมจะผลักไสคนที่ไร้ค่าทิ้งทันที
“ลงโทษโบยสามสิบไม้และเนรเทศออกนอกเขตเมืองหลวงภายในยามสามของคืนนี้” เซียวจ้านประกาศก้อง “หากพบเห็นเจ้าในรัศมีสามสิบกี้ลี้จากที่นี่อีก... หัวของเจ้าจะต้องหลุดจากบ่า!”
หลินเหวินถูกลากตัวออกไปท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวน การตัดสินโทษนั้นช่างรวดเร็วและเด็ดขาด หลินเยว่มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก นางไม่ได้สะใจ แต่นางรู้สึกถึงความว่างเปล่าที่ตามมาหลังจากผ่านพ้นพายุหมุนลูกใหญ่
ทว่า... ในขณะที่หลินเยว่กำลังจะเดินออกจากโถงตัดสิน เซียวจ้านกลับคว้าข้อมือของนางไว้เบาๆ สายตาที่เคยเย็นชาคู่นั้นดูจะอ่อนลงเพียงเสี้ยววินาที “ชัยชนะในวันนี้เป็นเพียงบทเริ่มต้นเท่านั้นหลินเยว่ เจ้าคิดว่าคนอย่างพวกมันจะยอมแพ้เพียงเท่านี้หรือ?”
“ข้าทราบดีเพคะท่านอ๋อง” หลินเยว่ตอบกลับด้วยเสียงแผ่วเบา “แต่หากวันใดที่ข้าต้องล้มลง ข้าจะขอให้ท่านจำไว้ว่า สิ่งที่ข้าพยายามทำมาตลอด คือการรักษาชีวิตคน... ไม่ใช่วิธีการที่เปื้อนเลือดเช่นที่พวกเขาใช้”
เมื่อเซียวจ้านปล่อยมือ หลินเยว่จึงหมุนตัวเตรียมจะจากไป แต่ทว่าทหารองครักษ์ผู้หนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในโถง เขาทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าท่านอ๋องด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน
“ท่านอ๋อง! ข่าวร้ายพะยะค่ะ! ทูตจากแคว้นอริที่ข้ามพรมแดนมาโดยมิได้รับเชิญ กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวงพร้อมกับกองกำลังลับ...”
ทหารผู้นั้นหยุดเว้นจังหวะหายใจด้วยความเหนื่อยหอบ ก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำให้เลือดในกายของหลินเยว่เย็นเฉียบ “พวกเขาอ้างว่า... หลินเยว่คือสตรีผู้ครอบครองตำราลับการแพทย์ที่สาบสูญ และพวกเขาต้องการ ‘ตัวนาง’ เพื่อแลกกับข้อตกลงสงบศึกครั้งใหม่... มิเช่นนั้น สงครามจะปะทุขึ้นในสามวัน!”
ดวงตาของหลินเยว่สั่นไหว นางหันไปมองเซียวจ้านที่บัดนี้แววตาเปลี่ยนเป็นดุดันดั่งสัตว์ป่าที่ถูกรุกรานเขตแดน สงครามที่นางหวังจะหลีกเลี่ยงกลับกำลังคืบคลานเข้ามาโดยมีชีวิตของนางเป็นเดิมพัน
หวังว่าตอนที่ 41 นี้จะทำให้รี้ดเดอร์ของดอกโบตั๋นพันปีตื่นเต้นและอยากติดตามต่อจนแทบรอไม่ไหวเลยนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมากับข้าค่ะ!
หัตถ์เทวะพลิกชะตา มหัศจรรย์รักหมอหญิงข้ามภพ•ตอนที่ 41
ชัยชนะเล็กๆ
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะพลิกชะตา มหัศจรรย์รักหมอหญิงข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!