"หากท่านจะลงมือ... ขอให้ฆ่าข้าเสียก่อน อย่าได้ทำให้ท่านอ๋องต้องทนทุกข์ทรมานไปมากกว่านี้!"
เสียงตวาดกร้าวขององครักษ์เงาดังขึ้นพร้อมกับปลายกระบี่ที่จ่อเข้าที่ลำคอระหงของหลินเยว่ ท่ามกลางบรรยากาศในเรือนพักที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ และกลิ่นสมุนไพรเข้มข้นที่ต้มจนงวด เซียวจ้านนอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้แกะสลัก ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดูเย็นชาสงบนิ่งบัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้สีเลือด ลมหายใจของเขาแผ่วเบาจนแทบสัมผัสไม่ได้
หลินเยว่ไม่ได้ถอยหนี นางเพียงจ้องมองคมกระบี่ด้วยสายตาที่สงบนิ่งดุจผิวน้ำในบ่อนิ่ง ทว่าภายในใจกลับร้อนรุ่มราวกับเปลวเพลิงที่กำลังเผาผลาญเหตุผลและสัญชาตญาณของการเป็นศัลยแพทย์เข้าด้วยกัน
"หากเจ้าอยากให้เขาตาย ก็จงลงมือเสีย" หลินเยว่เอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ มือเรียวบางขยับถุงมือหนังที่นางทำขึ้นมาเป็นพิเศษอย่างใจเย็น "แต่ถ้าเจ้ายังอยากเห็นท่านอ๋องลืมตาขึ้นมามองโลกใบนี้อีกครั้ง ก็จงลดกระบี่ลง แล้วไปเตรียมน้ำสะอาดที่ต้มเดือดมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!"
คำสั่งที่เฉียบขาดและแววตาที่ไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย ทำให้อีกฝ่ายชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลดกระบี่ลงอย่างไม่เต็มใจนัก
หลินเยว่รีบหันกลับมาที่ร่างของเซียวจ้าน นิ้วเรียวสัมผัสที่ชีพจรบริเวณข้อมือของเขา มันเต้นอ่อนแรงและผิดจังหวะ... อาการภาวะเลือดออกในช่องท้องจากบาดแผลฉกรรจ์ที่ถูกพิษกัดกินเส้นเลือดจนฉีกขาด หากไม่ผ่าตัดเดี๋ยวนี้ ในอีกหนึ่งชั่วยามข้างหน้า หัวใจของเขาจะหยุดเต้นอย่างถาวร
"ข้าขอโทษนะเซียวจ้าน..." นางพึมพำขณะหยิบชุดเครื่องมือแพทย์โลหะวาววับออกมาจากหีบไม้ที่ดูธรรมดา "ในภพนั้น ข้าช่วยใครไม่ได้ แต่ในภพนี้... ข้าจะไม่ยอมให้ท่านจากไปเพราะความขลาดกลัวของใคร"
นางเริ่มขั้นตอนการวางยาสลบด้วยสมุนไพรฤทธิ์แรงที่นางปรุงขึ้นเอง แม้มันจะไม่สมบูรณ์แบบเหมือนยาชาในโลกปัจจุบัน แต่มันเพียงพอที่จะทำให้เขาไร้ความรู้สึกในช่วงเวลาสำคัญ หลินเยว่สูดลมหายใจเข้าลึก มือที่จับมีดผ่าตัดเริ่มนิ่งสนิท จิตวิญญาณของแพทย์ที่สั่งสมมานับสิบปีถูกดึงออกมาใช้จนหมดสิ้น
"หลินเยว่! เจ้ากำลังทำสิ่งใด!"
เสียงตวาดดังขึ้นจากหน้าประตูเรือน หลินเหวินก้าวเข้ามาพร้อมกับกลุ่มขุนนางที่ติดตามมาด้วย ใบหน้าของน้องสาวต่างมารดาผู้นี้ฉาบไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเป็นห่วง
"เจ้ากำลังใช้มีดคมกริบกรีดลงบนร่างท่านอ๋อง นี่เจ้าคิดจะลอบสังหารเขาหรืออย่างไร? ท่านขุนนางทุกท่านโปรดดูเถิด สตรีผู้นี้อ้างตัวว่าเป็นหมอ แต่กลับใช้มีดทำร้ายร่างกายผู้สูงศักดิ์จนถึงแก่ความตาย!"
ขุนนางเหล่านั้นต่างพากันฮือฮา เสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นราวกับฝูงแมลงหวี่ หลินเยว่ไม่ได้หันไปมอง นางยังคงจดจ่ออยู่กับรอยแผลที่กำลังเปิดออก เลือดสีคล้ำไหลซึมออกมา นางใช้ผ้าสะอาดซับอย่างชำนาญ มือข้างหนึ่งถือคีมคีบ อีกข้างถือเข็มเย็บแผล สมาธิของนางจดจ่ออยู่ที่ตำแหน่งของเส้นเลือดที่แตกออก
"หุบปากของเจ้าเสีย หลินเหวิน" หลินเยว่เอ่ยโดยไม่ละสายตา "หากเจ้าไม่ช่วย ก็อย่าได้มายืนเสนอหน้าเป็นเสนียดอยู่ตรงนี้ การผ่าตัดนี้ห้ามมีการรบกวนแม้แต่นิดเดียว มิเช่นนั้น ชีวิตของท่านอ๋องคือความรับผิดชอบของเจ้า!"
"เจ้า!" หลินเหวินหน้าสั่นด้วยความโกรธ "พวกเจ้า! จับตัวนางไว้ นางกำลังจะทำลายร่างกายท่านอ๋อง!"
องครักษ์รอบกายเริ่มขยับเข้ามา แต่ทว่า... พลันนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจก็ดังขัดจังหวะขึ้น
"ใครที่กล้าแตะต้องนาง... ข้าจะถือว่ามันผู้นั้นเป็นกบฏ"
ทุกคนหยุดชะงัก องครักษ์ข้างกายของเซียวจ้านชักดาบออกมาขวางหน้าประตูเอาไว้ แม้เจ้านายจะหมดสติอยู่ แต่น้ำเสียงที่หลินเยว่เอ่ยออกมาเมื่อครู่ มันมีความเด็ดเดี่ยวจนไม่มีใครกล้าปฏิเสธ
หลินเยว่ไม่สนใจความวุ่นวายรอบข้าง หยดเหงื่อผุดพรายตามไรผม นางต้องตัดสินใจในวินาทีนี้... การเชื่อมเส้นเลือดที่เสียหายนั้นมีความเสี่ยงสูงเกินไป แต่หากไม่ทำ เขาก็ไม่รอด
"เอาล่ะ... หนึ่ง สอง... สาม"
นางลงมืออย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทุกการขยับนิ้วคือการเดิมพันด้วยชีวิตของชายที่นางเริ่มรู้สึกผูกพันลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว กลิ่นสมุนไพรและเลือดคลุ้งไปทั่วเรือน บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจแผ่วๆ ของคนบนเตียง
ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ หลินเยว่เย็บแผลชั้นสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย นางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงด้วยความอ่อนล้า ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะเก็บอุปกรณ์ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง... มันเป็นเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้นางขนลุกซู่
มือของคนบนเตียงที่ควรจะหลับใหลไร้สติ กลับขยับขึ้นมาคว้าข้อมือของนางไว้อย่างรวดเร็ว แรงบีบนั้นหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก
หลินเยว่หันกลับไปมองด้วยความตกใจ ดวงตาที่ควรจะหลับสนิทของเซียวจ้านเบิกโพลงขึ้น... แต่มันไม่ใช่แววตาของคนที่เพิ่งฟื้นจากพิษร้าย แต่มันกลับเป็นแววตาที่ว่างเปล่าราวกับคนละคน
"เจ้า..." เซียวจ้านเอ่ยน้ำเสียงแหบพร่า แต่ไม่ใช่ภาษาที่นางเคยได้ยิน เขากล่าวถ้อยคำประหลาดที่ฟังดูคล้ายมนต์ดำบางอย่าง "เจ้าเป็นใครกันแน่... ถึงกล้าใช้หัตถ์เทวะช่วยชีวิตผู้ที่ควรจะดับสูญตามชะตาฟ้ากำหนด!"
ทุกการเดินทางมีความหมายเสมอ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรักษาสัญญาใจไปกับ 'ดอกโบตั๋นพันปี' นะคะ
หัตถ์เทวะพลิกชะตา มหัศจรรย์รักหมอหญิงข้ามภพ•ตอนที่ 28
วินาทีความเป็นความตาย
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะพลิกชะตา มหัศจรรย์รักหมอหญิงข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!