เปรี้ยง!
เสียงไม้กระแทกวงกบประตูหักสะบั้นดังสนั่นหวั่นไหว เศษฝุ่นละอองและเศษไม้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยปลิวว่อนคละคลุ้งไปทั่วห้องพักคับแคบของโรงเตี๊ยมร้าง หลินเยว่ไม่แม้แต่จะกะพริบตา นางยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหลังโต๊ะไม้ผุๆ มือเรียวบางข้างหนึ่งซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ กำลังกำ "เข็มฉีดยาสแตนเลส" ปลายแหลมที่บรรจุยาสลบแรง
สูงแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
คมกระบี่วาววับสะท้อนแสงตะเกียงวับแวมจ่อตรงมาที่ลำคอระหงของนาง ปลายคมดาบห่างจากผิวเนื้อเพียงไม่ถึงมิลลิเมตร องครักษ์ชุดดำสามนายแผ่รังสีสังหารน่าสะพรึงกลัว กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ที่ติดตัวคนกลุ่มนี้มาฟุ้งกระจายจนชวนคลื่นไส้
"กล้าดียังไงถึงซ่อนตัวอยู่ในเขตหวงห้ามยามวิกาล สั่งตาย!"
เสียงคำรามต่ำอย่างเกรี้ยวกราดดังขึ้น พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงบนบ่าของหลินเยว่จนเข่าแทบทรุด แต่นางฝืนเกร็งกล้ามเนื้อขา ยืนหยัดหลังตรงเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคู่คมกวาดมองใบหน้าขององครักษ์แต่ละคนอย่างรวดเร็ว—ชีพจรเต้นเร็ว เหงื่อซึมที่ขมับ ขาขวาย่อต่ำเล็กน้อยเพื่อเตรียมรับแรงปะทะ... *พวกมันเพิ่งผ่านการต่อสู้หนักหน่วงมา บาดแผลฉีกขาดที่ต้นแขนซ้ายของคนตรงกลางกำลังเสียเลือด หากขยับช้ากว่านี้อีกสามลมหายใจ ชายผู้นั้นจะช็อกหมดสติไปเอง*
"ถ้าพวกท่านฆ่าข้าตอนนี้ รับรองว่าเจ้านายของพวกท่านจะต้องตายอย่างทรมานภายในสามวันอย่างแน่นอน"
เสียงของหลินเยว่ราบเรียบ เย็นเยือก และมั่นคงจนน่าประหลาด นางไม่ได้ตะโกน แต่น้ำเสียงนั้นก้องกังวานบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของคนฟัง
ปลายกระบี่ที่จ่อคอหอยชะงักกึก องครักษ์นายใหญ่ขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคมกริบหรี่มองสตรีตรงหน้าที่แต่งกายด้วยชุดประหลาด เนื้อผ้าเรียบเนียนไร้รอยเย็บแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แววตาของนางไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นของ "ผู้พิพากษาชีวิต" ที่กำลังประเมินคนไข้
"สามหาว! เจ้าเป็นใคร ถึงกล้ากล่าววาจาสามหามเช่นนี้กับท่านอ๋อง..."
"หุบปากซะ"
น้ำเสียงทรงอำนาจอีกสายหนึ่งดังแทรกขึ้นจากความมืดตรงทางเดินด้านนอก เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำปักลายเมฆาด้วยด้ายเงินก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับสร้างความกดดันให้บรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก เซียวจ้านปรายตามองลูกน้องเบาๆ องครักษ์ทั้งสามรีบเก็บกระบี่แล้วคุกเข่าลงทันที
หลินเยว่หรี่ตามองบุรุษที่เพิ่งก้าวเข้ามา ใบหน้านั้นหล่อเหลาราวกับเทพเซียนสลักเสลา ทว่าริมฝีปากกลับไร้สีเลือด และผิวหนังกายซีดเซียวราวกับคนไร้วิญญาณ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของแพทย์สาวที่สุด คือจังหวะการหายใจที่ตื้นเขินและผิดปกติ
*อาการแบบนี้... ภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรังร่วมกับพิษสะสมในกระแสเลือด*
เซียวจ้านก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะ ระยะห่างระหว่างเขากับนางไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน กลิ่นหอมเย็นจางๆ ของสมุนไพรหายากผสมกลิ่นอายโลหะลอยแตะจมูก เขากวาดสายตาสำรวจเครื่องมือแพทย์แปลกตาบนโต๊ะ—ขวดแก้วใสใส่น้ำยาประหลาด แผ่นโลหะบางเฉียบ และเครื่องมือที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในแผ่นดินนี้
"เจ้าบอกว่า... เปิ่นหวางจะตายภายในสามวันอย่างนั้นรึ?" เซียวจ้านเอ่ยถาม เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าแต่ทรงพลังเยือกเย็น
หลินเยว่ไม่ตอบคำถามทันที นางหยิบแว่นสายตาขอบโลหะขึ้นมาสวม ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อย นางเอื้อมมือออกไปอย่างถือวิสาสะ คว้าข้อมือหนาของท่านอ๋องมาจับชีพจรทันทีโดยไม่ขออนุญาต!
"บังอาจ!" องครักษ์ด้านหลังพุ่งเข้ามาจะคว้าตัวนาง แต่เซียวจ้านยกมือขึ้นห้ามไว้ สายตาคมกริบคู่นั้นยังคงจ้องมองใบหน้าเนียนใสของสตรีตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา เขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากปลายนิ้วเรียวที่แตะลงบนจุดชีพจรของตน ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาในอก—ไม่ใช่ความกลัว ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความประหลาดใจที่สตรีผู้นี้กล้าแตะต้องตัวเขาโดยไม่เกรงกลัวความตาย
"ชีพจรเต้นเร็วและอ่อนแรง ปลายประสาทส่วนปลายเริ่มชา ไอเป็นเลือดในช่วงยามดึก และที่สำคัญ..." หลินเยว่เงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาสื่อความหมายลึกซึ้ง "พิษกู่ดอกเหมันต์ในกายท่าน กำลังกัดกินหัวใจของท่านทีละน้อย อีกสามวัน เมื่อพระจันทร์เต็มดวง พิษนี้จะแล่นเข้าสู่หัวใจห้องบน ดับลมหายใจท่านทันที ต่อให้ท่านมีหมอหลวงทั่วแผ่นดินมารวมตัวกัน ก็ทำได้แค่นั่งมองท่านขาดใจตายอย่างทรมาน"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องพักชั่วขณะ องครักษ์ทั้งสามหน้าซีดเผือก เพราะอาการที่นางกล่าวมาทั้งหมด... ล้วนเป็นความลับสุดยอดที่แม้แต่คนในจวนอ๋องก็มีเพียงไม่กี่คนล่วงรู้!
เซียวจ้านหรี่ตาลงอันตราย รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่าง "เจ้าเป็นสายลับของใคร... หรือเป็นคนของสำนักพิษ?"
"ถ้าข้าเป็นคนของสำนักพิษ ข้าคงไม่ยืนรักษาสต็อกยาแก้พิษไว้ในมือหรอกเพคะ... อ้อ ไม่สิ ท่านอ๋อง" หลินเยว่ถอดแว่นออก รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างมั่นใจ นางผายมือไปยังห้องว่างด้านหน้าโรงเตี๊ยมที่ถูกทิ้งร้าง "ณ ที่แห่งนี้ นับตั้งแต่วันพรุ่งเป็นต้นไป จะถูกเปลี่ยนเป็น 'คลินิกหัตถ์เทวะ' ข้าจะรักษาโรคประหลาดให้ท่าน และช่วยเหลือราษฎรตาดำๆ ที่พวกท่านละเลย... ส่วนค่ารักษาของท่านอ๋อง..."
นางเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาลงมองบาดแผลที่ต้นแขนขององครักษ์ผู้ใกล้ชิด ก่อนจะยิ้มหวานหยด
"ขอแค่ท่านอนุญาตให้ข้าใช้พื้นที่ตรงนี้เปิดร้านอย่างสงบ และส่งองครักษ์ฝีมือดีมาเป็น 'ยามเฝ้าประตู' ให้ข้าสักสองสามคน ก็เพียงพอแล้ว"
เซียวจ้านนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่หาได้ยากยิ่ง สตรีผู้นี้... ช่างกล้าต่อรองกับยมทูตอย่างเขาได้อย่างหน้าตาเฉย
"บัง AGL ยิ่งนัก... เจ้ากล้าใช้เปิ่นหวางเป็นเครื่องมือเปิดร้านขายยาอย่างนั้นรึ?"
"ไม่ใช่เครื่องมือเพคะ... แต่เป็นการร่วมมือกันทางธุรกิจที่วิน-วินต่างหาก" หลินเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจเต็มเปี่ยม พลางยื่นขวดแก้วบรรจุยาแก้ปวดลดไข้ส่งให้เขา "ดื่มนี่เสีย แล้วแผลของลูกน้องท่านจะหยุดอักเสบภายในครึ่งชั่วยาม"
เซียวจ้านรับขวดแก้วใสประหลาดมาถือไว้ กลิ่นหอมสะอาดลอยขึ้นเตะจมูก เขายังไม่ทันได้เอ่ยคำใดต่อ ประตูไม้ด้านหน้าที่พังไปครึ่งหนึ่งก็มีเสียงเคาะเบาๆ พร้อมกับเสียงตะโกนหวาดกลัวของผู้หญิงคนหนึ่งดังแทรกเข้ามาจากความมืด
"มีใครอยู่ไหมคะ! ช่วยด้วย! ลูกสาวฉันหายใจไม่ออก มีตุ่มหนองขึ้นเต็มตัว ตัวร้อนจี๋เลย... ฮือๆ ใครก็ได้ช่วยลูกฉันที!"
หลินเยว่หันขวับไปมองทางต้นเสียงทันที แววตาที่เคยฉายความขี้เล่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังและเด็ดเดี่ยวในเสี้ยววินาที นางก้าวเท้าเดินผ่านหน้าเซียวจ้านไปอย่างไม่ลังเล พลางหยิบกระเป๋าเครื่องมือแพทย์คู่ใจขึ้นมาคล้องไหล่
เซียวจ้านมองตามแผ่นหลังบางที่เดินออกไปรับเด็กป่วยด้วยความเด็ดเดี่ยว มือนิ้วที่ถือขวดแก้วกระชับแน่นขึ้น ความรู้สึกแปลกประหลาดที่หลับใหลอยู่ในอกลึกๆ มานานนับปี บัดนี้กลับเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง
ทว่า ในขณะที่หลินเยว่กำลังจะก้าวพ้นธรณีประตูเพื่อตรวจอาการเด็กน้อย เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงตะโกนโهاมฮึกด้วยความโกรธแค้นก็ดังสนั่นมาจากหัวมุมถนน
"เผาร้านของมันซะ! นังหมอผีต้มตุ๋นที่ไหนกล้ามาตั้งร้านขายยาเดรัจฉานในเขตเรา!"
เพลิงสีส้มแดงฉานโชติช่วงขึ้นที่ปากซอย กลิ่นน้ำมันก๊าดคละคลุ้งมากับสายลมราตรี หลินเหวินในชุดคลุมผ้าแพรชั้นดี ยืนยิ้มเยาะเย้ยอยู่ท่ามกลางกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบคนที่ถือคบเพลิงพุ่งตรงมาทางนี้ หมายจะเผาคลินิกของนางให้เป็นจุลตั้งแต่ยังไม่ทันได้เปิดให้บริการ!
หลินเยว่ชะงักฝีเท้า ใบหน้าหวานตึงเครียดขึ้นในทันที นางหันกลับมาสบตากับเซียวจ้านที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลัง ท่ามกลางประกายไฟที่กำลังลุกลามเข้ามาใกล้ทุกที
"ดูท่า... คลินิกข้างทางของข้า คงต้องเปิดฉากด้วยการเผาเครื่องสักหน่อยแล้วล่ะมั้งเพคะ ท่านอ๋อง?"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หัตถ์เทวะพลิกชะตา" ด้วยดีเสมอมา แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — *ดอกโบตั๋นพันปี*
หัตถ์เทวะพลิกชะตา มหัศจรรย์รักหมอหญิงข้ามภพ•ตอนที่ 5
คลินิกข้างทาง
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะพลิกชะตา มหัศจรรย์รักหมอหญิงข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!