“หากท่านหมอหลินยังยืนกรานจะก้าวเท้าเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นในด้วยชุดเปื้อนฝุ่นดินเช่นนี้ เกรงว่าเกียรติยศของท่านอ๋องคงเหลือเพียงกองธุลีหน้าพระพักตร์เป็นแน่”
สุ้มเสียงแหลมสูงแฝงความเย้ยหยันดังขึ้นจากสตรีในชุดผ้าไหมปักดิ้นทองอร่าม หลินเหวินก้าวออกมาจากหลังฉากกั้นไม้แกะสลัก ดวงตาเรียวรีของนางกวาดมองร่างของหลินเยว่ด้วยความสมเพช ก่อนจะหันไปแย้มยิ้มให้เหล่าขุนนางที่ยืนอยู่เบื้องหลัง
หลินเยว่ไม่แม้แต่จะปรายตาไปมองคนช่างยั่วโมโห นางยังคงสาละวนอยู่กับการตรวจเช็คอุปกรณ์ทำแผลในหีบไม้ใบเล็กที่พกติดตัวมา มือเรียวบางที่ผ่านการผ่าตัดนับไม่ถ้วนในภพชาติก่อนขยับอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวแสดงถึงความเยือกเย็นที่ขัดกับบรรยากาศกดดันในโถงรับรองของวังหลวง
“เกียรติยศหรือจะสู้ชีวิตคน” หลินเยว่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับไม่ได้ยินคำเหน็บแนมนั้น “ข้ามาที่นี่เพื่อรักษา ไม่ใช่มาเดินอวดลายผ้าปัก หากเสื้อผ้าของข้าจะเปื้อนฝุ่น ก็ยังดีกว่ามือของคนบางคนที่มีไว้เพื่อตบแต่งหน้าตาแต่ไม่เคยใช้ช่วยเหลือผู้ใด”
บรรยากาศในโถงรับรองพลันเงียบกริบ ขุนนางหลายคนเบือนหน้าหนีเพื่อกลั้นยิ้ม ขณะที่หลินเหวินหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธจัด
“เจ้า! เจ้ามันก็แค่หมอจากที่ห่างไกล อย่าได้บังอาจทำตัวโอหังในวังหลวง!” หลินเหวินก้าวเข้ามาใกล้หมายจะกระชากแขนอีกฝ่าย แต่ทว่า...
“ถอยไป”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหลัง ท่านอ๋องเซียวจ้านก้าวเข้ามาในโถงด้วยท่าทางองอาจ แม้ใบหน้าจะซีดเผือดจากการต่อสู้กับพิษร้ายที่แล่นอยู่ในกาย แต่สายตาคมกริบของเขากลับทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องก้มศีรษะลงด้วยความยำเกรง เขาเดินตรงมาหยุดยืนข้างหลินเยว่ กลิ่นอายบุรุษผู้ผ่านสนามรบทำให้หลินเหวินชะงักฝีเท้าทันที
เซียวจ้านปรายตามองหลินเยว่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ย “หมอหลิน... เจ้าพร้อมหรือยัง”
“พร้อมแล้วค่ะท่านอ๋อง” หลินเยว่ตอบ พลางเก็บหีบยาเข้าที่ “คนไข้ไม่ได้รอข้า แต่คนไข้รอเวลาที่ชีวิตกำลังจะหลุดลอยไป หากเรามัวแต่เสียเวลากับเรื่องไร้สาระ เกรงว่าประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของราชวงศ์อาจต้องเขียนด้วยหยาดเลือด”
ประโยคสุดท้ายของหลินเยว่ดังก้องไปทั่วโถง มันไม่ใช่เพียงคำพูดธรรมดา แต่มันคือคำเตือนที่แฝงด้วยความหมายลึกซึ้ง เซียวจ้านมองสตรีข้างกายด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิม เขาสัมผัสได้ถึงความมั่นใจที่เกินตัวหมอธรรมดา ทั้งความรู้ที่นางมีและท่าทีที่ราวกับมองเห็นอนาคต—หรือบางที นางอาจจะเห็นอดีตที่เขาไม่เคยรู้
เมื่อทั้งสองก้าวเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นใน สายตาของเหล่าขันทีและนางกำนัลต่างจับจ้องมาเป็นจุดเดียว หลินเยว่ไม่ได้สนใจความกดดันเหล่านั้น สายตาของนางจดจ่ออยู่กับการสังเกตอาการของเซียวจ้านผ่านการเดินที่เริ่มช้าลง และเหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดขึ้นตามไรผม
*นี่ไม่ใช่แค่โรคทั่วไป... การเดินในวังหลวงที่ซับซ้อนราวกับเขาวงกต การที่มีคนจงใจขวางทาง และกลิ่นหอมของกำยานในตำหนักที่ผิดปกติ... มันคือการวางยาซ้ำซ้อน* หลินเยว่ครุ่นคิดในใจขณะที่ฝ่ามือเย็นเฉียบของนางกุมที่หีบยาแน่น
เมื่อถึงหน้าประตูตำหนักบรรทม ประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออก เผยให้เห็นบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้
สตรีสูงศักดิ์ในชุดคลุมสีหงส์เพลิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์หอม ดวงตาคมดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองหลินเยว่ราวกับจะฉีกกระชากวิญญาณ นางคือพระมเหสีผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในวังหลัง
“ท่านหมอหลิน...” สุ้มเสียงเย็นเยียบนั้นเอ่ยขึ้น พร้อมกับวางจอกหยกในมือลง “ข้าได้ยินมาว่าเจ้ามีวิชาแพทย์ที่น่าอัศจรรย์นัก แต่ก่อนจะรักษาท่านอ๋อง เจ้าต้องตอบคำถามข้าให้กระจ่างเสียก่อนว่า... ใครเป็นคนส่งเจ้ามา และเหตุใดรอยสักรูปเข็มที่ข้อมือเจ้า ถึงได้มีกลิ่นอายของ ‘คนตาย’ ที่ข้าเคยฝังไปเมื่อสิบปีก่อน!”
หลินเยว่ตัวชาไปทั้งร่าง คำถามนั้นกระแทกเข้ากลางใจจนนางแทบเสียหลัก ความลับที่นางพยายามปกปิดมาตลอดการข้ามภพกลับถูกเปิดโปงโดยสตรีผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดิน เซียวจ้านที่ยืนอยู่ข้างๆ พลันชักกระบี่ออกจากฝักโดยสัญชาตญาณทันทีที่บรรยากาศในห้องแปรเปลี่ยนเป็นความตาย!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ 'ดอกโบตั๋นพันปี' นะคะ
หัตถ์เทวะพลิกชะตา มหัศจรรย์รักหมอหญิงข้ามภพ•ตอนที่ 23
เข้าสู่วังหลวง
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะพลิกชะตา มหัศจรรย์รักหมอหญิงข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!