“ศิลา... คุณไม่ได้กำลังรักษาฉันหรอกใช่ไหมคะ แต่คุณกำลัง ‘เฝ้ายาม’ กรงขังที่ชื่อว่าตัวฉันอยู่”
ฉันเอ่ยประโยคนี้ขึ้นกลางห้องโถงที่เงียบสงัด เสียงของฉันก้องสะท้อนกับผนังห้องสีขาวโพลนจนฟังดูเหมือนมาจากที่ไกลแสนไกล ฉันไม่ได้มองหน้าเขา ดวงตาของฉันจดจ้องเพียงเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า—เงาที่ขยับช้ากว่าการเคลื่อนไหวจริงของฉันไปเพียงเสี้ยววินาที
ศิลาไม่ได้โต้ตอบในทันที เสียงรองเท้าหนังของเขาบดลงบนพื้นหินอ่อนอย่างเชื่องช้า ความสม่ำเสมอของจังหวะก้าวนั้นช่างน่ารำคาญใจ มันคือเสียงของคนที่คุมเกมได้เบ็ดเสร็จ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้บุนวมที่อยู่ด้านหลังฉันพอดี กลิ่นน้ำหอมกลิ่นยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลลอยมาแตะจมูก
“ริน... การตั้งคำถามกับความจริงเป็นสัญญาณที่ดีของการเริ่มหายป่วย” เสียงของเขาทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับผิวน้ำนิ่ง “แต่ถ้าถามมากเกินไปจนลืมดูว่าเท้าของคุณเหยียบอยู่บนอะไร ระวังจะตกลงไปในรอยแยกของความคิดตัวเองเสียก่อนนะครับ”
ฉันแค่นยิ้มให้เงาในกระจก “รอยแยกที่ว่า... มันคงไม่ใช่รอยแยกในจิตใจของฉันหรอกค่ะ แต่มันคือช่องโหว่ระหว่างโลกใบนี้กับโลกใบที่ฉันเพิ่งจำได้เมื่อครู่นี้ต่างหาก”
มือของฉันสั่นเทาขณะยกขึ้นแตะพื้นผิวกระจก ทันใดนั้น ความทรงจำที่กระจัดกระจายราวกับเศษแก้วแตกก็กรีดแทงเข้ามาในหัว—ไม่ใช่ภาพโรงพยาบาลแห่งนี้ แต่เป็นภาพงานเลี้ยงที่หรูหราอลังการ เสียงดนตรีคลาสสิกที่บาดหู และตัวฉัน... ที่ไม่ได้ยืนอยู่ในชุดคนไข้สีขาว แต่สวมชุดราตรีสีแดงสดเลือดยืนอยู่บนระเบียงกว้าง มองลงไปเห็นเมืองที่ไร้ซึ่งแสงไฟ มีเพียงเงาสีดำตะคุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่เบื้องล่างคล้ายฝูงมด
‘คุณไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อรักษาตัว คุณอยู่ที่นี่เพื่อรอเวลาให้ใครบางคนมาเปลี่ยนเวรเฝ้ายาม’ เสียงของฉันในความทรงจำนั้นกล่าวกับผู้ชายคนหนึ่ง—ผู้ชายคนเดียวกับที่นั่งอยู่ข้างหลังฉันในตอนนี้
“ริน คุณกำลังหายใจแรงเกินไป” ศิลาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นจนฉันเห็นเงาของเขาผ่านกระจก มือของเขาเอื้อมมาจับไหล่ฉันไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนเกือบเจ็บ “หยุดนึกถึงเรื่องเหล่านั้นเสียเดี๋ยวนี้ โลกใบนั้นที่คุณเห็น... มันเป็นเพียงผลผลิตจากอาการประสาทหลอนขั้นรุนแรงที่ผมพยายามเยียวยาคุณอยู่”
ฉันหันขวับไปเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาของเราประสานกัน ฉันเห็นความกังวลที่ถูกฉาบไว้ด้วยความเรียบเฉย แววตาของศิลาไม่ได้มีความรักหรือความเมตตา แต่มันมีความกระหาย—ความกระหายที่จะเห็นฉันสูญเสียความเป็นตัวเองไปอย่างสมบูรณ์
“ถ้ามันเป็นแค่ภาพหลอน ทำไมมือของคุณถึงสั่นคะศิลา?” ฉันถามพลางก้มลงมองมือที่เกาะไหล่ฉันอยู่ มันสั่นระริกเหมือนใบไม้ต้องลม “คุณกลัวอะไรกันแน่? กลัวว่าถ้าฉันจำได้หมดแล้ว... กรงขังนี้จะพังทลายลง หรือกลัวว่าคนที่อยู่ในกรงจริงๆ แล้วไม่ใช่ฉัน แต่เป็นคุณ?”
ศิลานิ่งงันไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มของผู้รักษา มันคือรอยยิ้มของพัศดีที่เพิ่งรู้ตัวว่านักโทษกำลังจะแหกคุก
“คุณฉลาดขึ้นทุกวันนะครับริน” เขาปล่อยมือจากไหล่ฉันแล้วเดินไปหยุดอยู่ที่กลางห้อง “แต่คุณลืมเรื่องสำคัญไปอย่างหนึ่ง... เงาในกระจกน่ะ มันไม่ได้ถูกขังไว้เพราะมันมีตัวตน แต่มันถูกขังไว้เพราะมัน ‘ไม่มี’ ตัวตนต่างหาก และตราบใดที่คุณยังคิดว่าตัวเองเป็น ‘คน’ ที่มีชีวิตอยู่จริงๆ คุณก็ไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าทำไมผมถึงต้องขังคุณไว้ที่นี่”
ทันใดนั้น แสงไฟในห้องก็กะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับมืดลงเหลือเพียงความมืดมิดที่หนาหนักจนฉันแทบมองไม่เห็นแม้แต่มือตัวเอง แต่สิ่งที่น่าขนลุกยิ่งกว่าคือ เสียงกระซิบที่ดังมาจากด้านหลัง... ไม่ใช่เสียงของศิลา แต่มันเป็นเสียงของฉันเอง เสียงที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความแค้น
‘เขาไม่ได้ขังคุณไว้ริน... เขาแค่รอให้คุณยอมรับว่าคุณนั่นแหละคือคนสร้างห้องนี้ขึ้นมาเพื่อกักขังเขาไว้ในนั้น’
แสงไฟกลับมาสว่างวาบอีกครั้ง แต่คราวนี้ห้องไม่ได้ว่างเปล่าเหมือนเดิม เก้าอี้ไม้ที่ศิลาเคยนั่งอยู่ว่างเปล่า แต่บนพื้นตรงจุดนั้นมีรอยเลือดสดๆ ลากยาวเป็นทางตรงไปยังกระจกเงาบานที่เก้า บานที่ฉันไม่เคยกล้าเข้าใกล้มาก่อน และเมื่อฉันก้มลงมองที่พื้นกระจก ฉันก็พบกับความจริงที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น
ในเงาสะท้อนของกระจกบานนั้น... ศิลาไม่ได้ยืนอยู่ข้างหลังฉันอีกต่อไป แต่เขากลับอยู่ในเงาสะท้อนภายในกระจกบานนั้น กำลังทุบกระจกจากฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าที่หวาดกลัวสุดขีด
และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... เงาที่ยืนอยู่ข้างหลังฉันในความเป็นจริงตอนนี้ ไม่ใช่เงาของฉัน แต่มันเป็นร่างของชายคนหนึ่งที่ฉันจำได้แม่นว่าเป็นศพที่ฉันเคยฝังไว้ในสวนเมื่อหลายปีก่อน
ร่างนั้นค่อยๆ ยกมือขึ้นมาประทับบนไหล่ฉันอย่างแผ่วเบา พร้อมกับลมหายใจเย็นเฉียบที่รินรดลงข้างหู
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ริน”
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดและร่วมค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่หลังกระจกไปพร้อมกับดิฉันนะคะ
เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า•ตอนที่ 28
ความทรงจำซ้อนทับ
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!