“ถ้าคุณคิดว่าการหลับตาจะช่วยให้หายไปได้ คุณก็แค่กำลังเปิดโอกาสให้ฉันเข้าใกล้มากขึ้นเท่านั้น ริน”
เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของคนอื่น แต่มันคือเสียงของฉัน—ที่กังวานออกมาจากความว่างเปล่าข้างในกระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว
ฉันสะดุ้งสุดตัว มือที่สั่นเทาเผลอทำแปรงหวีผมร่วงหล่นลงพื้น เสียงกระทบกระเทือนของมันดังก้องไปทั่วห้องที่เงียบสงัด ฉันจ้องมองเงาของตัวเองในกระจกเงาบานที่เก้า ทว่าสิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่แค่ใบหน้าของหญิงสาวผู้กำลังขวัญเสีย แต่มันคือผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่กำลังยกยิ้มมุมปาก—ยิ้มที่ฉันไม่เคยทำ และดวงตาคู่นั้นที่เคยสั่นไหวด้วยความวิตกกังวล บัดนี้กลับนิ่งเรียบเย็นชาดุจน้ำแข็ง
“อย่ามาล้อเล่นแบบนี้” ฉันเค้นเสียงตอบกลับไป เสียงของฉันแหบแห้งและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “คุณไม่ใช่ฉัน คุณเป็นแค่ภาพลวงตาที่ศิลาสร้างขึ้น”
เงาในกระจกไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจาในทันที มันเพียงแค่ขยับนิ้วเรียวยาวช้าๆ ลากผ่านผิวแก้วจากด้านใน เสียงเล็บที่ครูดกับกระจกฟังดูสยดสยองราวกับเสียงกรีดร้องที่ถูกกักขัง ก่อนที่ร่างนั้นจะโน้มตัวเข้ามาใกล้จนจมูกแทบจะสัมผัสกับพื้นผิวกระจกที่คั่นกลางระหว่างเรา
“ศิลาหรือคะ?” เงาในกระจกเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความสมเพช “เขาก็แค่คนที่พยายามจะจับ 'ปลา' ที่ตะเกียกตะกายอยู่ในโหลแก้ว แต่คุณลืมไปหรือเปล่าริน... ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนอนุญาตให้เขาเข้ามาในชีวิตคุณ ตั้งแต่แรก”
ฉันถอยหลังกรูจนหลังกระแทกกับขอบประตู ลมหายใจติดขัดราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบเค้นลำคอ ความทรงจำที่ขาดหายไปในช่วงวัยเด็กแวบเข้ามาเป็นเศษเสี้ยว—ภาพของห้องสีขาว กลิ่นยาฆ่าเชื้อ และเสียงกระซิบที่คุ้นเคย ‘ถ้าหนูอยากลืมเรื่องเลวร้าย หนูแค่ต้องทิ้งตัวตนเดิมไว้ข้างหลัง’
“ฉันไม่ยอมให้เธอแทนที่ฉัน” ฉันประกาศก้อง แม้ความมั่นใจจะเหลือน้อยเต็มที
“แทนที่งั้นเหรอ?” เงาในกระจกหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงที่สั่นประสาทที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยิน “ที่รัก... ฉันไม่ใช่สิ่งที่จะมาแทนที่คุณ แต่ฉันคือสิ่งที่อยู่กับคุณมาตลอด—เป็นเจ้าของบ้านตัวจริง ส่วนคุณน่ะ ก็แค่แขกรับเชิญที่กำลังจะหมดเวลาสนุกแล้ว”
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างหนักหน่วง กระชากสติฉันให้หลุดจากวังวนความกลัว ศิลา? เขามาทำอะไรที่นี่ในเวลาเที่ยงคืนแบบนี้?
“ริน? ผมรู้ว่าคุณอยู่ข้างใน” เสียงของศิลาดังลอดผ่านบานประตูเข้ามา มันไม่ใช่เสียงของจิตแพทย์ที่อ่อนโยน แต่มันคือเสียงของนักล่าที่พบเหยื่อแล้ว “อย่าเชื่อสิ่งที่กระจกบอกคุณ มันไม่มีตัวตน... มีแค่คุณกับผมเท่านั้นในห้องนี้”
ฉันหันกลับไปมองกระจกอีกครั้ง ทว่าภาพเงาสะท้อนหายไปแล้ว เหลือเพียงพื้นผิวกระจกที่ว่างเปล่า สะท้อนภาพห้องที่ดูบิดเบี้ยวและมืดมิด ทว่าเมื่อฉันก้มลงมองพื้น รอยนิ้วมือห้านิ้วที่เปื้อนคราบสีดำสนิทกลับปรากฏอยู่บนพื้นผิวกระจกจากฝั่ง 'ด้านนอก' ของกระจก
ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างแรง ศิลาแทรกตัวเข้ามาในห้อง ร่างสูงโปร่งของเขาสะท้อนกับแสงไฟสลัว เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดลงที่กระจกบานที่เก้า สายตาของเขาไม่ได้มีความกังวล แต่มันคือความกระหายที่จะควบคุม
“คุณดูเหนื่อยนะ” ศิลาเดินเข้ามาใกล้ฉัน กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ของเขาทำให้ฉันคลื่นไส้ “ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าสบตาเงาในนั้นบ่อยๆ มันจะทำให้เส้นแบ่งระหว่างเราพังทลาย”
“คุณรู้อะไรมากันแน่ ศิลา” ฉันถามพลางกำหมัดแน่น พยายามรวบรวมสติที่เหลืออยู่ “คุณคือหมอของฉัน หรือคุณคือคนที่กำลังจะเปลี่ยนให้ฉันกลายเป็นใครบางคนในกระจกนั่น?”
ศิลาหยุดฝีเท้าลง ห่างจากฉันเพียงหนึ่งช่วงแขน เขาเอื้อมมือมาแตะที่ปลายคางของฉัน แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้เย็นชาเหมือนก่อนหน้านี้ แต่มันเต็มไปด้วยความโหยหาอย่างน่าประหลาด “ริน... คุณไม่ได้กำลังกลายเป็นใครบางคน คุณแค่กำลังจำได้ว่าจริงๆ แล้ว 'ตัวคุณ' คือใครกันแน่”
เขาขยับตัวเข้าใกล้จนหน้าผากของเราชิดกัน ฉันสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา มันรุนแรงพอๆ กับไอเย็นที่สัมผัสได้จากกระจกเมื่อครู่
“และเมื่อคุณจำได้” เขาพึมพำชิดริมฝีปากของฉัน “ตัวตนที่คุณเรียกว่า 'ริน' ก็จะไม่มีวันได้กลับมาอีกต่อไป”
หัวใจของฉันกระตุกวูบเมื่อศิลาขยับตัวถอยออกไป แล้วชี้ไปที่เงาสะท้อนในกระจกบานที่เก้าอีกครั้ง คราวนี้ฉันไม่ได้เห็นแค่เงาของตัวเอง แต่มันมี 'ร่างที่สาม' ยืนอยู่ข้างหลังศิลา—เป็นร่างของเด็กหญิงในชุดสีขาวที่ใบหน้าถูกละเลงด้วยคราบสีดำมืดมิด กำลังยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากเป็นเชิงห้ามไม่ให้ศิลาพูดอะไรต่อ
ศิลาหันกลับไปมองตามสายตาของฉัน และในวินาทีที่เขาสบตากับสิ่งที่อยู่ในกระจก รอยยิ้มที่เขาพยายามรักษาไว้ก็มลายหายไป เขาก้าวถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก แต่สิ่งที่ทำให้ฉันหยุดหายใจคือ... เงาในกระจกที่เริ่มขยับออกมาจากกรอบไม้ช้าๆ ราวกับมันกำลังก้าวข้ามจากอีกโลกหนึ่งเข้ามาสู่ห้องของฉันจริงๆ
รอยมือสีดำนับสิบข้างบนกระจกเริ่มไหลเยิ้มออกมาเป็นของเหลวข้นคล้ายน้ำมันดิบ และเสียงที่ดังขึ้นไม่ใช่เสียงจากกระจกอีกต่อไป แต่มันดังขึ้นจาก 'ข้างใน' กะโหลกศีรษะของฉันเอง
“ขอบคุณที่เปิดทางให้นะ... ริน”
ฉันมองเห็นเงาของตัวเองก้าวผ่านตัวฉันไปอย่างช้าๆ ในขณะที่ร่างกายของฉันเองกลับทรุดฮวบลงบนพื้นราวกับตุ๊กตาที่ถูกตัดสายใย ศิลาเบิกตากว้างพุ่งตัวเข้ามาหาฉัน แต่มือของเขากลับทะลุผ่านร่างของฉันไปราวกับอากาศธาตุ ทิ้งให้ฉันเฝ้ามองภาพโลกที่ค่อยๆ หมุนคว้างและมืดดับลง
ความลับที่ศิลาพยายามปกปิดไว้ไม่ใช่เรื่องของอาการป่วยทางจิต แต่เป็นเรื่องที่ใครกันแน่ที่เป็นผู้คุมกรงขังนี้อยู่... และตอนนี้ฉันเพิ่งตระหนักได้ว่า ตัวฉันจริงๆ แล้วไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้เลยแม้แต่วันเดียว
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดไปกับกระจกเงาต้องสาปนะคะ
เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า•ตอนที่ 27
ศัตรูในกระจกเงา
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!