เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า•ตอนที่ 26

หลักฐานที่ไม่มีตัวตน

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
"คุณกำลังจะบอกว่า... กล่องดนตรีไม้แกะสลักรูปนกฟีนิกซ์ที่วางอยู่ตรงนี้เมื่อห้านาทีก่อน มันไม่เคยมีอยู่จริงงั้นหรือคะ คุณศิลา?" รินถามพลางกดปลายนิ้วสั่นเทาลงบนพื้นผิวโต๊ะไม้ขัดเงา ความเย็นเยียบของเนื้อไม้แผ่ซ่านขึ้นมาตามปลายนิ้ว เธอยังจำสัมผัสของมันได้ดี สัมผัสที่สากระคายของรอยแกะสลักนูนต่ำ และเสียงไขลานที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของเธอเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ แต่นาทีนี้บนโต๊ะกลับว่างเปล่า มีเพียงเงาสะท้อนจากกระจกบานใหญ่หลังห้องที่ทำให้เธอมองเห็นใบหน้าตัวเองที่ซีดเผือดเหมือนคนไร้วิญญาณ ศิลานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังฝั่งตรงข้าม เขาสวมสูทสีเทาเข้มที่ดูไร้รอยยับ ดวงตาคู่คมจ้องมองรินผ่านเลนส์แว่นสายตาด้วยความเรียบเฉยที่น่าขนลุก เขาวางถ้วยน้ำชาลงบนจานรองเบาๆ เสียงกระเบื้องกระทบกันดังก้องในห้องที่เงียบสงัดจนน่าอึดอัด "รินคะ..." เขาเว้นจังหวะ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่ากดดัน "ในฐานะแพทย์ของเธอ ผมไม่อยากให้เธอกดดันตัวเองมากเกินไป ความวิตกกังวลมักจะสร้าง 'รายละเอียดส่วนเกิน' ขึ้นมาในสมองเพื่อเติมเต็มช่องว่างที่เธอสูญเสียไป เธอไม่ได้เห็นมันจริงๆ หรอกครับ... เธอแค่ *อยาก* เห็นมัน" "อย่ามาใช้หลักการทางจิตวิทยาโง่ๆ กับฉันนะคะ!" รินกระชากเสียง สองมือยันตัวลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ครูดกับพื้นเสียงแหลมบาดหู "ฉันจับมันได้ ฉันเปิดมันได้ ฉันได้ยินเสียงเพลง... เพลงที่แม่เคยร้องกล่อมฉันก่อนที่ท่านจะ... ท่านจะหายไป!" เธอหอบหายใจถี่ หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก รินกวาดสายตามองไปทั่วห้องทำงานของศิลา ทุกอย่างดูเหมือนเดิม ภาพวาดบนผนัง ชั้นวางหนังสือที่ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบตามเฉดสี แต่ความรู้สึกบางอย่างบอกเธอว่าห้องนี้ 'ผิดเพี้ยน' ไป แสงไฟในห้องดูสว่างจ้าผิดปกติ ราวกับว่ากำแพงทุกด้านกำลังบีบตัวเข้าหาเธอ ศิลายังคงนั่งนิ่ง เขายกมือขึ้นลูบปลายคางอย่างใช้ความคิด รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากทำให้รินรู้สึกเหมือนกำลังถูกงูพิษจ้องมอง "แล้วถ้าผมบอกว่า... ในความทรงจำของเธอ 'นกฟีนิกซ์' ตัวนั้นไม่เคยมีอยู่จริงล่ะ?" ศิลาเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่ทุกคำพูดเปรียบเสมือนเข็มที่ทิ่มแทงลงไปในความทรงจำของเธอ "เธอกำลังพยายามคว้าจับควันไฟที่เธอสร้างขึ้นเอง ริน... ยิ่งเธอฝืนดึงสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงให้กลายเป็นจริงมากเท่าไหร่ ตัวตนที่เธอเป็นอยู่ในตอนนี้ก็จะยิ่งเลือนหายไปมากเท่านั้นนะ" รินไม่ฟังสิ่งที่เขาพูด เธอพุ่งตัวไปที่ลิ้นชักโต๊ะของศิลาอย่างรวดเร็ว เธอจำได้ว่าเขาเก็บอะไรบางอย่างไว้ในนี้ สิ่งที่เขาพยายามซ่อนมันจากเธอมาตลอด *แกร๊ก!* ลิ้นชักล็อกอยู่ แต่ความโกรธเกรี้ยวบดบังความกลัว เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีกระชากดึงมันจนหลุดออกจากราง เสียงโลหะปะทะพื้นดังสนั่น สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่กล่องดนตรีอย่างที่เธอคาดหวัง แต่เป็นแฟ้มประวัติคนไข้ที่แปะชื่อหน้าแฟ้มว่า 'ริน' พร้อมตัวเลขกำกับที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เธอกางแฟ้มออก ภาพถ่ายใบหนึ่งร่วงหล่นลงมาบนพรม มันเป็นภาพถ่ายเก่าแก่ของเด็กหญิงสองคนในชุดกระโปรงสีขาว กำลังยืนหันหลังให้กล้อง โดยมีเงาของใครบางคนทอดยาวทับลงมาบนพื้นหญ้า เงานั้น... มันไม่ได้มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ แต่กลับมีลักษณะบิดเบี้ยวคล้ายกับบานกระจกที่แตกละเอียด "นี่มันอะไร..." รินพึมพำ มือไม้สั่นเทา เธอหยิบรูปภาพขึ้นมาดูให้ชัดขึ้น แล้วความเย็นเยียบก็แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง ในเงาบิดเบี้ยวนั้น... เธอเห็นใบหน้าของตัวเอง "เธอเจอแล้วสินะ" เสียงของศิลาดังขึ้นใกล้หูมาก จนรินสะดุ้งสุดตัว เขามายืนอยู่ข้างหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่? "ความจริงที่เธอพยายามลืม... ความจริงที่ว่า เธอไม่ใช่คนเดียวที่อาศัยอยู่ในร่างกายนี้ ริน" รินหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเขา เธอพยายามจะถอยหนี แต่หลังของเธอไปกระแทกเข้ากับบานกระจกเงาขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่หลังโต๊ะทำงาน แรงกระแทกทำให้กระจกสั่นไหว เกิดเสียงครางเครือเหมือนเสียงร้องไห้ของคนนับพัน "เธอหมายความว่ายังไง..." รินเค้นเสียงถาม ทั้งน้ำตาที่เริ่มคลอเบ้า "ใคร... ใครคือคนในกระจก?" ศิลาเดินเข้ามาใกล้จนลมหายใจของเขารดที่ข้างขมับ เขายื่นมือมาแตะที่กระจกเงาตรงจุดที่เงาของรินทาบทับอยู่ แล้วเขาก็ยิ้ม... ยิ้มที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา "ลองมองดูดีๆ สิคะริน... ไม่ใช่ในกระจกบานนี้ แต่เป็นใน 'ดวงตา' ของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้" รินมองไปที่ดวงตาของศิลา และสิ่งที่เธอเห็นในนั้นทำให้โลกรอบตัวเธอหยุดหมุน ในกระจกตาของเขา ไม่ได้สะท้อนภาพของเธอที่กำลังตื่นตระหนก... แต่กลับสะท้อนภาพของหญิงสาวอีกคนที่กำลังยืนยิ้มอย่างเยือกเย็น เธอคนนั้นสวมชุดสีดำสนิท และในมือของเธอคนนั้น... กำลังถือกล่องดนตรีนกฟีนิกซ์ที่รินเพิ่งตามหา วินาทีนั้นเอง เสียงเพลงจากกล่องดนตรีก็ดังขึ้น... ไม่ใช่ในห้องนี้ แต่ดังมาจาก 'ข้างใน' หัวของเธอเอง มันดังลั่นจนรินทรุดลงไปกองกับพื้น มือทั้งสองข้างกุมศีรษะแน่น ก่อนที่เงาสะท้อนในกระจกจะเริ่มขยับตัว... มันไม่ได้ขยับตามรอยริน แต่มันขยับด้วยตัวของมันเอง แล้วฝ่ามือของหญิงสาวในกระจกก็ทาบลงมาบนพื้นผิวกระจกจากด้านใน พร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นเยียบจนรินแทบขาดใจ "ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะคะ... ตัวฉัน" หวังว่าความลับในเงามืดนี้จะทำให้คุณตื่นเต้นจนหยุดอ่านไม่ได้นะคะ กระจกเงาต้องสาป
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%