"คุณกำลังพยายามจะบอกว่า ฉันไม่ได้มีตัวตนเดียวในโลกใบนี้ใช่ไหมคะ"
รินเอ่ยถามพลางกระชับมือที่กำแก้วชาอุ่นจนสั่นไหว รอยร้าวบนขอบแก้วเซรามิกเปรียบเสมือนรอยแยกในความคิดของเธอที่กำลังขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ เธอนั่งอยู่ตรงข้ามกับศิลาในห้องทำงานที่เงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นให้ใบหน้าของศิลาดูเหมือนหน้ากากที่ไร้อารมณ์
ศิลาไม่ตอบในทันที เขาวางปากกาหมึกซึมลงบนสมุดบันทึกหนังสีดำสนิท สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาราวกับเขากำลังมองทะลุผ่านผิวหนังเข้าไปสำรวจอวัยวะภายในของเธอ เขาลุกขึ้นเดินไปที่ตู้โชว์กระจกเงาบานเก่าแก่หลังห้อง นิ้วเรียวยาวลูบผ่านพื้นผิวเย็นเยียบนั้นแผ่วเบา
"โลกคู่ขนานไม่ใช่เรื่องของจินตนาการ แต่มันคือคณิตศาสตร์ที่บิดเบี้ยว ริน" ศิลาหันกลับมา แววตาของเขาไม่ได้มีความสงสารเจือปน มีเพียงความกระหายใคร่รู้ที่น่าสะพรึงกลัว "ลองจินตนาการว่าชีวิตคุณคือแผ่นเสียงที่ถูกบันทึกซ้ำซ้อนกันหลายเลเยอร์ ทุกครั้งที่คุณหลับตาและตื่นขึ้นมา คุณอาจไม่ได้อยู่ในรอยหยักเดิมของแผ่นเสียงนั้นอีกต่อไป"
"เพ้อเจ้อ" รินแค่นยิ้ม แต่หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะ "คุณเป็นหมอ คุณรู้ดีว่ามันคือความผิดปกติทางจิตที่เรียกว่าภาวะตัวตนแตกแยก (Dissociative Identity Disorder) ทำไมคุณถึงพยายามสร้างทฤษฎีไร้สาระมาหลอกล่อฉัน"
ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบ "ถ้าฉันบอกว่า ในวินาทีที่คุณกำลังหยิบแก้วชานี้ อีก 'คุณ' หนึ่งในอีกมิติหนึ่งเพิ่งจะทำมันแตกไปแล้ว คุณจะเชื่อไหม? ความทรงจำวัยเด็กที่หายไปของคุณไม่ใช่เพราะคุณลืม แต่มันถูก 'ดึง' ออกไปเพื่อประคองสมดุลของอีกตัวตนที่กำลังใช้ชีวิตแทนคุณอยู่"
เขาก้าวเข้ามาใกล้จนรินรู้สึกได้ถึงความเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ศิลาวางรูปถ่ายใบหนึ่งลงบนโต๊ะ ในนั้นเป็นภาพของริน... แต่เธอในภาพกำลังสวมชุดที่เธอไม่เคยมี กำลังยืนอยู่ในสถานที่ที่เธอไม่เคยไป ที่สำคัญที่สุดคือ 'ริน' ในภาพกำลังมองมาที่กล้องด้วยรอยยิ้มที่ดูอาฆาตมาดร้าย ต่างจากแววตาหวาดกลัวของรินในตอนนี้โดยสิ้นเชิง
"จำความรู้สึกตอนที่ก้นบุหรี่ในเขี่ยบุหรี่ขยับเองได้ไหม?" ศิลาถามเสียงต่ำ "หรือตอนที่คุณตื่นมาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมที่คุณไม่เคยใช้? นั่นไม่ใช่เรื่องของอาการป่วยริน แต่มันคือการ 'ซ้อนทับ' ของเงาที่คุณพยายามจะปฏิเสธ"
รินรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเบาบางลง เธอพยายามจะค้าน แต่ลำคอกลับตีบตัน ภาพจำแวบหนึ่งพุ่งเข้ามาในหัว—เสียงกระจกแตกละเอียดและเงาสะท้อนในกระจกที่ไม่ใช่เงาของเธอ แต่เป็นตัวเธอเองในชุดสีดำสนิทที่กำลังกระซิบคำสั่งบางอย่างในความมืด
"คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่" รินเค้นเสียงถาม มือที่กำแก้วเริ่มชื้นเหงื่อ
"ฉันไม่ได้ต้องการอะไร" ศิลาขยับเข้าไปใกล้จนแทบจะชิด "ฉันแค่กำลังรอ... รอวันที่ตัวตนที่สองของคุณจะแข็งแกร่งพอจนลบเลือนคุณออกไปจากโลกใบนี้อย่างสมบูรณ์ เพราะถึงตอนนั้น ความลับที่ถูกขังอยู่หลังกระจกบานที่เก้าก็จะถูกปลดล็อกเสียที"
ศิลาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจของเขาปะทะเข้ากับใบหูของเธอ "อย่าเพิ่งรีบตายเสียก่อนล่ะ ริน เพราะถ้าคุณแตกสลายไปตอนนี้... ใครจะเป็นคนคอยดูว่าอีกตัวตนหนึ่งที่รออยู่หลังเงาของคุณจะทำอะไรกับโลกใบนี้บ้าง"
รินผลักศิลาออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่ทว่า... เมื่อเธอหันกลับไปมองกระจกหลังห้อง ภาพที่ปรากฏในนั้นกลับทำให้เธอกรีดร้องไม่ออก ในกระจกบานนั้น ศิลาไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง เขากำลังโอบกอด 'ใครอีกคน' ที่มีใบหน้าเหมือนเธอทุกประการ และคนคนนั้นกำลังจดจ้องมองมาที่รินด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหิวกระหาย ก่อนที่เงาในกระจกจะยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเป็นเชิงให้เธอเงียบ... ขณะที่รินรู้สึกถึงสัมผัสเย็นเยียบของมือใครบางคนวางลงบนบ่าของเธอจากด้านหลัง ทั้งที่ในห้องนี้ควรจะมีเพียงเธอกับศิลาเท่านั้น!
กระจกเงาต้องสาปขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางค้นหาความจริงที่บิดเบี้ยวนี้ไปพร้อมกันนะคะ
เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า•ตอนที่ 11
ทฤษฎีโลกคู่ขนาน
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!