เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า•ตอนที่ 10

พิธีล้างกระจก

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นคาวสนิมของน้ำยาเช็ดกระจกฟุ้งกระจายอยู่ในห้องเล็กๆ ที่ปิดตาย รินยืนหอบหายใจถี่อยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง เธอไม่ได้กำลังส่องดูตัวเองเพื่อสำรวจความสวยงาม แต่เธอกำลังใช้มีดคัตเตอร์ขูดลอกฟิล์มสีเงินด้านหลังกระจกออกราวกับคนเสียสติ เศษสะเก็ดเงินร่วงกราวลงพื้นราวกับหยาดน้ำตาที่กลายเป็นของแข็ง "เลิกทำลายตัวตนของคุณด้วยวิธีนี้เสียทีเถอะ ริน... มันไม่ช่วยให้ความจำที่หายไปกลับมาหรอกค่ะ" เสียงนุ่มทุ้มทว่าเย็นเยียบดังขึ้นจากเงามืดมุมห้อง ศิลาไม่ได้ขยับตัวเข้ามาใกล้ เขาเพียงแค่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ สายตาของเขามองผ่านความมืดมายังแผ่นหลังที่สั่นเทาของหญิงสาวอย่างสมเพช รินชะงักมีดในมือ เธอไม่หันไปมอง แต่สายตาจดจ้องไปยังภาพสะท้อนในกระจกที่บิดเบี้ยว รอยขูดขีดที่เธอทำลงไปทำให้ภาพเงาของเธอในกระจกดูแตกสลายราวกับถูกหั่นเป็นชิ้นๆ "ถ้าฉันทำลายมันได้... ถ้าฉันเช็ดเอาความทรงจำที่แปดเปื้อนนี้ออกไปจากผิวแก้วได้ บางทีฉันอาจจะไม่ต้องเห็น 'คนนั้น' โผล่มาในกระจกอีก" "คนนั้นเหรอคะ?" ศิลายันตัวขึ้นช้าๆ เสียงรองเท้าหนังของเขากระทบพื้นไม้ดังก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง "หรือจริงๆ แล้วคุณกลัวว่าถ้าคุณเช็ดกระจกบานนี้จนใสสะอาดเกินไป สิ่งที่คุณจะเห็นไม่ใช่เงาสะท้อน แต่เป็น 'ตัวจริง' ที่คุณพยายามขังไว้ข้างในมาตลอดชีวิต" รินหมุนตัวกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำยาและเหงื่อ ดวงตาของเธอแดงก่ำ "คุณรู้ดีเกินไป ศิลา... คุณเป็นจิตแพทย์ หรือเป็นแค่คนเฝ้าคุกที่คอยดูนักโทษประหารดิ้นรนกันแน่" "ฉันเป็นผู้ช่วยชีวิตคุณไงคะ" เขาเดินเข้ามาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เจือกลิ่นอายของยาฆ่าเชื้อโชยเข้าจมูกริน "แต่คุณกำลังทำลายหลักฐานชิ้นสำคัญ การทำลายสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับอดีต มันคือการตอกย้ำว่าคุณรู้อยู่เต็มอกว่าอดีตนั้นมันเน่าเฟะแค่ไหน... รินคะ มองตาฉันสิ อย่ามองผ่านฉันไปที่กระจกนั่น" รินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก เธอรู้สึกเหมือนมีมดนับพันตัวไต่ยั้วเยี้ยอยู่ใต้ผิวหนัง ความทรงจำแวบหนึ่งแล่นผ่านเข้ามา—เด็กหญิงตัวน้อยในชุดขาว กำลังยืนร้องไห้อยู่หน้ากระจกเงาที่เต็มไปด้วยคราบเลือด และมีใครบางคน... ใครบางคนที่สวมหน้ากากแบบเดียวกับที่ศิลาชอบพกติดตัว "ฉันไม่ได้ทำลายหลักฐาน" รินสวนกลับ เสียงสั่นพร่าแต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น "ฉันกำลังทำพิธีล้างกระจก เพื่อให้มันเหลือเพียงความว่างเปล่า... เพื่อที่เมื่อฉันตื่นขึ้นมาในวันพรุ่งนี้ ฉันจะไม่เหลืออะไรให้ต้องกลัวอีก" "คุณเข้าใจผิดอย่างมหันต์" ศิลาใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมกริบของเขา "กระจกไม่ได้มีไว้สะท้อนภาพของโลกภายนอก แต่มันมีไว้สะท้อนสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังม่านตาของคุณ และคืนนี้... ก่อนที่คุณจะเช็ดมันจนหมดจด คุณควรจะดูให้ดีว่าใครกันแน่ที่กำลังยืนอยู่ข้างหลังคุณในกระจกบานนั้น" รินชะงักงัน ความเย็นวาบแล่นปราดจากสันหลังขึ้นสู่ต้นคอ เธอค่อยๆ เบนสายตาไปยังบานกระจกที่เธอเพิ่งขูดลอกออกไปครึ่งหนึ่ง เงาในกระจกไม่ได้มีเพียงเธอคนเดียวอีกต่อไป... ไม่ใช่เงาของศิลาที่ยืนอยู่ข้างกายเธอ แต่เป็นเงาของเด็กหญิงชุดขาวคนเดิมที่กำลังยืนประจันหน้ากับเธอจากอีกฟากหนึ่งของโลกคู่ขนาน มือเล็กๆ ของเด็กหญิงค่อยๆ ยกขึ้นแตะผิวกระจกจากด้านใน ในขณะที่รินเองก็รู้สึกว่าฝ่ามือของเธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ทะลุผ่านเนื้อแก้วออกมา ร่างในกระจกแสยะยิ้มกว้างจนเห็นถึงลำคอ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายรินแข็งค้าง "ขอบคุณที่ทำความสะอาดทางให้เรานะคะ... พี่สาว" รินเบิกตากว้างพร้อมกับที่ไฟในห้องทั้งห้องดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่เข้ากัดกินทุกสรรพสิ่ง ก่อนจะได้ยินเสียงกระจกแตกละเอียดดังสนั่นราวกับเสียงหัวใจที่แหลกสลายไปพร้อมกับความจริงที่เธอพยายามกักขังมาตลอดชีวิต กระจกเงาต้องสาปขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางค้นหาความจริงที่บิดเบี้ยวนี้ไปพร้อมกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%