เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า•ตอนที่ 9

การสูญหายของกาลเวลา

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
“คุณกำลังโกหก หรือจริงๆ แล้วคุณแค่จำไม่ได้กันแน่คะ ริน?” เสียงของศิลาดังแว่วผ่านความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องทำงานของเขา รินนั่งอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีเลือดนก มือของเธอสั่นระริกขณะกำกระดาษรายงานการแพทย์แผ่นบางไว้แน่น สายตาของเธอไม่ได้มองไปยังชายตรงหน้าที่สวมแว่นกรอบเงินคนนั้น แต่มองผ่านกระจกเงาบานใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนัง... ภาพสะท้อนของเธอในนั้นดูแปลกแยก เหมือนคนแปลกหน้าที่กำลังจ้องมองเธอด้วยความสมเพช รินสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของกระดาษเก่าและน้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศจนน่าอึดอัด เธอเงยหน้าขึ้น สบตากับศิลาที่กำลังหมุนปากกาในมือเล่นอย่างใจเย็น “สามชั่วโมงค่ะ” รินเอ่ยขึ้น เสียงของเธอแหบพร่า “ฉันจำได้ว่าเพิ่งมองนาฬิกาตอนที่ก้าวเข้ามาในโถงทางเดินของตึกนี้ มันเป็นเวลาสิบโมงตรง แต่ตอนนี้... คุณดูนาฬิกาของคุณสิคะ ศิลา มันคือบ่ายโมงแล้ว และฉัน... ฉันจำไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงสามชั่วโมงที่ผ่านมา” ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเศษแก้วกระทบกัน “กาลเวลาไม่ใช่เส้นตรงเสมอไปหรอกนะริน สำหรับคนที่มี ‘รอยร้าว’ ในจิตใจแบบคุณ บางครั้งนาฬิกาก็เดินช้าลง... หรือบางครั้ง มันก็แค่เลือกที่จะเว้นวรรคเพื่อปกป้องคุณจากความจริงที่น่าสะอิดสะเอียน” รินลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ล้มลงกระแทกพื้น เสียงดังสนั่นทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำเหมือนกลองรบ “อย่ามาใช้คำพูดหรูหราแบบจิตแพทย์ของคุณมากลบเกลื่อนเรื่องนี้! ฉันไม่ได้เว้นวรรค ฉันไม่ได้ลืม แต่ฉัน... ฉันรู้สึกเหมือนมีใครบางคนในตัวฉันเพิ่งตื่นขึ้นมา” เธอเดินไปที่หน้ากระจกเงาบานนั้น ยกมือขึ้นแตะพื้นผิวเย็นเฉียบ รอยนิ้วมือของเธอทิ้งคราบจางๆ ไว้บนกระจก แต่ในเงาสะท้อน รินเห็นบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจสะดุด—เงาของเธอในกระจกไม่ได้ทำตามที่เธอทำ มันยังคงยืนกอดอกนิ่งสนิทและส่งยิ้มที่บิดเบี้ยวมาให้ “คุณเห็นไหม?” รินกระซิบ เสียงสั่น “นั่นไม่ใช่ฉัน” ศิลาไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ เขายังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะ แต่สายตาของเขาจับจ้องไปยังกระจกบานนั้นด้วยความสนใจใคร่รู้ “คนไข้ที่มาหาผมมักจะกลัวสิ่งที่มองไม่เห็น แต่คุณริน... คุณกลับกลัวสิ่งที่ปรากฏชัดอยู่ตรงหน้าที่สุด คุณแน่ใจเหรอว่าที่หายไปสามชั่วโมงนั่น คุณไม่ได้เป็นคน ‘ทำ’ อะไรบางอย่างทิ้งไว้ข้างหลัง?” รินหันขวับกลับมา ลมหายใจหอบถี่ “ฉันทำอะไร?” ศิลาไม่ตอบ เขาก้มลงหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิด ก่อนจะเลื่อนรูปถ่ายหนึ่งใบมาให้เธอดู รินก้มลงมองภาพนั้นแล้วแทบหยุดหายใจ ในภาพคือรูปถ่ายจากกล้องวงจรปิดของตึกนี้ เธอเห็นตัวเองเดินออกจากห้องทำงานของศิลาเมื่อตอนสิบโมงสิบห้านาที แต่เธอกำลังถือมีดผ่าตัดเล่มหนึ่งอยู่ในมือ และสิ่งที่น่าขนลุกที่สุดคือ... เสื้อเชิ้ตสีขาวของเธอในภาพนั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสีแดงเข้ม “คุณบอกว่าคุณเพิ่งมาถึง แต่ภาพนี้ถูกบันทึกไว้ในตอนที่คุณบอกว่าคุณ ‘ยังไม่ได้เข้ามา’” ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนกำลังอ่านรายงานสภาพอากาศ “รินคะ... คุณกำลังซ่อนอะไรไว้ใต้รอยยิ้มที่ดูหวาดกลัวนั่นกันแน่?” รินเซถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะกับกระจกเย็นเยียบ ความรู้สึกประหลาดเริ่มแล่นปราดไปทั่วร่าง เหมือนมีไฟฟ้าสถิตวิ่งผ่านกระดูกสันหลัง เธอไม่ได้รู้สึกเหมือนคนเพิ่งตื่น แต่รู้สึกเหมือนคนเพิ่งจะ ‘ถูกขัง’ ไว้ในกรงที่ตัวเองสร้างขึ้น เธอหันไปมองในกระจกอีกครั้ง คราวนี้เงาในกระจกค่อยๆ เอื้อมมือมาแตะหลังศีรษะของเธอจากด้านใน นิ้วมือเย็นเยียบนั้นเหมือนจะทะลุผ่านออกมาจากเนื้อแก้ว “ฉัน... ฉันไม่ได้ทำ” รินพึมพำ แต่เสียงของเธอสั่นจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ศิลายืนขึ้นเต็มความสูง เขาขยับแว่นสายตาขณะก้าวเข้ามาใกล้รินช้าๆ เหมือนนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม “ความจริงเป็นสิ่งที่น่าเจ็บปวดนะคะริน โดยเฉพาะเมื่อคุณค้นพบว่า ‘เงา’ ที่คุณพยายามจะปฏิเสธมาตลอดชีวิต แท้จริงแล้วคือตัวตนที่แท้จริงที่กำลังจะกลืนกินคุณ... ดูที่กระเป๋าเสื้อโค้ทของคุณสิคะ ว่ามีอะไรซ่อนอยู่” ด้วยความมึนงงและสัญชาตญาณที่สั่นคลอน รินสอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทที่เธอสวมมาตั้งแต่วันนั้น นิ้วของเธอสัมผัสกับวัตถุโลหะที่เย็นเยียบและคมกริบ เธอค่อยๆ ดึงมันออกมา... มันคือพวงกุญแจที่มีโลหะรูปตัวเลข ‘9’ สลักอยู่ พร้อมกับเศษกระดาษที่เปียกชื้นด้วยคราบสีแดงเข้มที่ยังไม่แห้งสนิท บนกระดาษใบนั้น มีลายมือของเธอเองเขียนไว้ด้วยหมึกสีดำสนิท... *‘อย่าเชื่อใจคนที่นั่งอยู่ข้างหลังกระจกบานที่เก้า เพราะนั่นไม่ใช่ศิลา... และเขาก็ไม่ใช่คน’* รินเงยหน้าขึ้นมองศิลาอีกครั้ง แต่ทว่าภาพตรงหน้ากลับบิดเบี้ยว ใบหน้าของศิลาเริ่มหลอมละลายเหมือนเทียนไขที่โดนความร้อน ดวงตาของเขากลายเป็นหลุมดำสนิทที่ไม่มีที่สิ้นสุด ขณะที่เสียงของเขากระซิบก้องอยู่ในหัวของเธออย่างชัดเจนราวกับอยู่อีกมิติหนึ่ง “ในที่สุดคุณก็รู้ตัวเสียที... แต่ก็น่าเสียดายนะคะ เพราะคุณไม่มีทางออกไปจากห้องนี้ได้แล้ว ตั้งแต่ก้าวแรกที่คุณเหยียบเข้ามาในบันทึกของกระจกบานที่เก้านี้” รินหันไปมองประตูห้องทำงาน แต่มันกลับหายไปแล้ว เหลือเพียงผนังกำแพงที่ว่างเปล่าและกระจกเงาบานยักษ์ที่ทอดยาวไปทั่วทั้งห้อง เงาในกระจกขยับยิ้มกว้างจนถึงใบหู ก่อนจะยื่นมือออกมาคว้าลำคอของรินและกระชากร่างของเธอให้จมหายเข้าไปในเนื้อแก้ว! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดและปมปริศนาที่ซ้อนเร้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%