เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า•ตอนที่ 8

คำเตือนบนกระดาษ

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
“อย่าพยายามรื้อฟื้นสิ่งที่คนตายเลือกจะฝังไว้เลยริน... เพราะบางครั้ง สิ่งที่รอนอนรออยู่ใต้หลุมศพเหล่านั้น มันไม่ได้อยากให้ใครไปรบกวน” เสียงของศิลาดังลอดผ่านความเงียบงันในห้องทำงานที่อบอวลด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ เขานั่งอยู่หลังโต๊ะไม้โอ๊กตัวเข้ม แววตาของเขาไม่ได้สะท้อนความห่วงใยตามบทบาทจิตแพทย์ แต่มีบางอย่างที่ดิบเถื่อนกว่านั้นฉายวาบออกมา รินไม่ได้ตอบโต้ เธอเพียงแค่กำกระดาษแผ่นหนึ่งในมือแน่นจนปลายนิ้วซีดเผือด จดหมายแผ่นนี้ไม่ได้ถูกพบในห้องนอนของเธอ หรือในสมุดบันทึกที่เธอล็อคไว้อย่างดี แต่มันถูกสอดอยู่ในช่องระบายอากาศของห้องเก็บศพร้างใต้โรงพยาบาลเก่าที่เธอเพิ่งจะก้าวเท้าเข้าไปสำรวจเป็นครั้งแรกเมื่อชั่วโมงก่อน และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า คือลายมือที่ปรากฏบนกระดาษ—มันคือลายมือของเธอเอง *‘อย่าเชื่อชายที่นั่งตรงหน้าเจ้า เขาไม่ใช่หมอ แต่เขาคือคนที่พรากตัวตนที่เก้าไปจากเจ้า’* “คุณมือสั่นนะ” ศิลาขยับตัวโน้มมาข้างหน้า แสงไฟสลัวจากโคมไฟบนโต๊ะทำให้อีกครึ่งใบหน้าของเขาจมดิ่งลงไปในความมืด “คุณไปเจออะไรมาถึงได้ดูตื่นตระหนกขนาดนั้น หรือว่าความจำบางส่วนที่หายไปกำลังพยายามกัดกินสมองคุณอยู่?” รินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามบังคับกล้ามเนื้อใบหน้าไม่ให้กระตุก เธอรู้ดีว่าหากเผยความอ่อนแอออกไปตอนนี้ ศิลาจะกลายเป็นผู้ล่าทันที “ฉันแค่... ฝันร้ายค่ะ” รินโกหก เสียงของเธอราบเรียบจนน่าประหลาดใจ “ฝันว่ามีคนเขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ แล้วบอกว่าความจริงทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก” ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนใบมีดบาดลงบนผ้าไหม “ความจริงเหรอ? คุณริน ความจริงของมนุษย์มันก็เหมือนภาพสะท้อนในกระจกนั่นแหละ คุณเห็นเงาตัวเองในกระจกบานที่หนึ่ง แล้วคุณมั่นใจได้ยังไงว่านั่นคือตัวคุณจริงๆ ไม่ใช่แค่ภาพลวงตาที่ใครบางคนสร้างขึ้นให้คุณเชื่อ?” รินก้มมองจดหมายในมืออีกครั้ง บรรทัดสุดท้ายที่เขียนด้วยน้ำหมึกสีเข้มนั้นทำให้นัยน์ตาของเธอสั่นระริก *‘ถ้าอยากรู้ว่าศพในกระจกบานที่เก้าคือใคร ให้กลับไปที่บ้านไม้ท้ายสวนในคืนพระจันทร์ดับ’* บ้านไม้ท้ายสวน... สถานที่ที่ศิลาเคยบอกว่ามันถูกไฟไหม้จนไม่เหลือซากไปตั้งแต่สิบปีที่แล้ว “ฉันอยากกลับแล้วค่ะ” รินเอ่ยขึ้นพลางลุกขึ้นยืน มือของเธอสั่นเทาจนต้องซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทเพื่อปิดบัง “วันนี้เซสชันของเราคงพอแค่นี้” “ได้สิ” ศิลาลุกขึ้นตาม เขาก้าวเดินอ้อมโต๊ะมาหาเธออย่างเชื่องช้า แต่ละย่างก้าวดูมั่นคงและทรงอำนาจจนรินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกต้อนให้จนมุม “แต่จำไว้นะริน จดหมายที่เขียนด้วยลายมือตัวเองน่ะ... บางทีมันอาจไม่ใช่คำเตือน แต่มันคือคำสั่งของตัวคุณเองที่กำลังจะทำลายคุณ” รินรีบสาวเท้าเดินออกจากห้องนั้นโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมอง ทันทีที่ประตูไม้บานหนักปิดลง เธอก็ทรุดตัวลงพิงผนังทางเดิน หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เธอหยิบจดหมายแผ่นนั้นออกมาอ่านซ้ำอีกครั้ง แต่คราวนี้... ข้อความข้างใต้เปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยเขียนว่า *‘ให้กลับไปที่บ้านไม้ท้ายสวนในคืนพระจันทร์ดับ’* บัดนี้ตัวอักษรเหล่านั้นกลับบิดเบี้ยวและเปลี่ยนรูปร่างไปต่อหน้าต่อตาเธอ *‘มันไม่ได้อยู่หลังกระจก แต่มันอยู่ในเงาของคุณนั่นแหละ ริน’* ความหนาวเหน็บแล่นปราดจากกระดูกสันหลังสู่ปลายนิ้ว รินรีบหันไปมองเงามืดบนพื้นทางเดินภายใต้แสงไฟนีออนที่กะพริบถี่ๆ เงาของเธอไม่ได้ขยับตามท่าทางที่เธอทำ มันกลับยืนนิ่ง... ในขณะที่เธอเผลอขยับมือ ทันใดนั้น แสงไฟบนเพดานก็ดับพรึบลงทั้งโถงทางเดิน เหลือเพียงความมืดมิดที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง ก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงกระซิบเบาหวิวจากความว่างเปล่าข้างใบหู "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ริน" รินแทบหยุดหายใจ เมื่อความรู้สึกเย็นเยียบเหมือนนิ้วมือใครบางคนแตะลงบนต้นคอของเธอเบาๆ เธอค่อยๆ ก้มลงมองพื้นอีกครั้ง ทว่าในความมืดที่ไร้แสงสว่างนั้น เธอเห็นเงาของตัวเองกำลังยกมือขึ้น... ไม่ใช่เพื่อลูบคอตัวเอง แต่เพื่อขยับนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากเป็นเชิงให้เงียบเสียง ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%