เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า•ตอนที่ 17

การตามหาความเชื่อมั่น

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
"คุณหมอศิลาไม่ได้บอกคุณรินหรือคะ ว่าอาการประสาทหลอนจากการถูกสะกดจิตตัวเองมักจะสร้าง 'เหตุการณ์สมมติ' ขึ้นมาเพื่อปกป้องบาดแผลในใจ?" ร้อยตำรวจเอกวิชัยวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงกระแทกของมันดังก้องไปทั่วห้องสอบสวนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นและควันบุหรี่จางๆ เขามองรินด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพชปนเหนื่อยหน่าย—มันไม่ใช่สายตาของเจ้าหน้าที่ที่พร้อมจะช่วยเหลือ แต่เป็นสายตาที่มองหญิงสาวตรงหน้าเป็นเพียง 'ผู้ป่วยทางจิต' ที่กำลังสร้างเรื่องวุ่นวาย รินกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อฝ่ามือ ความเย็นเยียบจากเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงเกาะกินกระดูกสันหลัง เธอเห็นมัน... เงาร่างที่ก้าวออกจากกระจกเงาบานที่เก้า ร่างที่มีใบหน้าและแววตาเหมือนเธอทุกประการ แต่ทว่าในดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ "มันไม่ใช่ภาพหลอนค่ะผู้กอง" รินเอ่ยเสียงเรียบ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก "รอยนิ้วมือบนกระจก... รอยที่เปื้อนคราบเลือดสีจางๆ นั่นไม่ใช่เรื่องที่ฉันนึกคิดไปเอง คุณส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่ห้องพักฉันหรือยังคะ?" วิชัยถอนหายใจยาวพลางเอนหลังพิงเก้าอี้ เขาหยิบปากกาลูกลื่นขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ "เราไปมาแล้วค่ะคุณริน ไม่ใช่แค่ผม แต่เป็นทีมพิสูจน์หลักฐานทั้งชุด พวกเขาไม่พบรอยนิ้วมืออื่นนอกจากของคุณ ไม่พบรอยเลือด ไม่พบความผิดปกติใดๆ ทั้งสิ้น... อ้อ จะมีก็แต่รายงานการจ่ายยาของคลินิกด็อกเตอร์ศิลาที่ระบุว่า คุณรินเพิ่งเปลี่ยนขนานยาเมื่อสามวันก่อน" เขายื่นเอกสารใบหนึ่งให้เธอ มันคือบันทึกความจำของผู้ป่วยที่เขียนด้วยลายมือของเธอเอง แต่น่าประหลาดใจ... ข้อความเหล่านั้นไม่ใช่อะไรที่เธอเคยเขียน *‘ข้าพเจ้า ริน กำลังพยายามจะสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมา เพราะตัวตนเก่าข้าพเจ้าได้ตายไปแล้วหลังกระจกบานนั้น’* รินเบิกตากว้าง มือที่หยิบกระดาษสั่นเทาจนแทบประคองไม่อยู่ "นี่ไม่ใช่ลายมือฉัน... มีคนปลอมแปลงมัน ศิลา... เขาต้องเป็นคนทำ!" "คุณรินคะ" น้ำเสียงของวิชัยเปลี่ยนเป็นเข้มงวดและเย็นชา "เรามาที่นี่เพื่อสืบคดีการหายตัวไปของคนในละแวกนี้ ไม่ใช่มานั่งฟังนิทานเรื่องผีในกระจก หากคุณยังไม่มีหลักฐานที่เป็นชิ้นเป็นอันมากกว่าการกล่าวหาจิตแพทย์ที่เคารพนับถือของตัวเอง ฉันคงต้องขอให้คุณกลับไปพักผ่อน และหวังว่าครั้งหน้าเราคงไม่ได้พบกันในฐานะผู้ต้องหาคดีก่อความไม่สงบนะคะ" รินลุกขึ้นยืนด้วยความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เธอเดินโซเซออกจากสถานีตำรวจท่ามกลางสายตาของเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ที่มองมาด้วยความเวทนา คำพูดของศิลาที่เคยพร่ำสอนวนเวียนอยู่ในหัวราวกับบทสวดสาปแช่ง *‘ริน... ความเชื่อมั่นเป็นของฟุ่มเฟือยสำหรับคนที่สูญเสียความจำไปครึ่งค่อนชีวิต จำไว้เถิดว่าเมื่อโลกภายนอกไม่เชื่อคุณ ก็มีเพียงกระจกเท่านั้นที่จะบอกความจริง’* เธอตัดสินใจมุ่งหน้ากลับไปยังอพาร์ทเม้นท์ ไม่ใช่เพื่อพักผ่อนอย่างที่ผู้กองแนะนำ แต่เพื่อเผชิญหน้ากับต้นตอของความบ้าคลั่งนี้ เมื่อเปิดประตูห้องพัก กลิ่นไอของความชื้นก็ต้อนรับเธอเช่นเคย รินก้าวเข้าไปอย่างระมัดระวัง ทุกอย่างดูปกติ... ปกติจนน่ากลัว เธอเดินตรงไปยังกระจกบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่มุมห้อง รินจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก มันคือหญิงสาวผมยาวที่ดูอิดโรยและหวาดกลัว แต่ในจังหวะที่เธอเผลอกะพริบตา เงาสะท้อนในกระจกกลับไม่ได้กะพริบตาม! ร่างนั้น... เงาที่ควรจะเป็นเธอในกระจก กำลังฉีกยิ้มกว้างจนเห็นถึงโคนฟัน ก่อนจะยกนิ้วขึ้นแตะที่ริมฝีปากเป็นเชิงบอกให้เงียบเสียง หัวใจของรินหยุดเต้นไปชั่วขณะ เธอพยายามถอยหลัง แต่ขาของเธอกลับเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ กระจกเริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นตรงกลาง ก่อนที่รอยร้าวนั้นจะค่อยๆ ลุกลามเหมือนใยแมงมุมที่กำลังขยายอาณาเขต "เธอมันก็แค่ภาพลวงตา..." รินเค้นเสียงผ่านลำคอ "ไม่หรอกริน..." เสียงที่ตอบกลับมาไม่ใช่เสียงจากภายนอก แต่เป็นเสียงที่ดังก้องอยู่ภายในสมองของเธอเอง มันเป็นเสียงของเธอ... เสียงที่แหบพร่าและเปี่ยมด้วยความอาฆาต "ฉันคือตัวตนที่เธอพยายามลบมันทิ้งไปในวัยเด็ก... และตอนนี้ ถึงเวลาแล้วที่เราจะสลับที่กัน" มือที่ซีดเผือดเหมือนศพค่อยๆ ยื่นออกมาจากพื้นผิวของกระจกที่บิดเบี้ยว มันคว้าเข้าที่ลำคอของรินอย่างรวดเร็วและรุนแรง รินพยายามกรีดร้อง แต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา มือข้างนั้นบีบแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนลมหายใจของเธอเริ่มขาดห้วง ในขณะที่เธอกำลังจะสิ้นสติ เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นอย่างรัวและหนักหน่วง "ริน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ผมรู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่!" เสียงของศิลา... เขามาที่นี่ทำไมในเวลานี้? รินพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายหันไปมองที่ประตู แต่ในจังหวะที่ประตูถูกพังเข้ามาโดยชายหนุ่มร่างสูงผู้สวมแว่นตากรอบเงิน เธอกลับเห็นศิลายืนมองมาที่เธอด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย... และในมือของเขา เขากำลังถือแผ่นกระจกบานเล็กๆ ที่มีรอยเลือดเปื้อนอยู่ตรงมุม ศิลาไม่ได้มองที่เธอ เขามองไปที่เงาในกระจกที่กำลังพันธนาการเธออยู่ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบว่า "ดูเหมือนว่า... คราวนี้ตัวตนที่สองของคุณจะตื่นขึ้นมาได้สมบูรณ์เกินไปหน่อยนะริน สงสัยผมคงต้องเริ่มกระบวนการลบคุณทิ้ง... แบบถาวรเสียแล้ว" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่เงาซ้อนเร้นไปพร้อมกับรินนะคะ หวังว่าตอนถัดไปเราจะยังได้พบกันในอีกด้านหนึ่งของกระจกค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%