เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า•ตอนที่ 33

ความโดดเดี่ยวของความจริง

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
"คุณกำลังจะบอกว่า... รอยเลือดบนเสื้อตัวนั้นเป็นเพียงสีน้ำมันที่ฉันเพ้อฝันขึ้นมาเองอย่างนั้นหรือคะ ศิลา?" รินกระแทกแก้วน้ำเปล่าลงบนโต๊ะไม้โอ๊กจนเกิดเสียงดังสนั่น น้ำที่กระฉอกออกมาเกาะตัวกันเป็นหยดใสราวกับน้ำตาของความจริงที่พยายามจะปริแตกออก ศิลาไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม มือเรียวยาวประสานกันไว้เหนือตัก ดวงตาคู่คมจ้องมองรินผ่านแว่นกรอบบาง ราวกับกำลังประเมินสัตว์ที่ใกล้จะขาดใจตายในกรงขังที่เขาสร้างขึ้นมาเอง "รินคะ การมองเห็นภาพหลอนที่รุนแรงถึงขั้นเห็นใบหน้าตัวเองเปื้อนเลือด... นั่นเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าสมองของคุณกำลังพยายามทำลายตัวเองเพื่อหนีความจริงบางอย่างที่รับไม่ได้" ศิลาตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเยือกเย็นราวกับเข็มพิษที่ค่อยๆ แทรกซึมเข้าสู่ผิวหนัง "มันไม่ใช่ภาพหลอน!" รินตวาด เสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงด้วยความโกรธจัด "ฉันเห็นมัน! มีดเล่มนั้น... รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวของฉันอีกคน มันชัดเจนเสียยิ่งกว่าใบหน้าของคุณในตอนนี้เสียอีก!" ศิลาถอนหายใจยาว แววตาสมเพชเวทนาของเขาทำให้รินรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นคนบ้าที่ไร้สิทธิ์มีเสียงในสังคม เขาหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมา เปิดหน้าที่มีภาพวาดสีน้ำที่ดูไร้ระเบียบออกมา แล้วดันมันไปตรงหน้าเธอ "ดูนี่สิคะ... นี่คือสิ่งที่คุณวาดไว้ตอนบ่ายโมงที่ผ่านมา ตอนที่คุณอ้างว่ากำลังนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ อยู่ในห้องรับแขก" รินก้มมองภาพวาดนั้น หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ในกระดาษแผ่นนั้นไม่มีอะไรเลย... นอกจากเส้นขีดเขียนสีแดงฉานที่พันกันยุ่งเหยิงคล้ายกับเส้นเลือดที่กำลังสูบฉีดด้วยความคลุ้มคลั่ง มันไม่ใช่รูปใบหน้า ไม่ใช่รูปมีด แต่มันดูเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังแหกอกออกมาจากความว่างเปล่า "ฉันไม่ได้วาด..." เธอพึมพำ มือที่กุมแก้วน้ำสั่นเทาจนแก้วสั่นกระทบโต๊ะ "นี่ไม่ใช่ฝีมือฉัน ศิลา คุณแกล้งฉันใช่ไหม? คุณพยายามจะปั่นหัวให้ฉันกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือน เพื่อจะได้ปกปิดเรื่องที่คุณกำลังซ่อนอยู่หลังกระจกบานนั้น!" ศิลาขยับตัวเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาของเขาฉายแวววูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งเหมือนทะเลสาบที่ไร้แรงลม "กระจกบานไหนหรือคะ? ในห้องนี้มีแค่กระจกเงาบานเดียวที่ติดอยู่บนผนัง และถ้าคุณลองมองเข้าไปตอนนี้ คุณจะเห็นแค่ผู้หญิงที่กำลังหวาดระแวงจนน่าสงสาร... ไม่มีใครอื่น ไม่มี 'ฉัน' อีกคนที่คุณอ้างถึง" รินรีบหันไปมองกระจกเงาบานใหญ่ที่แขวนอยู่หลังเก้าอี้ของศิลา ทันทีที่สายตาประสานกับภาพสะท้อน เธอพบเพียงตัวเอง—ใบหน้าที่ซีดเผือด ผมเผ้าที่ยุ่งเหยิง และดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ไม่มีรอยเลือด ไม่มีมีด ไม่มีเงาซ้อนเร้น... มีเพียงความโดดเดี่ยวของความจริงที่ตอกย้ำว่าเธอช่างดูแตกสลายในสายตาของคนอื่น "ถ้าฉันบ้า... ถ้าทั้งหมดนี้คือเรื่องที่ฉันสร้างขึ้น แล้วทำไมรอยกรีดที่ข้อมือของคุณถึงยังมีอยู่ล่ะคะ?" รินถามขึ้นพลางชี้ไปยังแขนเสื้อของศิลา ที่นั่นมีรอยฉีกขาดเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะถูกของมีคมบาด ศิลานิ่งงันไปครู่หนึ่ง เขายกแขนขึ้นมองรอยขาดนั้นด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "มันเป็นอุบัติเหตุตอนที่ฉันหยิบอุปกรณ์การแพทย์เมื่อเช้านี้ค่ะ ริน... คุณกำลังพยายามเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกันเพียงเพื่อจะบอกว่าโลกของคุณมีตัวตนที่สองงั้นหรือคะ? เลิกเถอะค่ะ ความจริงมันไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้นหรอก มันมีแค่ตัวคุณที่พังทลายกับความพยายามที่ไร้ผลของฉันที่จะฉุดคุณขึ้นมา" รินรู้สึกได้ว่าอากาศในห้องนี้กำลังเบาบางลง เธอหายใจไม่ออก ราวกับถูกใครบางคนบีบคอจากด้านหลัง ความโดดเดี่ยวเกาะกุมหัวใจจนเย็นเยียบ ไม่มีใครเชื่อเธอ ไม่มีหลักฐานใดๆ ที่จะยืนยันว่าเธอไม่ได้สูญเสียความเป็นตัวเองไปแล้วจริงๆ "คุณโกหก" เธอเค้นเสียงออกมาแทบไม่เป็นคำ "คุณกลัว... คุณกลัวว่าถ้าวันหนึ่งฉันจำความจริงเรื่อง 'กระจกบานที่เก้า' ได้ ทุกอย่างที่คุณสร้างขึ้นมาจะพังลง" ศิลายืนขึ้นเต็มความสูง เขาเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ เงาของเขาทาบทับร่างของรินจนมืดมิด เขาโน้มตัวลงมาจนใบหน้าเกือบชิดกับใบหูของเธอ กลิ่นน้ำหอมเจือจางของยาฆ่าเชื้อที่ลอยออกมาจากตัวเขานั้นช่างน่าสะอิดสะเอียน "รินคะ... ความจริงน่ะหรือคะ?" เขาซุบซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงนั้นสั่นไหวด้วยความยินดีที่ปิดไม่มิด "งั้นลองมองดูที่มุมห้องดีๆ สิคะ ดูที่ใต้พรมตรงที่คุณยืนอยู่... ดูสิว่า 'ความจริง' ที่คุณตามหา มันเพิ่งจะมอบของขวัญอะไรให้คุณ" รินก้มลงมองตามคำบอกของเขา หัวใจของเธอหยุดเต้นไปชั่วขณะ ภายใต้พรมที่เผยอขึ้นเพียงเล็กน้อย มีคราบเลือดสีแดงสดหยดลงเป็นสายยาวที่ยังไม่แห้งสนิท ไหลออกมาจากใต้ฝ่าเท้าของเธอเอง—ไม่ใช่จากที่อื่น แต่ไหลออกมาจากรองเท้าของเธอที่เปื้อนเลือดสดๆ ที่เธอไม่เคยรู้สึกตัวเลยว่ามันติดอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่! และเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองกระจกบานนั้นอีกครั้ง ภาพสะท้อนในกระจกไม่ได้ทำตามท่าทางของเธอ เธอเห็นตัวเองในกระจกกำลังยืนกอดอก มองดูเธอด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบพลางขยับริมฝีปากเป็นคำพูดที่ไร้เสียงว่า... 'ถึงเวลาที่ต้องสลับตัวกันแล้ว' กระจกเงาต้องสาปขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความจริงเริ่มกัดกินหัวใจคนอ่านไปพร้อมกับรินนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%