เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า•ตอนที่ 34

พันธนาการจากอดีต

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
"ถอยออกไปจากกระจกเดี๋ยวนี้ ริน" เสียงของศิลาดังขึ้นเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เขาไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ แต่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องลับที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในอากาศ รินไม่ได้หันไปมอง เธอถูกตรึงไว้กับภาพตรงหน้า—เงาสะท้อนของเธอในกระจกบานที่เก้าไม่ได้เลียนแบบท่าทางของเธออีกต่อไป มันกอดอก ยิ้มเยาะ และปากที่ขยับไร้เสียงคำนั้นยังคงก้องสะท้อนอยู่ในมโนภาพของเธอ *‘ถึงเวลาที่ต้องสลับตัวกันแล้ว’* "คุณเห็นมันไหม ศิลา?" รินถาม เสียงของเธอสั่นพร่าแต่แฝงไว้ด้วยความดื้อรั้น เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเงาในกระจกที่ดูจะมืดดำและว่างเปล่ากว่าความเป็นจริง "เงาที่ยืนอยู่ตรงนั้น... มันไม่ใช่ฉัน แต่มันกำลังบอกว่ามันคือ 'ตัวจริง' ของฉัน" ศิลาขยับตัวก้าวเข้ามาในห้อง เสียงฝีเท้าของเขาหนักแน่น มั่นคง ต่างจากเสียงหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองรบของริน เขายืนซ้อนหลังเธอ แต่ไม่ได้มองกระจก เขามองเพียงรินผ่านเงาสะท้อนของแก้วที่ร้าวราน "คุณไม่ได้กำลังเห็น 'ตัวตนที่สอง' หรอกริน สิ่งที่คุณกำลังเผชิญหน้าอยู่ คือความทรงจำที่เน่าเฟะที่คุณพยายามฝังกลบมันลงในหลุมศพวัยเด็กต่างหาก" รินหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ใบหน้าของเขาในแสงสลัวดูเย็นชาอย่างน่าประหลาด "อย่ามาใช้จิตวิทยาตื้นๆ กับฉันนะ คุณบอกว่าคุณเป็นหมอ แต่ทุกครั้งที่ฉันเข้าใกล้ความจริง คุณมักจะดึงฉันกลับลงไปในหลุมดำเสมอ" ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "หมอหรือ? ผมอาจจะเป็นอะไรก็ได้ที่คุณอยากให้เป็น แต่จำไว้เถอะว่าคนที่เคยโยนเด็กหญิงคนหนึ่งลงในกองเพลิงเพียงเพื่อจะดูว่าเธอยังมีชีวิตรอดหรือไม่... คนนั้นไม่ได้ต้องการหมอ แต่ต้องการผู้สมรู้ร่วมคิด" คำพูดนั้นเปรียบเสมือนเข็มหมุดที่ทิ่มแทงลงไปในรอยแยกของความทรงจำ รินรู้สึกเหมือนถูกกระชากลงสู่ห้วงเหว ภาพเหตุการณ์เรือนกระจกไม้เก่าๆ ที่ลุกโชนด้วยเปลวไฟแวบเข้ามาในหัว กลิ่นไหม้ของเนื้อไม้ผสมกับกลิ่นไหม้ของเส้นผม ความเจ็บปวดที่ฝ่าเท้า และเสียงหัวเราะที่ดังแว่วมาจากมุมมืดของสวน "นั่นไม่ใช่ฉัน..." รินพึมพำ มือสองข้างยกขึ้นกุมขมับ "ฉันไม่ได้เป็นคนทำ" "งั้นหรือ?" ศิลาสาวเท้าเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดน้อยลงจนน่าอึดอัด เขายื่นมือออกไปสัมผัสกระจกที่รินพึ่งจากมา นิ้วเรียวยาวของเขาแตะเบาๆ บนผิวแก้วเย็นเยียบ "ถ้าไม่ใช่คุณ แล้วใครคือคนที่ถือไม้ขีดไฟในคืนนั้น? ใครคือคนที่มองดูเถ้าถ่านเหล่านั้นด้วยสายตาว่างเปล่า? ความทรงจำของคุณอาจจะหายไป แต่เงาในกระจกบานนี้... มันบันทึกทุกรายละเอียดไว้หมดแล้ว" รินรู้สึกว่าอากาศในห้องเริ่มเบาบางลง เธอหอบหายใจถี่ ร่างกายสั่นสะท้าน ภาพในกระจกไม่ได้กอดอกอีกต่อไป แต่มันเริ่มเอามือทาบกระจกจากอีกฝั่งหนึ่ง ฝ่ามือสีซีดของมันค่อยๆ กดทับลงบนฝ่ามือของศิลาที่ทาบอยู่ก่อนแล้ว ราวกับทั้งคู่กำลังตกลงอะไรบางอย่างกัน "คุณรู้เรื่องนี้มาตลอด..." รินพ่นลมหายใจออกมาอย่างขมขื่น "คุณไม่ใช่คนที่พยายามรักษาฉัน แต่คุณคือคนที่กำลังป้อนความผิดบาปให้ฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้ตัวฉันที่อ่อนแอพังทลายลง แล้วตัวตนที่ซ่อนอยู่ข้างหลังนั่นจะได้ผงาดขึ้นมาแทนที่" ศิลาหันกลับมามองเธอ ดวงตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีสีน้ำตาลเข้มที่ดูอบอุ่นอีกต่อไป แต่มันกลับมืดมิดและไร้ประกาย ราวกับกระจกที่สะท้อนความตายออกมา "ถ้าคุณจำได้ว่าคุณคือใครจริงๆ ริน... คุณจะรู้ว่าคุณไม่เคยต้องการการรักษา คุณแค่ต้องการ 'การปลดปล่อย'" ทันใดนั้น เสียงกระจกแตกร้าวก็ดังสนั่นไปทั่วห้อง เศษแก้วชิ้นหนึ่งร่วงลงสู่พื้น แต่ที่น่าขนลุกคือรอยแตกบนกระจกไม่ได้เกิดขึ้นจากภายนอก แต่มันมีรอยนิ้วมือโผล่ทะลุออกมาจากฝั่งนั้น! เลือดสีแดงสดซึมไหลออกมาจากรอยร้าว กระเด็นเปื้อนบนเสื้อคลุมของศิลา แต่เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะตกใจ เขายังคงยิ้มให้เธอ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้รินรู้ตัวว่าเธอกำลังตกอยู่ในกับดักที่ไม่มีทางหนีพ้น "มองดูสิริน" ศิลาจูงมือเธอให้เข้าไปใกล้กระจกที่บิดเบี้ยวจนใบหน้าของเธอในเงาสะท้อนนั้นดูหลอมละลาย "อีกฝั่งหนึ่งไม่ได้มีแค่ความทรงจำ แต่มันมี 'คุณ' อีกคนที่กำลังรอคอยจะแลกเปลี่ยนที่อยู่กับคุณ" เงาสะท้อนในกระจกจ้องกลับมา ดวงตาของมันไม่ใช่สีของรินอีกต่อไป แต่มันเป็นสีดำสนิทราวกับน้ำหมึกที่ไม่มีก้นบึ้ง มือที่ทะลุออกมาจากกระจกคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของรินอย่างแรง แรงกระชากนั้นรุนแรงจนเธอแทบจะเสียหลักพุ่งเข้าไปในความว่างเปล่าที่เย็นเยียบ "ไปอยู่ตรงนั้นแทนฉันซะ" เงาสะท้อนนั้นไม่ได้พูด แต่เสียงนั้นดังขึ้นในหัวของรินโดยตรง พร้อมกับความรู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างกำลังจะถูกแยกออกจากกัน ศิลาปล่อยมือเธอแล้วก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เขามองดูเหตุการณ์นี้ด้วยความพึงพอใจประหนึ่งชมการแสดงละครเวทีชิ้นเอก รินพยายามขัดขืน แต่แรงดึงจากกระจกมหาศาลเกินกว่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะต้านทานไหว ในเสี้ยววินาทีที่ใบหน้าของเธอสัมผัสกับผิวแก้วที่เยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง เธอเห็นภาพชัดเจนที่สุด... ในวัยเด็กวันนั้น ไม่ใช่เธอที่ถือไม้ขีดไฟ แต่เป็น 'ศิลา' ที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอในตอนที่เธอยังเล็ก เขากำลังกระซิบข้างหูเธอในวันนั้นเหมือนกับที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้ และเธอก็ไม่ใช่เหยื่อ แต่เธอคือ 'อาวุธ' ที่เขาฝึกฝนมาเพื่อรอคอยช่วงเวลานี้ "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ" ศิลาพูดเบาๆ ขณะที่มือของรินหายเข้าไปในกระจกจนถึงข้อศอก ทันใดนั้น รินก็รู้สึกถึงแรงกระชากครั้งสุดท้าย ร่างของเธอกระเด็นเข้าไปในกระจก และสิ่งที่เธอเห็นผ่านบานกระจกที่กำลังจะปิดลงคือ 'ตัวเธอเอง' ที่เดินออกมาจากกระจก ยืนอยู่ข้างศิลา และหันมามองเธอด้วยสายตาเย็นเยียบก่อนจะขยิบตาให้เบาๆ... แล้วกระจกบานนั้นก็สลายกลายเป็นละอองทรายไปต่อหน้าต่อตาเธอ กระจกเงาต้องสาปหวังว่ารี้ดเดอร์จะยังคงนั่งไม่ติดเก้าอี้และรอติดตามชะตากรรมของรินในตอนหน้าไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%