เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า•ตอนที่ 35

เสียงเรียกจากอีกฟาก

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
"อย่าหันหลังกลับไปมอง ถ้าไม่อยากเห็นว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่" น้ำเสียงนั้นเย็นเฉียบและแหบพร่า ราวกับเสียงของเศษแก้วที่ถูกบดละเอียด คลุกเคล้าด้วยความคุ้นเคยที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของริน เธอไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นราบอีกต่อไป แต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังลอยคว้างอยู่ในมวลอากาศที่หนาแน่นไปด้วยกลิ่นไอของโอโซนและสนิมเหล็ก ความมืดมิดรอบกายไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือผืนผ้าใบที่กำลังฉายภาพความทรงจำที่แตกสลาย รินพยายามขยับมือ แต่สัมผัสได้เพียงความเย็นเยือกของเงาที่เกาะกุมข้อมือเธอไว้ เธอจำได้ว่าศิลาอยู่ที่นั่น... หรืออย่างน้อยเธอก็คิดว่าเขาอยู่ที่นั่น ทว่าเมื่อเธอกลั้นใจหันไปมอง สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ห้องทำงานจิตแพทย์ที่คุ้นเคย แต่เป็นโถงทางเดินที่ทอดยาวไปสู่ความว่างเปล่า ไร้ประตู ไร้หน้าต่าง มีเพียงกระจกเงาบานเล็กๆ ที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศนับร้อยบาน "ศิลา?" รินกระซิบ เสียงของเธอแห้งผากเหมือนคนไม่ได้ดื่มน้ำมาแรมปี ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงหยดน้ำที่ตกลงกระทบพื้นหินดังก้องกังวาน 'ติ๋ง... ติ๋ง...' แต่ละจังหวะฟังดูเหมือนเสียงหัวใจที่ค่อยๆ หยุดเต้น รินก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างลังเล พื้นเบื้องล่างสั่นไหวราวกับผิวหน้าของน้ำที่ถูกรบกวน ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากกระจกบานที่อยู่ใกล้ที่สุด—นั่นไม่ใช่ศิลา แต่เป็น 'เขา' ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปื้อนคราบดิน รอยยิ้มที่มุมปากของเขายังคงอบอุ่นเหมือนวันที่เขากุมมือเธอไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ในฤดูร้อนปีนั้น แต่นัยน์ตาคู่นั้น... มันว่างเปล่าจนน่าสะพรึงกลัว "ริน... เธอหนีมาไกลเกินไปแล้วนะ" เสียงของเขาไม่ได้ออกมาจากลำคอ แต่มันดังก้องขึ้นในหัวของเธอโดยตรง รินชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก "วิน? วินจริงหรือคะ? นายตายไปแล้ว... ฉันเห็นกับตา ตอนที่อุบัติเหตุนั่น..." "ความตายเป็นเพียงกระจกอีกบานหนึ่งที่เธอแค่ยังไม่ยอมเดินผ่านเข้าไป" วินก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น ร่างของเขาดูโปร่งแสงและบิดเบี้ยวเป็นพักๆ เหมือนภาพในจอโทรทัศน์ที่สัญญาณไม่ดี "กระจกบานที่เก้าไม่ได้กักขังวิญญาณ แต่มันกักขัง 'ความจริง' ที่เธอพยายามฝังกลบไว้ภายใต้ตัวตนใหม่ที่ศิลาสร้างขึ้นมาให้" รินสั่นศีรษะอย่างแรง ความวิตกกังวลพุ่งทะยานจนเธอหายใจไม่ออก เธอพยายามรวบรวมสติ "ศิลาช่วยฉันไว้ เขาบอกว่าเขาเป็นหมอ เขาช่วยรักษาอาการทางจิตของฉันจากการสูญเสียคุณ!" "รักษาหรือทำลาย?" วินหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้อารมณ์ขัน "ลองมองไปในกระจกบานนั้นดูสิ ริน... แล้วบอกฉันว่า คนที่ยืนอยู่ข้างศิลาในวินาทีนี้ คือเธอ หรือคือ 'อีกคน' ที่แย่งชีวิตเธอไป?" รินหันขวับไปที่กระจกบานยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่สุดทางเดิน ภาพที่สะท้อนออกมาทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบ เธอเห็นตัวเอง—หรือผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนเธอทุกประการ—กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวเดิมในห้องทำงานของศิลา ในมือของอีกฝ่ายถือบันทึกเล่มหนึ่ง ซึ่งนั่นคือบันทึกประจำตัวของเธอเอง! ศิลายืนอยู่ด้านหลังหญิงสาวคนนั้น มือของเขาวางลงบนไหล่ของเธอด้วยความทะนุถนอมอย่างที่เขาไม่เคยปฏิบัติกับรินคนเดิม... ไม่สิ เขาไม่ได้ทำกับเธอ แต่เขากำลัง 'หล่อหลอม' หญิงสาวในกระจกคนนั้นให้กลายเป็นสิ่งสมบูรณ์แบบที่เขาต้องการ "รินคนนั้นคือตัวแทนที่เขาสร้างขึ้นเพื่อแทนที่ความผิดพลาดของเขา" วินกระซิบข้างหูเธอ กลิ่นดินและกลิ่นสาบของคนตายโชยออกมาจากตัวเขา "ถ้าเธอไม่กลับไปตอนนี้ ตัวตนของเธอจะสลายกลายเป็นเพียงเงาสะท้อนที่ไม่มีวันได้เหยียบย่างสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกต่อไป" รินรู้สึกถึงแรงดึงมหาศาลจากด้านหลัง ร่างของเธอเริ่มเลือนหายไปกลายเป็นละอองทรายเหมือนกับกระจกบานก่อนหน้าที่เธอเคยเห็น เธอเข้าใจแล้ว... การที่เธอเห็นตัวเองเดินออกมาจากกระจกในตอนที่แล้ว ไม่ใช่เพราะเธอถูกขัง แต่มันคือการที่ 'ตัวจริง' ถูกกระชากเข้ามาในพื้นที่รอยต่อระหว่างมิติ เพื่อรอคอยการถูกลบเลือน "ฉันต้องกลับไป..." รินกัดฟันแน่น กำมือที่เริ่มโปร่งแสงเข้าหากัน "ฉันจะไม่ยอมเป็นเพียงความทรงจำที่พังทลายของใครทั้งนั้น" "ถ้าอย่างนั้น ก็ลองเรียกชื่อฉันดูสิ" วินยื่นมือที่เย็นจัดมาแตะแก้มเธอ "เรียกชื่อคนที่ตายไปแล้ว เพื่อยืนยันว่าความเจ็บปวดคือสิ่งเดียวที่พิสูจน์ว่าเธอมีตัวตนอยู่จริง ไม่ใช่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบในมือของศิลา" รินมองลึกเข้าไปในดวงตาของวิน ความสับสนในใจเริ่มก่อตัวเป็นความแค้นที่เยือกเย็น เธอไม่ได้ถูกขังเพราะอุบัติเหตุ เธอถูกขังเพราะเธอกำลังจะรู้ความลับว่า... ศิลาไม่ใช่หมอ แต่เขาคือคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นในวันที่อุบัติเหตุเกิดขึ้น! ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเดินเข้ามาในมิติแห่งนี้ โถงทางเดินที่ควรจะเงียบสงัดกลับสั่นสะเทือน ศิลาปรากฏตัวขึ้นจากความมืดมิดในฝั่งที่รินกำลังจะเดินกลับไป มือของเขาถือชิ้นส่วนกระจกคมกริบไว้แน่น และในแววตาของเขานั้นไม่มีความเมตตาเหลืออยู่เลย มีเพียงความหิวกระหายที่จะครอบครองความเป็นความตายของเธอ "เธอไม่ควรตื่นขึ้นมาในตอนนี้เลยนะ ริน" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะที่เขาเริ่มร่ายอะไรบางอย่างที่ทำให้ผนังมิติเริ่มร้าว "เพราะถ้าเธอรู้ความจริงไป... ฉันก็จำเป็นต้อง 'ลบ' ทั้งเธอ และเขา ทิ้งไปตลอดกาล" กระจกทุกบานรอบตัวรินเริ่มแตกละเอียดพร้อมกัน เสียงหวีดหวิวของมิติที่กำลังจะพังทลายทำให้เธอต้องตัดสินใจในเสี้ยววินาที เธอคว้ามีดสั้นที่วินยื่นให้—ซึ่งแท้จริงแล้วมันคือเศษกระจกที่สะท้อนภาพที่ไม่มีอยู่จริง—และพุ่งตัวเข้าหาศิลาโดยไม่ลังเล หรือนี่จะเป็นโอกาสเดียวที่จะจบเรื่องราววิปริตนี้? หรือแท้จริงแล้ว... เธอเองนั่นแหละที่เป็นผู้บงการกระจกทั้งหมดนี้มาตั้งแต่ต้น? ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านบานกระจกมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ หวังว่าปริศนาในบทนี้จะทำให้ทุกคนกระสับกระส่ายพอๆ กับรินค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%