"คุณกำลังพยายามลบประวัติศาสตร์ หรือกำลังสร้างมันขึ้นมาใหม่กันแน่คะ ศิลา?"
รินวางแฟ้มเอกสารสีซีดลงบนโต๊ะไม้โอ๊ค เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวแข็งดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องทำงานหรูของชายตรงหน้า เธอยืนพิงขอบโต๊ะ จ้องมองชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังอย่างไม่วางตา ศิลาไม่ได้ตอบในทันที เขาวางปากกาหมึกซึมในมือลงอย่างช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเผยรอยยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนจะขบขันมากกว่าขุ่นเคือง
"เอกสารชุดนั้น ผมหามาให้ตามที่คุณต้องการนะ ริน" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "ทะเบียนบ้าน ใบสูติบัตร บันทึกการย้ายถิ่นฐาน... ทุกอย่างที่ยืนยันว่าคุณ 'มีตัวตน' ในโลกที่กำลังจะลืมคุณไป"
"แต่ในเอกสารพวกนี้ไม่มีชื่อพ่อแม่ของฉัน" รินสวนกลับ มือของเธอเริ่มสั่นจนต้องกำขอบโต๊ะแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "ช่องว่างพวกนั้น... มันคือความว่างเปล่าที่น่าสะอิดสะเอียนที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา คุณเป็นหมอ คุณรู้ดีว่าคนเราไม่ได้เกิดมาจากหยดน้ำค้างบนใบไม้ หากครอบครัวฉันไม่มีตัวตน แล้วร่างเนื้อที่กำลังยืนหายใจอยู่ตรงหน้าคุณนี่คือใครกันแน่?"
ศิลาลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงใหญ่ของเขาสร้างเงาทอดทับลงบนตัวเธอราวกับกำแพงที่ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เขาก้าวเข้ามาในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นยาฆ่าเชื้ออ่อนๆ ที่ติดตัวเขาทำให้รินรู้สึกวิงเวียน
"บางที... การมีตัวตนที่สมบูรณ์แบบเกินไปอาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปหรอกนะคะ ริน" เขากระซิบใกล้ใบหู น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความเวทนาที่ฟังดูน่าขนลุก "คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมในรูปถ่ายเก่าๆ ที่คุณอ้างว่าเจอในกล่องเหล็กใต้เตียง รอยยับบนกระดาษถึงไม่อยู่ในตำแหน่งเดียวกับรอยพับของเหตุการณ์ในความทรงจำของคุณ?"
รินชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ความทรงจำของเธอไม่ใช่ภาพที่ชัดเจน แต่มันเป็นเศษเสี้ยวที่แตกกระจายเหมือนกระจกที่ถูกทุบซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอผลักเขาออกเบาๆ แล้วเดินถอยหลังไปที่ชั้นวางหนังสือ แสร้งทำเป็นจัดเรียงสันหนังสือเพื่อปกปิดความสั่นไหวในแววตา
"อย่ามาเล่นตลกกับความทรงจำของฉัน" เธอกัดฟันพูด "ฉันจำได้ว่าเราไปทะเล... วันที่ฝนตกหนักและเสียงคลื่นกลบเสียงกรีดร้อง... พ่อของฉัน..."
"คุณไม่มีพ่อริน" ศิลาตัดบท เสียงของเขาทรงพลังและเด็ดขาดจนเธอยอมหยุดนิ่ง "และคุณก็ไม่เคยไปทะเลในวันที่ฝนตกด้วย นั่นเป็นแค่เศษเสี้ยวของ 'ความทรงจำที่ถูกเขียนทับ' จากคนที่คุณกำลังแอบมองอยู่ในกระจกทุกบานต่างหาก"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที ความเงียบงันที่แสนอึดอัดถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหวีดหวิวจากหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้เพียงนิด รินหันกลับมามองเขา สายตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดระแวง หากสิ่งที่ศิลาพูดเป็นความจริง แล้วความรู้สึกผูกพันที่เธอมีต่อชื่อนามสกุลของเธอล่ะ? มันคือคำลวงที่ใครบางคนปลูกฝังไว้ในสมองของเธอตั้งแต่ตอนไหน?
"ถ้าฉันไม่มีอดีต แล้วทำไมฉันถึงต้องเจ็บปวดกับการตามหามันนัก?" เธอถาม เสียงสั่นพร่า
ศิลาเดินไปที่โต๊ะทำงาน เขาเปิดลิ้นชักและหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลที่ถูกปิดผนึกไว้อย่างแน่นหนาออกมาวางตรงหน้าเธอ "เพราะนั่นคือกับดักที่สมบูรณ์แบบที่สุดไงคะ ความเจ็บปวดทำให้คุณรู้สึกว่าคุณยังมีชีวิตอยู่ แต่ความจริง... ความจริงที่ซ่อนอยู่หลังกระจกบานที่เก้าที่คุณกำลังพยายามจะมองหา... มันอาจทำให้คุณปรารถนาที่จะตายไปตั้งนานแล้ว"
รินเอื้อมมือไปหยิบซองจดหมายนั้น หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เธอฉีกซองออกอย่างรวดเร็ว ข้างในมีเพียงกระดาษแผ่นเดียวที่มีลายมือตัวบรรจงเขียนไว้ด้วยหมึกสีแดงสด ลายมือที่เธอคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับว่าเป็นลายมือของเธอเองในวันที่ไม่ได้สติ
*‘ริน... อย่าเชื่อในสิ่งที่เงาบอก เพราะในกระจกบานนั้น... เราไม่ได้อยู่คนเดียว’*
รินเงยหน้าขึ้นมองศิลาที่กำลังยืนกอดอกดูเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ทันใดนั้น กระจกบานใหญ่ที่แขวนอยู่หลังโต๊ะทำงานของเขาก็ส่งเสียงร้าวเบาๆ ก่อนที่ภาพสะท้อนของเธอในกระจกจะค่อยๆ ยกยิ้มที่มุมปาก ทั้งที่ตัวจริงของเธอยังคงยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตื่นตระหนก และที่เลวร้ายกว่านั้นคือ... ภาพสะท้อนในกระจกค่อยๆ เอื้อมมือออกมาจากกรอบกระจกราวกับมันเป็นเพียงผืนน้ำที่ไร้แรงต้าน
ศิลายิ้มกว้างขึ้น เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวขณะที่เงาในกระจกเริ่มก้าวเท้าข้ามขอบกระจกออกมาสู่โลกความจริง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังก้องไปทั่วห้อง
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ริน"
กระจกเงาต้องสาปขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยอมปล่อยให้ความมืดมิดกัดกินหัวใจไปพร้อมกับรินนะคะ
เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า•ตอนที่ 13
บททดสอบความจริง
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!