“คุณกำลังขุดคุ้ยหลุมศพของตัวเองอยู่ ริน... และเชื่อเถอะว่า กลิ่นสาปของความตายที่อยู่หลังกระจกบานนั้น มันไม่น่าอภิรมย์เท่ากับรอยยิ้มจอมปลอมที่คุณพยายามปั้นแต่งให้ฉันเห็นหรอกค่ะ”
เสียงของศิลาดังแทรกผ่านความเงียบงันในโถงทางเดินแคบๆ ของคฤหาสน์ร้าง น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยกระแสกดดันที่ทำให้รินรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเบาบางลงจนแทบหายใจไม่ออก
รินหยุดฝีเท้า มือที่สั่นเทาของเธอขยับออกจากผิวโลหะเย็นเฉียบของกรอบกระจกบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า มันไม่ใช่กระจกธรรมดา เงาสะท้อนของเธอในนั้นดู ‘บิดเบี้ยว’ กว่าปกติ ดวงตาในกระจกดูเหมือนจะจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกสมเพช ในขณะที่ตัวจริงของรินได้แต่กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ
“ถ้ามันเป็นหลุมศพของฉันจริง ทำไมคุณถึงดูร้อนรนนักล่ะคะ คุณหมอ” รินหันกลับไปเผชิญหน้ากับศิลา สายตาของเธอแข็งกร้าว แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว “หรือว่าความลับที่ถูกฝังอยู่ข้างหลังนี่ มันคือสิ่งที่พิสูจน์ว่า ‘ตัวตนที่สอง’ ของฉัน... ไม่ใช่แค่จินตนาการที่คุณปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อควบคุมฉันกันแน่”
ศิลาขยับแว่นสายตาเพียงเล็กน้อย แสงสะท้อนจากเลนส์ทำให้ดวงตาของเขาดูเหมือนว่างเปล่า “ผมไม่ได้ควบคุมคุณ ริน ผมแค่ประคับประคองเศษเสี้ยวของคนที่แตกสลายต่างหาก แต่ถ้าคุณดึงดันจะพังทลายผนังที่กั้นระหว่างความจริงกับความวิปลาส... ก็เอาสิคะ”
เขาผายมือไปทางกระจกเงาบานใหญ่ด้วยท่าทางเชื้อเชิญที่แฝงไปด้วยความเวทนา
รินหันกลับมามองกระจกอีกครั้ง เธอใช้ปลายนิ้วไล่ไปตามรอยแตกร้าวที่ดูเหมือนจะลากผ่านพื้นผิวอย่างจงใจคล้ายลายแทง เธอจำได้ว่าในวัยเด็ก บ้านหลังนี้เคยเป็นเขาวงกตที่เธอหลบซ่อนจากความโหดร้าย และที่แห่งนี้... หลังกระจกบานที่เก้านี้ คือที่ที่เธอเคยทิ้ง ‘บางอย่าง’ เอาไว้
เธอกดนิ้วลงไปที่มุมกรอบกระจกที่มีสลักลายกุหลาบพันปี แรงกดเพียงเบาบางส่งผลให้กลไกภายในส่งเสียงฟันเฟืองบดเข้าหากัน ‘ครืด...’ เสียงนั้นบาดหูพอๆ กับเสียงกรีดร้องในความทรงจำที่เลือนราง กระจกบานมหึมาค่อยๆ ขยับแยกออกจากกันเป็นสองฝั่ง เผยให้เห็นช่องว่างมืดมิดที่ส่งกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้แห้ง
รินก้าวเข้าไปในความมืดนั้นโดยไม่หันกลับไปมองศิลาอีก แสงจากไฟฉายในมือสั่นไหวไปตามจังหวะลมหายใจ เธอก้าวผ่านม่านฝุ่นที่เกาะตัวหนาจนกลายเป็นหยากไย่ ก่อนจะพบว่าหลังกระจกบานนั้นไม่ใช่ห้องธรรมดา แต่มันคือห้องจดหมายเหตุส่วนตัว—ผนังทุกด้านถูกแปะทับด้วยรูปถ่ายของ ‘คนคนเดียวกัน’ ในอิริยาบถที่แตกต่างกันออกไป บางรูปเธอกำลังหัวเราะ บางรูปเธอกำลังถือมีดกรีดลงบนตุ๊กตาผ้า... และที่น่าสยดสยองที่สุด คือรูปถ่ายที่เธอจำไม่ได้เลยว่าเคยถ่ายตอนไหน
“นี่มันอะไรกัน...” รินพึมพำ มือของเธอหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมา ในรูปนั้นคือเธอกำลังนอนหลับอยู่บนเตียง และเหนือหัวเตียงคือร่างของชายคนหนึ่งที่ยืนมองเธอด้วยสายตาเย็นชา... เขาคือศิลา
“มันคือบันทึกของความผิดพลาดที่ไม่มีวันแก้ไขได้ไงคะ”
ศิลาเดินตามเข้ามาในห้องลับนั้น เงาของเขาทอดยาวทับลงบนรูปถ่ายบนผนังราวกับจะกลืนกินตัวตนของรินให้หายไปในความมืด เขาเดินตรงเข้ามาประชิดตัวจนรินสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา
“คุณคิดว่าคุณเป็นเจ้าของความทรงจำนี้เหรอ ริน? เปล่าเลย... คุณเป็นเพียง ‘ภาชนะ’ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ความลับของผมยังคงมีชีวิตอยู่ต่างหาก”
ศิลาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น ก่อนจะกระซิบที่ข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้รอยเลือดในกายของเธอแข็งค้าง “คุณอยากรู้นักไม่ใช่เหรอว่าใครคือคนที่ตายในกระจกบานนั้น? หันไปมองที่กระจกบานเล็กข้างหลังคุณสิ... แล้วคุณจะเห็นว่า ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในนี้ เงาที่สะท้อนอยู่ในนั้น ไม่ใช่เงาของคุณอีกต่อไปแล้วนะคะ”
รินค่อยๆ หันไปตามคำสั่งของเขา ท่ามกลางแสงไฟฉายที่เริ่มกะพริบถี่เหมือนกำลังจะดับลง สิ่งที่เธอเห็นในกระจกบานเล็กบนผนังฝั่งตรงข้าม ไม่ใช่ใบหน้าของเธอที่ตื่นตระหนก... แต่มันคือใบหน้าของรินที่กำลังยิ้มอย่างเยือกเย็น—ยิ้มแบบเดียวกับที่ศิลาชอบทำ—พร้อมกับมือในกระจกที่ค่อยๆ ยกขึ้นมาทำท่า ‘ชู่ว’ เพื่อให้เธอเงียบเสียงลง
รินเบิกตากว้างขณะที่เธอยังคงยืนนิ่งสนิท... แต่ภาพในกระจกกลับเอื้อมมือทะลุผ่านผิวแก้วออกมาคว้าลำคอของเธอไว้จากด้านใน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยอมให้ความมืดมิดในกระจกบานที่เก้านี้กัดกินหัวใจไปพร้อมกับรินนะคะ
เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า•ตอนที่ 14
ประตูบานที่สาม
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!