เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า•ตอนที่ 15

กับดักของจิตใต้สำนึก

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
“คุณกำลังกลัวอะไรอยู่กันแน่คะ ริน... กลัวเงาในกระจก หรือกลัวคนที่กำลังจ้องมองคุณผ่านกระจกบานนั้นกันแน่” เสียงของศิลาทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ามันกลับบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของรินราวกับใบมีดที่ไร้คม เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอยังคงจดจ้องอยู่ที่คราบออกไซด์บนกระจกเงาบานเก่าในห้องทำงานของเขา คราบนั้นก่อตัวเป็นรูปร่างคล้ายใบหน้ามนุษย์ที่กำลังบิดเบี้ยวด้วยความทุกข์ทรมาน แต่มันไม่ใช่ใบหน้าของใครอื่นเลย... มันคือใบหน้าของเธอเองในวัยที่ควรจะลืมไปแล้ว “ฉันไม่ได้กลัว” รินตอบพลางแค่นยิ้มที่มุมปาก มือที่วางอยู่บนตักสั่นระริกจนเธอต้องกำหมัดแน่นเพื่อซ่อนความสั่นไหวนั้นไว้ใต้รอยยับของกระโปรง “ฉันแค่กำลังพยายามทำความเข้าใจ ว่าทำไมคุณถึงจงใจวางกระจกบานนี้ไว้ตรงหน้าฉันทุกครั้งที่เราคุยกัน” ศิลาขยับตัว เสียงหนังหุ้มเก้าอี้ทำงานราคาแพงเสียดสีกันเบาๆ ช่างเป็นเสียงที่ดังชัดเจนจนน่ารำคาญในห้องที่เงียบสงัดราวกับป่าช้าเช่นนี้ เขาเอนหลังพิงพนัก มองดูหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก เหมือนนักล่าที่กำลังเฝ้ามองเหยื่อติดกับดักอย่างใจเย็น “ผมวางมันไว้เพื่อให้คุณได้เห็นความจริงค่ะ ริน” เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะลุกขึ้นเดินอ้อมมาข้างหลังเธอ เงาของศิลาทาบทับลงบนกระจก บดบังใบหน้าของเธอให้หายไปครึ่งหนึ่ง “คนไข้ของผมมักจะหลงลืมสิ่งที่พวกเขาพยายามปกปิดไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของจิตใต้สำนึก แต่กระจก... มันไม่เคยโกหก มันบันทึกทุกเศษเสี้ยวของตัวตนที่คุณพยายามผลักไสออกมาเสมอ” รินรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดต้นคอ ความหวาดระแวงพุ่งพล่านจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ เธอเห็นในกระจกว่าศิลากำลังก้มลงมาใกล้ เธอเห็นมือของเขาวางลงบนพนักเก้าอี้ของเธอ มันดูเหมือนการปลอบประโลม แต่สำหรับริน มันคือการกักขัง “ถ้าคุณเป็นจิตแพทย์ที่ดีพอ คุณควรจะรักษาฉัน ไม่ใช่พยายามทำให้ฉันเป็นบ้าด้วยภาพหลอนพวกนี้” รินสะบัดตัวลุกขึ้นยืนกะทันหัน จนเก้าอี้ไถลไปด้านหลังส่งเสียงครูดกับพื้นปูนบาดหู เธอหันไปเผชิญหน้ากับเขา “คุณรู้ไหมว่าเมื่อคืนฉันเห็นอะไร? ฉันเห็นตัวเอง... เห็นตัวเองในกระจกบานที่แปดกำลังกรีดร้อง แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็เห็นคุณยืนอยู่ข้างหลังฉัน ทั้งที่ความจริงแล้วฉันอยู่คนเดียวในบ้าน!” ศิลาไม่ได้สะดุ้งสะเทือน เขาเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคู่นั้นเย็นชาและเต็มไปด้วยความสมเพชที่เขาจงใจแสดงออกมา “คุณแน่ใจหรือคะว่าคุณอยู่คนเดียว?” เขาถามย้อน พลางก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอแทบจะเป็นศูนย์ “หรือจริงๆ แล้ว... คุณแค่ไม่อยากยอมรับว่าตัวตนที่คุณพยายามปฏิเสธมาตลอด กำลังเรียกร้องอยากจะออกมาทักทายคุณเสียเหลือเกิน” รินก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับบานกระจก ความเย็นเยียบของผิวแก้วทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาถึงผิวหนัง เธอกลั้นหายใจเมื่อเห็นภาพสะท้อนในกระจกเริ่มขยับตัวไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เธอเห็นภาพสะท้อนของตัวเองยกมือขึ้นมาปิดปาก ทั้งที่มือของเธอในตอนนี้ยังคงวางแนบอยู่ข้างลำตัว “คุณทำอะไร...” เสียงของเธอสั่นเครือ “คุณใช้ยาอะไรกับฉัน... คุณปั่นหัวฉัน!” “ผมไม่ได้ใช้อะไรเลยริน ทุกอย่างที่เกิดขึ้น... มันคือสิ่งที่จิตใต้สำนึกของคุณเนรมิตขึ้นมาเองทั้งนั้น” ศิลาหยิบปากกาหมึกซึมด้ามหรูออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วหมุนมันเล่นเบาๆ “คุณเป็นคนสร้างกับดักนี้ขึ้นมา และคุณนั่นแหละที่เป็นคนถือกุญแจที่หายไป... กุญแจที่ไขไปสู่บันทึกหน้าสุดท้ายในวัยเด็กที่คุณพยายามทำลายทิ้ง” บรรยากาศในห้องเริ่มบิดเบี้ยว รินรู้สึกเหมือนผนังห้องกำลังขยับเข้ามาใกล้ ภาพโปสเตอร์บนผนังเริ่มละลายกลายเป็นหยดหมึกสีดำ กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าลอยอบอวลจนเธอเริ่มเวียนหัว เธอพยายามหลับตา แต่ยิ่งหลับตา เธอกลับยิ่งเห็นภาพเงาสีดำหลายร่างเต้นระบำอยู่หลังเปลือกตา “อย่าพยายามหลอกฉัน...” เธอพึมพำกับตัวเอง ราวกับกำลังขับไล่ปีศาจ “คุณไม่ใช่ศิลา... คุณเป็นใครกันแน่?” ศิลาหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวลงมาใกล้หูของเธอจนเธอรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากตัวเขา “คำถามที่ถูกต้องไม่ใช่ว่าผมเป็นใครค่ะริน...” เขาขยับปากพูดช้าๆ ชัดเจนทุกถ้อยคำ “แต่ต้องถามว่า... ร่างที่ยืนคุยกับผมอยู่ตรงนี้ คือรินคนเดิมที่ฉันรู้จักเมื่อวาน หรือรินคนใหม่ที่เพิ่งจะตื่นขึ้นมาแทนที่คนเก่าไปเมื่อครู่นี้กันแน่?” ทันใดนั้น รินรู้สึกถึงแรงดึงมหาศาลจากด้านหลัง กระจกบานนั้นไม่ได้เป็นเพียงวัตถุ แต่เป็นหลุมดำที่กำลังกระชากร่างของเธอเข้าไป เธอหันกลับไปมองสิ่งที่อยู่หลังกระจกอย่างสิ้นหวัง และสิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่ภาพสะท้อนของตัวเองในห้องนี้อีกต่อไป มันคือห้องทำงานห้องเดิม... แต่ไร้ซึ่งศิลา ในห้องนั้น มีเพียงรินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม กำลังหยิบมีดคัตเตอร์ขึ้นมาจรดที่ข้อมือของตัวเอง พร้อมกับรอยยิ้มที่สยดสยองที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาในชีวิต และที่สำคัญที่สุด... รินในกระจกคนนั้น กำลังเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ แล้วกระซิบออกมาผ่านบานกระจกที่ไร้เสียงว่า... “ขอบคุณที่แลกที่กับฉันนะ... พี่สาว” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยอมให้ความมืดมิดในกระจกบานที่เก้านี้กัดกินหัวใจไปพร้อมกับรินนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%