กลิ่นอายของสนิมเหล็กและฝุ่นผงโบราณคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก จนรินต้องขยับตัวถอยหลังอย่างระแวดระวัง ทว่าแผ่นหลังของเธอกลับสัมผัสเข้ากับความเย็นเยียบของผิวแก้วกระจก—ไม่ใช่กำแพงปูนอย่างที่ควรจะเป็น
เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับขนนกกำลังก้าวเข้ามาใกล้ ทว่าทุกย่างก้าวกลับหนักแน่นในความรู้สึกของผู้ฟัง รินจ้องมองเงาสะท้อนตรงหน้าด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระกระเด็นออกมานอกอก ความหวาดผวาแล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง เมื่อเงาในกระจกบานใหญ่เบื้องหน้าไม่ได้ขยับตามท่าทางของเธออีกต่อไปแล้ว
ร่างที่ยืนอยู่ตรงข้าม... กำลังก้าวทะลุกรอบกระจกออกมาอย่างช้าๆ ราวกับเดินผ่านผืนน้ำนิ่งสนิท
"เธอตกใจอะไรหรือคะ ริน"
เสียงหวานใสที่ก้องกังวานขึ้นนั้นช่างคุ้นหูเสียเหลือเกิน มันคือเสียงเดียวกับที่เธอเคยได้ยินในความฝันวัยเด็ก เสียงของความสมบูรณ์แบบ เสียงที่ปราศจากรอยร้าวแห่งความวิตกกังวล ร่างของผู้หญิงที่ก้าวออกมาจากเงากระจกมีใบหน้าพิมพ์เดียวกับเธอทุกประการ ทว่ามีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในรายละเอียด
เส้นผมของอีกฝ่ายดำขลับเป็นเงางามและจัดทรงไว้อย่างไร้ที่ติ ผิวพรรณเปล่งประกายราวกับได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดในโลกใบนี้ และที่สำคัญที่สุด... แววตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว ความลังเล หรือความบอบช้ำทางจิตใจที่รินต้องแบกรับมาตลอดชีวิตเลยสักนิด
รินกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก พยายามบังคับมือสั่นเทาให้ยกขึ้นตั้งการ์ดป้องกันตัว "เธอ... เธอเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงหน้าตาเหมือนฉัน"
ร่างสมบูรณ์แบบแย้มยิ้ม รอยยิ้มที่งดงามแต่กลับทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหนาวเยือกถึงไขกระดูก เธอเอียงคอเล็กน้อยด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้รินอีกนิด จนกลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยมาแตะจมูก
"ฉันก็คือเธอไงคะ... ริน ในเวอร์ชันที่ไม่เคยทำผิดพลาด ในเวอร์ชันที่ศิลาคอยขัดเกลาจนงดงามอย่างไร้ที่ติ" น้ำเสียงนั้นนุ่มนวล ทว่าแฝงความเย้ยหยันไว้ลึกๆ "น่าสมเพชเสียจริงนะคะ ดูสภาพเธอตอนนี้สิ... หญิงสาวผู้จมปลักอยู่กับเศษซากความทรงจำที่แตกสลาย และความหวาดระแวงที่กัดกินสมองไปทีละน้อย"
คำพูดนั้นแทงทะลุเข้าไปในจิตใจของรินราวกับใบมีดโกน ภาพความทรงจำอันเลือนรางเกี่ยวกับห้องทดลองสีขาว กลิ่นยาฆ่าเชื้อ และเสียงกระซิบของศิลาในอดีตแวบเข้ามาในหัว สมองของเธอเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางความตื่นตระหนก—ศิลาเคยบอกไว้ว่าจิตใจของเธอถูกแบ่งแยก แต่เธอไม่เคยคิดเลยว่า 'อีกครึ่งหนึ่ง' ที่หายไป จะถูกหล่อหลอมจนกลายเป็นตัวตนอิสระที่สมบูรณ์แบบถึงเพียงนี้
"นายศิลากำลังวางแผนอะไรอยู่..." รินเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามควบคุมสติที่ไม่รักดี "เขาพาเธอกลับมาเพื่ออะไร เพื่อกำจัดฉันทิ้งแล้วแทนที่งั้นเหรอ"
ตัวตนคู่ขนานหัวسเราะเบาๆ เสียงหัวسเราะที่ไพเราะเสนาะหูแต่วังเวงชอบกล เธอใช้ปลายนิ้วเรียวงามแตะลงบนแก้มของรินเบาๆ สัมผัสที่เย็นเฉียบทำให้รินสะดุ้งสุดตัว
"กำจัดเหรอคะ? ทำไมฉันต้องกำจัดภาชนะที่บกพร่องในเมื่อฉันสามารถ 'กลืนกิน' มันเพื่อความสมบูรณ์แบบสูงสุดได้ล่ะคะ" ร่างนั้นกระซิบข้างใบหูของรินด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นแต่แฝงความเหี้ยมเกรียม "ศิลาไม่ได้สร้างฉันขึ้นมาเพื่อทำลายเธอ... แต่เขาสร้างฉันขึ้นมาเพื่อเป็น 'เจ้าของร่างนี้' อย่าง2ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของกระจกเงาต่างหาก"
ฉับพลัน ประตูห้องที่ควรจะถูกล็อคไว้จากด้านนอกก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้ม ศิลาก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตาหลังกรอบแว่นตากวาดมองผู้หญิงทั้งสองคนด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ราวกับนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังเฝ้ามองปฏิกิริยาเคมีในหลอดทดลอง
"หมดเวลาสำหรับการปรับตัวแล้วค่ะ ริน" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบขาดจนไม่อาจปฏิเสธ "ถึงเวลาที่คุณจะต้องยอมรับความจริงเสียที ว่าตัวตนที่แท้จริงและมีสิทธิ์จะอยู่รอดในโลกใบนี้... คือคนที่ยืนอยู่เคียงข้างผม ไม่ใช่เศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลายอย่างคุณ"
รินหันไปมองศิลาด้วยความโกรธเกรี้ยวและความเจ็บปวดที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก ความรู้สึกถูกหักหลังและถูกหลอกใช้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมารวมตัวกันเป็นก้อนสะอื้นอยู่ในลำคอ แต่เธอกลั้นมันไว้ ดวงตาคู่สวยจ้องมองชายที่เคยคิดว่าเป็นที่พึ่งพิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย
"คุณมันบ้า... ศิลา คุณสร้างภาพลวงตาพวกนี้ขึ้นมาเพื่ออะไรกันแน่"
ศิลาไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแค่ผายมือไปทางร่างคู่ขนานที่กำลังก้าวเข้ามาประชิดตัวรินมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเงาตามตัวที่พร้อมจะกลืนกินต้นฉบับให้หายลับไปจากโลกใบนี้ ร่างสมบูรณ์แบบยกมือขึ้นสัมผัสหน้าผากของรินด้วยความนุ่มนวล แต่วินาทีนั้นเอง รินกลับรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ความทรงจำสีดำมืดที่ถูกผนึกไว้ในวัยเด็กเริ่มพรั่งพรูทะลักออกมา ราวกับเขื่อนที่พังทลายลงมาต่อหน้าต่อตา
และในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนที่สติของเธอจะดับวูบลงไปท่ามกลางความมืดมิด รินก็ได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาจากริมฝีปากของตัวเธอเองในกระจก—เสียงที่ทำให้ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่สุดเปิดเผยออกมาอย่างแจ่มชัด
"จำได้หรือยังคะ... ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนผลักน้องสาวลงไปในกระจกบานนั้นเมื่อสิบปีก่อน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ
เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า•ตอนที่ 41
ตัวตนคู่ขนานปรากฏกาย
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!