“อย่าพยายามรักษาสมดุลในที่ที่ไม่มีพื้นรองรับสิคะ ริน”
เสียงของศิลาดังอยู่ใกล้จนลมหายใจอุ่นจัดรดรินที่ต้นคอ แต่เมื่อรินหันขวับไปกลับพบเพียงความว่างเปล่า ผนังห้องนั่งเล่นที่ควรจะเป็นวอลเปเปอร์สีครีมบัดนี้กลับยืดขยายและบิดเบี้ยวราวกับขี้ผึ้งลนไฟ เส้นสายของลวดลายบนผนังเลื้อยพันกันเหมือนเถาวัลย์ที่มีชีวิต ก่อนจะเปลี่ยนสภาพเป็นกระจกเงาบานยักษ์ที่สะท้อนภาพของเธอ... ในชุดสีดำสนิทที่เธอไม่ได้สวมใส่
รินหอบหายใจถี่ มือที่สั่นเทาคว้าแจกันเซรามิกจากโต๊ะข้างกายขว้างใส่เงาในกระจก เสียงแก้วแตกกระจายดังก้องกังวาน แต่มันไม่ได้แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กลับกลายเป็นหยดเลือดสีเข้มที่ไหลย้อยลงมาตามผิวหน้าของกระจก แทนที่จะเป็นรอยร้าว
“คุณต้องการอะไรกันแน่ ศิลา? ทำไมต้องขังฉันไว้ในความบิดเบี้ยวพวกนี้” รินตะโกนก้อง เสียงของเธอสั่นพร่าแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด
“ขัง?” ศิลาปรากฏตัวขึ้นจากมุมมืดของห้อง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนี้ยบกริบเขาก้าวเดินอย่างเชื่องช้า พื้นห้องใต้เท้าของเขาไม่ได้สัมผัสกับพื้นไม้กระดาน แต่มันสั่นไหวเหมือนผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป “ผมไม่ได้ขังคุณ ริน ที่รัก... ผมแค่กำลังเปิดประตูให้คุณเห็นสิ่งที่หลบซ่อนอยู่หลัง ‘ตัวตนที่สอง’ ของคุณต่างหาก”
ทันใดนั้น พื้นห้องก็ยุบตัวลงครึ่งหนึ่ง รินเสียหลักถลาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เธอคว้าขอบโต๊ะไว้แน่นจนเล็บแทบฉีก สภาพแวดล้อมรอบตัวเปลี่ยนไปอีกครั้ง คราวนี้พวกเขายืนอยู่บนระเบียงที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางความว่างเปล่าที่รายล้อมไปด้วยเศษเสี้ยวของกระจกนับพันบานที่ลอยล่องเหมือนดวงดาว
รินใช้จังหวะที่ศิลาเผลอ คว้ามีดปอกผลไม้ที่วางอยู่บนจานผลไม้ซึ่งลอยอยู่กลางอากาศใกล้ๆ มือเธอ แม้บรรยากาศจะผิดเพี้ยนไปเพียงใด แต่ความคมของใบมีดนั้นคือสิ่งเดียวที่เธอไว้ใจได้ เธอพุ่งตัวเข้าหาชายหนุ่มด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่ถูกต้อนจนมุม
ศิลาไม่ได้หลบ เขาเพียงแค่เอียงศีรษะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะควานหาความทรงจำที่หายไป “รอยแผลที่หน้ากระจกในวัยเด็กของคุณ... มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความซุ่มซ่ามหรอกนะคะ”
รินชะงัก มีดในมือหยุดลงห่างจากลำคอของเขาเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ความเจ็บแปลบที่หน้าผากแล่นผ่านเข้ามาในสมองเหมือนไฟช็อต ภาพเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังกรีดร้องหน้ากระจกเงาบานใหญ่สะท้อนแวบเข้ามา—ไม่ใช่ภาพของอุบัติเหตุ แต่เป็นภาพของใครบางคนที่ยื่นมือออกมาจากในกระจกเพื่อกระชากหน้ากากที่เธอกำลังสวมใส่อยู่
“คุณพูดอะไร...” รินเค้นเสียง
“เราอยู่ในพื้นที่จำกัดที่เปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะให้คุณเผชิญหน้ากับมัน” ศิลาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนมีดที่อยู่ในมือรินเริ่มสั่น “เงาสะท้อนที่เห็นไม่ใช่รินคนเดิม แต่มันคือ ‘ความจริง’ ที่คุณพยายามฝังกลบมาตลอดสิบปี”
รินกัดฟันแน่น เธอสะบัดมีดหวังจะกรีดแขนเขาเพื่อหนีจากพันธนาการทางจิตใจนี้ แต่เมื่อใบมีดสัมผัสผิวหนังของศิลา แทนที่จะเป็นเลือด กลับมีไอเย็นจัดพุ่งออกมาพร้อมกับเศษกระจกที่แตกกระจายจากอากาศธาตุ ห้องทั้งห้องเริ่มหมุนวนและแคบลงจนรินสัมผัสได้ถึงกำแพงที่บีบอัดเข้ามาจากรอบด้าน พื้นที่ยืนอยู่หดเล็กลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียงแค่แผ่นกระเบื้องเดียว
“ถ้าความจริงมันทำลายฉัน... ฉันก็พร้อมจะพังมันไปพร้อมกับคุณ!” รินตะโกนลั่น ก่อนจะกระโจนเข้าใส่ศิลาด้วยแรงทั้งหมดที่มี หวังจะผลักเขาให้ร่วงลงไปในห้วงเหวแห่งกระจกเงา
แรงปะทะทำให้ร่างของทั้งคู่เซถลาไปชนกับบานกระจกที่ใหญ่ที่สุดในห้อง มันไม่ได้แตก แต่กลับดูดกลืนพวกเขาทั้งสองเข้าไปเหมือนสระน้ำไร้ก้น รินรู้สึกถึงสัมผัสเย็นเยียบที่โอบล้อมทั่วร่าง เสียงอื้ออึงในหัวดังราวกับเสียงตะโกนของคนนับพันที่กำลังแย่งชิงกันพูด
ทันใดนั้น ทุกอย่างก็หยุดนิ่ง... รินพบว่าเธอกำลังยืนอยู่ในห้องโถงที่คุ้นตา มันคือห้องนั่งเล่นในบ้านหลังเดิม แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตร สิ่งของทุกอย่างวางสลับด้านกันหมด และที่หน้ากระจกบานใหญ่สุดที่ตั้งอยู่กลางห้อง มีหญิงสาวคนหนึ่งยืนหันหลังให้เธอ เธอสวมเสื้อผ้าชุดเดียวกับที่รินสวมอยู่ไม่มีผิดเพี้ยน
ร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมา ช้าๆ... ทว่าใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นกลับว่างเปล่า ไม่มีดวงตา ไม่มีจมูก ไม่มีริมฝีปาก มีเพียงรอยแผลเป็นทางยาวลากผ่านกึ่งกลางใบหน้าเหมือนรอยร้าวบนกระจกที่แตกละเอียด
หญิงสาวไร้หน้ายกมือขึ้นชี้มาที่ริน แล้วรอยแผลบนใบหน้าของเธอก็เริ่มแยกออก เผยให้เห็นดวงตาคู่หนึ่งที่จ้องมองรินอย่างโหยหา... เป็นดวงตาที่รินจำได้แม่นยำที่สุด เพราะมันคือดวงตาของแม่เธอที่เสียชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อน
“ริน... ในที่สุดเราก็ได้พบกัน ในที่ที่กระจกทุกบานไม่มีวันหลอกลวงเราได้อีก” หญิงสาวนั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่รินจำได้ขึ้นใจ เสียงของแม่ที่เธอไม่ได้ยินมานานแสนนาน
ขณะที่รินกำลังจะอ้าปากตอบ รอยแผลที่หน้ากระจกบานใหญ่ข้างหลังเธอก็ระเบิดออก ศิลาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในเงามืด แต่คราวนี้เขาไม่ได้มาคนเดียว เขากำลังถือกรอบกระจกบานเล็กๆ บานหนึ่งมาด้วย ในนั้นสะท้อนภาพรินที่กำลังยืนมองแม่ของเธอ และข้างหลังริน... ยังมีรินอีกคนหนึ่งที่กำลังถือมีดเล่มเดิมไว้ในมืออย่างเลือดเย็น
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวของความจริงไปกับรินในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าที่จะทำให้คุณตั้งคำถามกับทุกเงาสะท้อนนะคะ
กระจกเงาต้องสาป
เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า•ตอนที่ 40
รอยแผลที่หน้ากระจก
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!