“พูดใหม่อีกครั้งซิคะ”
รินเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเงาสะท้อนในกระจกบานที่เก้า ทว่าสิ่งที่เธอมองเห็นไม่ใช่ภาพสะท้อนของตัวเองที่มีใบหน้าซีดเผือดจากการไม่ได้นอนมาสามคืน แต่มันคือใบหน้าของหญิงสาวคนเดิม—หญิงสาวที่ยิ้มเยาะอย่างสมเพชเวทนา
“ทำไมต้องให้ฉันพูดซ้ำในสิ่งที่เธอรู้ดีที่สุดในใจล่ะคะ ริน?” เงาในกระจกขยับริมฝีปากเป็นจังหวะเดียวกับเธอ ทว่าแววตาของมันกลับเต็มไปด้วยความกระหาย “เธอเหนื่อยกับการต้องแบกรับความผิดบาปในโลกที่โหดร้ายนี่เต็มทนแล้วไม่ใช่หรือไง? ความจำที่ค่อยๆ แหว่งวิ่น ความหวาดระแวงที่กัดกินประสาทสัมผัส... เรามาจบเรื่องนี้กันดีกว่า แลกที่อยู่กันเถอะค่ะ”
รินก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะกับผนังห้องที่เย็นเยียบ กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองในห้องใต้ดินนี้ดูจะเข้มข้นขึ้นจนเธอกลั้นหายใจ “แลกเปลี่ยน... อย่างนั้นเหรอ? เธอต้องการชีวิตของฉัน เพื่อที่จะได้ออกไปใช้ชีวิตในฐานะฆาตกรที่ผลักน้องสาวตัวเองลงกระจกเมื่อสิบปีก่อนน่ะหรือ?”
เงาในกระจกหัวเราะเบาๆ เสียงของมันสั่นพร่าเหมือนคลื่นวิทยุที่ถูกรบกวน “ผิดแล้วค่ะ ริน... เธอต่างหากที่ผลักตัวเองลงไปในความมืดตั้งแต่วินาทีที่ตัดสินใจเลือกว่าจะจำแค่สิ่งที่อยากจำ เธอไม่คิดบ้างหรือคะว่าน้องสาวของเธอไม่ได้หายไปไหน แต่นางกำลัง ‘รอ’ อยู่ในนี้ ในที่ที่ฉันยืนอยู่... ในที่ที่ความจริงถูกแช่แข็งไว้”
บรรยากาศในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของรินที่เต้นรัวราวกับกลองรบ เธอเอื้อมมือไปคว้าแจกันเซรามิกบนโต๊ะข้างๆ แล้วเขวี้ยงใส่กระจกเต็มแรง!
*เพล้ง!*
เศษแก้วกระจายเกลื่อนพื้น แต่ภาพที่ควรจะหายไปกลับไม่ได้จางลง ซ้ำร้าย เงาในกระจกที่แตกละเอียดกลับทวีจำนวนขึ้น ทุกชิ้นส่วนของเศษกระจกบนพื้นสะท้อนภาพใบหน้าของรินที่กำลังบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและหวาดกลัว
“ศิลา!” รินตะโกนเรียกชื่อชายหนุ่มผู้เป็นจิตแพทย์ที่ยืนอยู่หลังประตูบานนั้น “คุณบอกว่ามันไม่มีอยู่จริง! คุณบอกว่ามันคือภาวะแตกแยกทางจิต! ออกมาช่วยฉันเดี๋ยวนี้!”
ประตูเปิดออกอย่างช้าๆ ศิลาเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาสวมแว่นตากรอบเงินที่สะท้อนแสงไฟสลัวๆ จนดวงตาของเขาดูเหมือนว่างเปล่าไร้ซึ่งก้นบึ้ง เขามองเศษกระจกที่เกลื่อนพื้นก่อนจะหันไปสบตากับรินอย่างใจเย็น
“ผมเตือนคุณแล้วใช่ไหมคะ ริน ว่าอย่าพยายามทำลายกระจก เพราะยิ่งคุณทำลายมันมากเท่าไหร่ พื้นที่ระหว่างคุณกับ ‘ตัวตนที่สอง’ ก็ยิ่งบางลงเท่านั้น” ศิลาขยับเนคไทอย่างใจเย็น เขาก้าวข้ามเศษกระจกโดยไม่หันไปมองมันเลยสักนิด “ข้อเสนอของเธอ... มันน่าสนใจไม่ใช่หรือคะ? การแลกเปลี่ยนที่อยู่ ไม่ใช่แค่ที่พักอาศัย แต่มันคือการแลกเปลี่ยน ‘ภาระทางจิตวิญญาณ’”
รินถอยกรูดไปจนมุมห้อง มือที่สั่นเทาของเธอเปื้อนเลือดจากการโดนเศษกระจกบาด “คุณเป็นพวกเดียวกับมัน... คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อรักษาฉัน แต่คุณมาเพื่อต้อนฉันให้จนมุม เพื่อให้ฉันยอมแลกที่อยู่กับปีศาจในกระจกนั่น!”
ศิลาหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น เขาหยิบภาพถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทแล้ววางลงบนโต๊ะกลางห้อง “ดูนี่สิคะ... นี่คือรูปถ่ายในวันที่เกิดเรื่อง คุณคิดว่าใครคือคนถือกล้อง?”
รินก้มมองภาพถ่ายนั้น หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น ในรูปเป็นภาพเด็กหญิงสองคนยืนอยู่ริมกระจกบานใหญ่ คนหนึ่งคือเธอ... ส่วนอีกคนคือน้องสาวที่เธอบอกว่าหายสาบสูญไป แต่สิ่งที่ทำให้เธอขนลุกซู่ไปทั้งร่างไม่ใช่ใบหน้าของเด็กหญิงทั้งสองคน หากแต่เป็น ‘เงา’ ในกระจกที่ปรากฏอยู่ในรูปถ่ายนั้นต่างหาก
ในรูปถ่าย... เงาในกระจกไม่ได้ลอกเลียนท่าทางของเด็กหญิงทั้งสอง แต่มันกำลัง ‘หันหลัง’ ให้กับพวกเธอ แล้วเดินหายเข้าไปในความมืดมิดของมิติหลังกระจกเพียงลำพัง
“รินคะ...” เสียงของศิลาดังอยู่ข้างใบหูของเธอโดยที่เธอไม่รู้ตัวว่าเขาเข้ามาใกล้ตั้งแต่เมื่อไหร่ “น้องสาวของคุณไม่ได้ถูกผลักตกกระจกหรอกค่ะ เธอแค่ ‘สลับที่’ กับเงาที่เฝ้ารอโอกาสมานาน... และตอนนี้ เธอก็พร้อมจะกลับมาแล้ว โดยที่มีคุณเป็นผู้เปิดประตูบานนั้นด้วยมือของตัวเอง”
รินตัวแข็งทื่อเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสเย็นเยียบที่ต้นคอ ไม่ใช่สัมผัสจากมือของศิลา แต่มันเป็นสัมผัสจากนิ้วมือที่เรียวยาวเหมือนกิ่งไม้แห้ง ซึ่งยื่นออกมาจากกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง—บานที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วน
“ถ้าเธอไม่ยอมแลก... งั้นฉันขอ ‘ยึด’ เลยแล้วกันนะคะ”
กระจกบานนั้นสั่นไหวอย่างรุนแรง ร่างของเงาในกระจกค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากพื้นผิวของแก้วที่กลายเป็นของเหลวหนืดสีดำ ศิลาเดินถอยหลังออกไปช้าๆ พลางหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาจดอะไรบางอย่างด้วยแววตาพึงพอใจ รินพยายามจะกรีดร้อง แต่ลำคอของเธอกลับถูกมือที่มองไม่เห็นรัดไว้อย่างแน่นหนา
ในวินาทีที่เงาเข้าใกล้จนใบหน้าของทั้งสองแทบจะรวมเป็นหนึ่งเดียว รินก็เหลือบไปเห็นเงาสะท้อนในดวงตาของมัน... ไม่ใช่ภาพตัวเธอเอง แต่เป็นภาพศิลาที่กำลังถือมีดสั้นเล่มหนึ่งไว้ในมือ เตรียมจะปักลงไปที่กลางหลังของใครบางคน—คนที่จะกลายเป็นรินตัวจริงหลังจากนี้
“อย่าเพิ่งฆ่ากันนะคะ...” ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนกำลังปลอบเด็กน้อย “ถ้าแลกที่กันไม่สำเร็จ... คนที่จะต้องอยู่ในกระจกไปตลอดกาล ก็คงไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจาก ‘คุณ’ สองคนนั่นแหละค่ะ”
รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสะท้อนในกระจกบานข้างๆ พลิกตัวกลับมา แล้วมันก็ไม่ได้มีแค่สองเงา แต่มันมีนับสิบเงาที่กำลังก้าวออกมาจากกระจกทุกบานในห้องนี้ พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ประสานกันจนดังสนั่นไปทั่วคฤหาสน์
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความบิดเบี้ยวนี้ไปกับกระจกเงาต้องสาปนะคะ
เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า•ตอนที่ 42
ข้อเสนอของเงา
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!