“ใบประกอบวิชาชีพของคุณ... ทำไมในฐานข้อมูลแพทยสภามันถึงขึ้นว่า 'ไม่พบข้อมูล' ล่ะคะ หมอศิลา”
รินวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ เสียงกระทบของมันเบาหวิว แต่สำหรับเธอ มันดังก้องราวกับเสียงปืนที่ลั่นไกในห้องที่เงียบสนิท เธอไม่ได้เงยหน้ามองอีกฝ่าย แต่จดจ้องเพียงรอยนิ้วมือบนหน้าจอที่เพิ่งจะเช็ดออกไปหมาดๆ
ศิลาไม่ได้สะดุ้ง เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังตัวเดิม มือข้างหนึ่งถือแก้วชาที่เริ่มเย็นชืด เขาส่งยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนจะอบอุ่น แต่ในสายตาของรินวันนี้ มันกลับดูเหมือนหน้ากากที่กำลังร้าวราน
“คุณกำลังเล่นเกมสืบสวนสอบสวนอีกแล้วนะคะ ริน” เขาวางแก้วลงช้าๆ จังหวะการเคลื่อนไหวของเขาสุขุมจนน่าขนลุก “ความจำของคุณมักจะสร้างเรื่องราวที่บิดเบี้ยวเพื่อปกป้องตัวเองเสมอ คุณลืมไปแล้วหรือว่าทำไมคุณถึงต้องมานั่งที่นี่”
“อย่าเลี่ยงคำถามค่ะ” รินเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอไหวระริกด้วยความโกรธที่พยายามสะกดไว้ “ฉันเช็กกับมหาวิทยาลัยที่เขาระบุไว้ในโปรไฟล์แล้ว ไม่มีชื่อ ‘ศิลา เวชภัณฑ์’ ในสารบบนักศึกษาแพทย์รุ่นนั้นเลย ไม่มีใครรู้จักคุณ ไม่มีอาจารย์คนไหนเคยสอนคุณ... คุณเป็นใครกันแน่?”
ศิลานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เงาจากโคมไฟตั้งโต๊ะทาบทับใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่ง ทำให้ดวงตาที่เคยดูใจดีกลายเป็นความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง เขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย จนรินได้กลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าและกลิ่นอายเย็นเยียบของกระจกที่เธอคุ้นเคยจากห้องใต้ดินในฝัน
“การเป็นหมอ มันไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตหรอกครับ... ถ้าคนไข้เชื่อว่าผมรักษาเขาได้” เขาเว้นจังหวะ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป มันแหบพร่าและเย็นชาขึ้น “คุณคิดจริงๆ หรือว่าความทรงจำที่หายไปของคุณน่ะ เป็นเพราะอาการทางจิต? ริน... คุณไม่เคยป่วย คุณแค่ถูก 'ปิดกั้น'”
หัวใจของรินเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความกลัวที่ซ่อนอยู่ใต้ความสงสัยเริ่มกัดกินความมั่นใจของเธอ “คุณพูดเรื่องอะไร... ปิดกั้นอะไร”
“คุณเคยถามถึงกระจกบานที่เก้าใช่ไหม?” ศิลาลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งของเขากดดันให้รินต้องขยับถอยหลังไปจนติดผนังห้อง เขาเอื้อมมือไปแตะที่กรอบรูปบนผนังที่ว่างเปล่า รอยนิ้วมือของเขาขยับไปตามกรอบราวกับกำลังสัมผัสกับอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครมองเห็น “คุณไม่ได้มาหาหมอเพื่อรักษา แต่คุณมาที่นี่เพื่อให้ผมช่วย 'ต้อน' คุณกลับเข้าไปในกระจกไงล่ะ”
รินตัวสั่นเทา เธอพยายามคว้าโทรศัพท์มือถือที่อยู่บนโต๊ะ แต่ศิลาไวกว่า เขาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น ผิวสัมผัสของเขาร้อนจัดราวกับไฟ ไม่ใช่ไอเย็นอย่างที่เธอคาดคิด
“คุณไม่ใช่หมอ... คุณคือตัวตนที่สองของฉันใช่ไหม?” รินถามออกไป เสียงของเธอสั่นเครือ “คุณคือคนที่พยายามจะกลืนกินฉัน ตั้งแต่วันที่ฉันเริ่มจำได้ว่าตัวเองเป็นใคร”
ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น รินรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่ข้อมือ เมื่อเธอเหลือบมองไปที่กระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง—บานที่เธอคิดว่ามันว่างเปล่า—ทว่าในเงาสะท้อนนั้น รินไม่ได้เห็นภาพของตัวเองกำลังถูกศิลาจับข้อมืออยู่ แต่เธอเห็นเพียงภาพของตัวเองที่กำลังยืนเคว้งคว้างอยู่คนเดียว ในห้องที่ปราศจากหมอศิลา
ความจริงที่เย็นเฉียบไหลซ่านไปทั่วร่าง ศิลาไม่มีเงาในกระจก... หรือแท้จริงแล้ว คนที่ไม่มีตัวตนในโลกความเป็นจริงนี้ คือ 'เธอ' เอง
“ริน... ดูให้ดีสิ” ศิลาขยับเข้ามาใกล้จนริมฝีปากของเขาแตะที่ใบหูของเธอ “คุณจำได้ไหมว่าทำไมในบันทึกของคุณถึงมีลายมือสองแบบ? เพราะหมอศิลาคนนี้ ไม่ได้เพิ่งมาเป็นหมอของคุณ... แต่เขานั่งอยู่ตรงนี้ ในหัวของคุณ ตั้งแต่วันที่กระจกบานนั้นแตกละเอียดแล้ว”
ทันใดนั้น เสียงกระจกแตกดังสนั่นหวั่นไหวมาจากที่ไหนสักแห่งในความทรงจำของเธอ รินหลับตาแน่นด้วยความเจ็บปวด เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ห้องทำงานที่เคยดูโอ่อ่ากลับกลายเป็นห้องขังที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและรอยขีดข่วนบนกำแพง ในมือของเธอไม่ได้ถือแท็บเล็ตอีกต่อไป แต่เป็นเศษกระจกคมกริบที่อาบไปด้วยเลือดสดๆ ศิลายืนอยู่ตรงหน้าเธอ แต่มือของเขากลับกลายเป็นเงาดำมืดที่กำลังรัดพันลำคอของเธอเอง
“ยินดีต้อนรับกลับสู่ความเป็นจริง... ตัวฉัน”
กระจกเงาต้องสาปขอบคุณที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดนี้ไปพร้อมกันนะคะ
เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า•ตอนที่ 21
คำโกหกของหมอศิลา
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนเร้น: บันทึกปริศนาหลังกระจกบานที่เก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!