กระดาษไขแผ่นใหญ่ยักษ์ถูกกระชากออกจากบอร์ดด้วยแรงอารมณ์ จนเสียงแคว่กดังบาดห้วงความเงียบในห้องประชุมใหญ่ ธันวาไม่ได้แค่หยิบแปลนลับชิ้นนั้นไปโชว์ แต่เขากำลังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของทีมเราลงบนพื้นพรมราคาแพง
"แปลนนี้ถูกรีเซ็ตใหม่ทั้งหมดตั้งแต่วินาทีที่ผมเห็นมันบนโต๊ะทำงานของคุณรินรดา" ธันวายิ้มเยาะ มุมปากหยักลึกด้วยความสะใจ ดวงตาคมปลาบกวาดมองผลงานของฉันที่ถูกกางหราต่อหน้าคณะกรรมการบริหาร
บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงในพริบตา อคิราห์หันขวับไปมองหน้าธันวาก่อนจะหันกลับมามองรินรดาด้วยสายตานิ่งงันที่เต็มไปด้วยคำถาม ขณะที่รินรดาหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อตรรกะในหัวกำลังตีรวน แปลนลับที่เธอกับอคิราห์เพิ่งถกเถียงกันเมื่อครู่วิ่งวนอยู่ในหัวเป็นล้านรอบ หลุดรอดออกไปถึงมือคู่แข่งได้อย่างไร!
"คุณธันวาคะ..." ฉันเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงความนิ่งสงบกลับมาท่ามกลางพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ "การที่ไอเดียมันบังเอิญคล้ายกัน ไม่ได้แปลว่าคุณมีสิทธิ์เอาชิ้นงานที่ยังไม่สมบูรณ์ของคนอื่นมาพรีเซนต์เป็นผลงานตัวเองนะคะ มารยาททางธุรกิจขั้นพื้นฐาน... คุณทำหล่นหายไว้ที่ใต้โต๊ะทำงานของใครหรือเปล่าคะ?"
ธันวาหัวเราะหึในลำคอ สีหน้าเย่อหยิ่งไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับคำเหน็บแนมแม้แต่น้อย "คำก็ก๊อป สองคำก็ขโมย ระวังปากหน่อยเถอะครับคุณรินรดา คนเราถ้าฝีมือมันไม่ถึง ก็มักจะหาข้ออ้างแบบนี้แหละ แปลนนี้ผมร่างขึ้นมาเองกับมือตั้งแต่วันศุกร์ มีไฟล์ต้นฉบับยืนยันเวลาชัดเจน อยากดูไหมล่ะครับ?"
"ไฟล์ต้นฉบับบ้าบออะไรล่ะคะ! เส้นสเกตช์มุมนั้นมันคือรอยปากกาเมจิกที่ฉันทำหกเลอะไว้เมื่อวานซืนต่างหาก ถ้าคุณจะขโมย... ช่วยเนียนกว่านี้หน่อยเถอะค่ะ ทุเรศไปหน่อย!" ฉันตบโต๊ะเสียงดังลั่น ห้องประชุมทั้งห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน
อคิราห์ที่นั่งเงียบมาตลอดไม่ปริปากพูดสักคำ ใบหน้าคมคายดุดันราวกับรูปปั้นหินแกรนิต ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองระหว่างธันวากับฉันสลับไปมาอย่างพิจารณา เขาไม่ได้เข้าข้างฉัน แต่ก็ไม่ได้เออออตามธันวา ความนิ่งเงียบของเขานี่แหละที่บั่นทอนหัวใจฉันยิ่งกว่าคำด่า
"พอ." เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงพยางค์เดียว แต่อำนาจกดดันมหาศาลทำให้ทุกคนในห้องต้องหุบปากฉับ อคิราห์ประสานมือไว้บนโต๊ะ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางผ่อนคลายอย่างน่ากลัว
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะที่กางแปลนเจ้าปัญหาอยู่ ชายหนุ่มก้มลงพิจารณาลายเส้นบนกระดาษอย่างละเอียด ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนเส้นโค้งของแปลนอินทีเรียร์ที่เชื่อมต่อกับโครงสร้างหลัก นิ้วของเขาเคาะเบาๆ เป็นจังหวะ สมาธิของเขาพุ่งตรงไปที่ชิ้นงานจนไม่มีใครกล้าหายใจแรง
ฉันยืนกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ หัวใจเต้นโครมครามด้วยความหวาดหวั่น ถ้าอคิราห์เชื่อธันวา... จบกัน ชีวิตการทำงานของฉันในโปรเจกต์นี้คงจบลงแค่นี้ แถมยังต้องแบกรับข้อหาขโมยผลงานอีก
"เส้นตรงนี้..." อคิราห์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยไร้ระลอกคลื่น "การวางองศาของมุมมองเปิดโล่งรับแสงธรรมชาติ มันไม่ได้ถูกคำนวณจากสูตรมาตรฐานทั่วไป"
ธันวายิ้มกริ่ม รีบแทรกขึ้นทันที "เห็นไหมครับคุณคิน ขนาดสถาปนิกหลักยังดูออกว่ามันเป็นงานที่ใช้สูตรมั่วๆ ขาดความ..."
"หุบปาก." อคิราห์หันไปตวัดสายตาคมกริบใส่ธันวาเพียงแวบเดียว แต่อีกฝ่ายถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึือกใหญ่และยอมถอยหลังไปหนึ่งก้าว
สถาปนิกหนุ่มหันกลับมามองหน้าฉัน แววตาที่มองมาในเสี้ยววินาทีนั้นซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา มันมีความไม่พอใจ มีความเคลือบแคลง... และประกายระยิบระยับบางอย่างที่วับผ่านไปอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะจับต้องได้
"มันคือลายมือของรินรดา" อคิราห์พูดเสียงเรียบ แต่ถ้อยคำกลับทำให้ห้องประชุมแทบหยุดหมุน "รอยหักมุมสิบห้าองศานี้... เป็นเทคนิคเฉพาะตัวที่เธอใช้แก้ปัญหาพื้นที่แคบในโปรเจกต์เก่าที่ปารีส ไม่มีทางที่คนนอกจะลอกเลียนแบบน้ำหนักมือแบบนี้ได้ ถ้าไม่ได้นั่งมองเธอสเกตช์อยู่ตรงหน้า"
ฉันเบิกตากว้าง หันขวับไปมองเขาด้วยความประหลาดใจ เขา... จำลายมือฉันได้แม่นขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?
อคิราห์หันไปสบตากับคณะกรรมการบริหาร สีหน้าของเขากลับมาเยือกเย็นและทรงอำนาจอีกครั้ง "แปลนนี้เป็นของรินรดาจริง และต่อให้คุณธันวาจะพยายามก๊อปปี้มันออกมาได้สมบูรณ์แบบแค่ไหน... คุณก็ไม่มีทางเข้าใจ 'จิตวิญญาณ' ของงานชิ้นนี้หรอก เพราะคุณมันแค่นักลอกการบ้านที่ไม่มีปัญญาคิดเอง"
"คุณคิน! พูดแบบนี้หมายความว่าไง!" ธันวาหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกหักหน้าต่อหน้าผู้บริหาร
"หมายความว่าคุณไสหัวออกไปจากห้องประชุมนี้ได้แล้วครับ ก่อนที่ผมจะให้ฝ่ายกฎหมายฟ้องข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา" อคิราห์เอ่ยเสียงเฉียบขาด ไร้ซึ่งไมตรีจิตใดๆ ทั้งสิ้น
ธันวากัดฟันกรอด เก็บเอกสารบนโต๊ะยัดใส่แฟ้มด้วยความโมโหจัด ก่อนจะหันมาถลึงตาใส่ฉันแล้วกระแทกเท้าเดินออกไปจากห้องเสียงดังสนั่น
เมื่อประตูห้องประชุมปิดลง ความกดดันก็คลายตัวลงบ้างเล็กน้อย แต่ความเงียบยังคงปกคลุม คณะกรรมการทยอยเดินออกไปจนเหลือเพียงฉันกับอคิราห์สองคนในห้องกว้าง
ฉันยืนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติ กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำขอบคุณที่เขาช่วยกู้หน้าให้ แต่ริมฝีปากหยักลึกของอีกฝ่ายกลับขยับพูดตัดหน้าเสียก่อน
"อย่าเพิ่งใจลอยดีใจไปล่ะคุณอินทีเรียร์" อคิราห์ก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟเข้มๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนฉันต้องผถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ
"คะ... คุณคิน จะทำอะไรคะ ถอยไปเลยนะ" ฉันยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้ แต่คนตัวโตกว่ากลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่ข้างแก้ม
"งานออกแบบชิ้นแรกของคุณมีจุดบกพร่องตั้งสามจุดใหญ่ๆ ที่ผมยังไม่ประทับใจ" อคิราห์กระซิบเสียงต่ำชิดริมฝีปาก ดวงตาสีเข้มพินิจพิเคราะห์ใบหน้าฉันใกล้เสียจนเห็นแพขนตาดกหนา "แต่ยอมรับเถอะ... ว่าคุณมีของจริงๆ อย่างที่ปากเก่งใส่ผมเมื่อวาน"
"รู้ตัวก็ดีแล้วค่ะ งั้นช่วยกรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยค่ะ ฉันหายใจไม่ออก" ฉันเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เคมีบ้าบออะไรเนี่ย ทำไมเวลาผู้ชายคนนี้ดุถึงได้น่ากลัว แต่พอดุใกล้ๆ แบบนี้แล้วมัน... อันตรายต่อหัวใจเป็นบ้า!
อคิราห์ไม่ยอมถอย เขายื่นมือหนามาวางทาบบนกระจกข้างศีรษะฉัน กักตัวฉันไว้ในอ้อมแขนกลายๆ ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาอีกนิดจนปลายจมูกของเราแทบจะชนกันอยู่รำไร
"แต่เรื่องที่แปลนนี้หลุดไปถึงมือธันวาได้ยังไง..." เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบแผ่วเบaอยู่ริมฝีปากฉัน "ผมว่าเราคงต้องเคลียร์กันยาว... ในห้องทำงานส่วนตัวของผม 'สองต่อสอง'"
ดวงตาคมกริบของเขาหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังค้นหาความจริงบางอย่าง ทว่าก่อนที่ฉันจะได้อ้าปากเถียง ประตูห้องประชุมที่ควรจะปิดสนิท กลับถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างแรง พร้อมกับเสียงตื่นตระหนกของเลขาหน้าห้องที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาตะโกนลั่น
"คุณคินคะ! แย่แล้วค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานก่อสร้างโซน B คานเหล็กหลักเกิดร้าว... และ... และมีคนติดอยู่ข้างในค่ะ!"
ดาวตกคืนคริสต์มาส
แปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ•ตอนที่ 3
สงครามบนโต๊ะดราฟต์
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!