"ถ้าแปลนของคุณรินมันมีรูโหว่ขนาดนี้ เอาเวลาไปนั่งร้อยมาลัยขายหน้าไซต์ยังจะมีประโยชน์เสียกว่านะคะคุณสถาปนิก"
น้ำเสียงเย้ยหยันพร้อมรอยยิ้มมุมปากของธันวาที่ลอยข้ามโต๊ะประชุมชั่วคราวกลางไซต์งานสร้างความรู้สึกคันยิบๆ ที่ฝ่ามือของรินรดาได้เป็นอย่างดี เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ รอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษถูกส่งกลับไปให้ชายหนุ่มผู้เป็นคู่แข่งทางการค้าทันที
"ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะคุณธันวา แต่พอดีว่ารินชอบงานออกแบบที่มีมิติมากกว่างานลอกแบบคนอื่นเขา... อ้อ ส่วนเรื่องร้อยมาลัย ถ้าคุณธันวาว่างมาก รินยินดีช่วยหาทุนให้เริ่มต้นธุรกิจนะคะ เผื่อว่าจะเลิกตามก้นโปรเจกต์คนอื่นเขาสلเสียที"
"ปากเก่งนักนะ..." ธันวาหรี่ตามองอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปยังทิศทางอื่นเมื่อร่างสูงโปรดของอคิราห์เดินเข้ามาสมทบพอดี
บรรยากาศในเต็นท์พักคนงานชั่วคราวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เมฆฝนตั้งเค้าทะมึนสีเทาเข้มด้านนอกส่งเสียงคำรามครืนใหญ่ ลมกระโชกแรงพัดเอาฝุ่นผงฟุ้งกระจายจนต้องปิดหน้าต่างผ้าใบแทบไม่ทัน สภาพอากาศวิปริตราวกับใจของรินรดาที่กำลังปั่นป่วนเพราะสายตาคมกริบของอคิราห์ที่มองตรงมา
"เถียงกันอีกแล้วเหรอครับ... อ้ะ หมายถึง เถียงกันอีกแล้วเหรอคะ" อคิราห์ชะงักเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้สรรพนามคุ้นชิน แต่ใบหน้าคมคายยังคงนิ่งสนิทตามสไตล์สถาปนิกเจ้าระเบียบ "ถ้าพลังงานเหลือเฟือ เอาไปตรวจความเรียบร้อยของโครงสร้างเหล็กโซน C ดีกว่าไหมครับ ฝนกำลังจะตกหนัก เกรงว่าวัสดุจะไม่ปลอดภัย"
"รินเพิ่งตรวจไปเมื่อสิบนาทีที่แล้วค่ะคุณคิน หรือถ้าคุณคินอยากตรวจซ้ำเพื่อความสบายใจ เชิญเดินไปตากฝนคนเดียวได้เลยนะคะ รินไม่ได้ว่างขนาดนั้น" รินรดาลอยหน้าลอยตาตอบ พลางเก็บม้วนกระดาษแปลนลงกระบอกใส่เอกสารอย่างไม่ยี่ห่าว
"รินรดา!" อคิราห์ขมวดคิ้วมุ่น น้ำเสียงเข้มขึ้นจนคนฟังต้องแอบเบะปาก "ดื้อไม่เข้าเรื่อง เดี๋ยวฝนก็เทลงมาแล้ว โครงสร้างชั่วคราวยังไม่ได้ยึดน็อตตัวสุดท้ายให้แน่นหนา ถ้าเกิดพายุเข้าแล้วโครงสร้างสะเทือนขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ"
"ก็คุณคินเป็นสถาปนิกคุมงานนี่คะ หน้าที่ความรับผิดชอบก็..."
*โครม!*
เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่สนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยแรงลมพายุหมุนขนาดย่อมที่พัดกระโชกเข้าใส่เต็นท์พักคนงานอย่างจัง แรงลมมหาศาลซัดเอาโครงสร้างเหล็กชั่วคราวและแผ่นไม้กระดานด้านนอกล้มระเนระนาด เสียงข้าวของกระแทกกันดังสนั่นหวั่นไหว
"ระวัง!"
อคิราห์พุ่งตัวเข้าไปหารินรดาด้วยสัญชาตญาณ แรงปะทะของร่างหนาทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งลงไปกับพื้นดินปนทราย ร่างบางของรินรดาถูกโอบกอดไว้ด้วยอ้อมแขนแข็งแกร่งที่พยายามปกป้องเธอจากเศษไม้และเหล็กที่ปลิวว่อน แผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มรับแรงกระแทกจากเสาเหล็กที่ล้มลงมาเฉียดฉิวจนเกิดเสียงดังสนั่น
"อึก..." อคิราห์ครางต่ำในลำคอด้วยความเจ็บปวด
"คุณคิน! คุณคินเป็นยังไงบ้างคะ!" รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวและตื่นตระหนก มือเรียวรีบสัมผัสตามลำตัวของอีกฝ่ายเพื่อสำรวจความเสียหายท่ามกลางฝนที่เริ่มสาดส่องเข้ามาทางรอยแยกของเต็นท์
อคิราห์ซบหน้าลงกับลาดไหล่ของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ตรงซอกคอขาวผ่อง ความใกล้ชิดที่แนบ
ชิดจนแทบไม่มีช่องว่างทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นฝนและฝุ่นดินชวนให้ใจสั่นระทึกอย่างห้ามไม่อยู่
"เจ็บไหมคะ... ไหนรินดูซิ โดนตรงไหนหรือเปล่า" น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความถือดีเมื่อครู่สั่นเครือเล็กน้อย ความห่วงใยที่ฉายชัดผ่านแววตาและสัมผัสสั่นเทานั้นทำให้อคิราห์ที่ซบอยู่ถึงกับมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย—อย่างน้อยก็ในมุมที่รินรดาไม่มีโอกาสได้เห็น
"เจ็บครับ... เจ็บหลังมากเลย" อคิราห์แกล้งทำเสียงอ่อนแรง ใบหน้าคมคายซุกซบอยู่กับต้นคอของเธอแน่นขึ้นจนรินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวเนื้อ "สงสัยกระดูกจะหัก ขยับไม่ได้เลยครับคุณอินทีเรียร์คนเก่ง"
"วะ... ว่ายังไงนะคะ กระดูกหักเลยเหรอ! ตายแล้ว ทำยังไงดีคะเนี่ย โทรเรียกรถพยาบาลเร็วสิ!" รินรดาลนลานจนทำอะไรไม่ถูก มือไม้สั่นเทาพยายามจะควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต แต่ติดตรงที่อคิราห์ยังคงนอนทับและกอดเธอไว้แน่นเสียจนขยับเขยื้อนไม่ได้
"กอดแน่นขนาดนี้... จะหยิบโทรศัพท์ยังไงล่ะครับ" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเจือความเจ้าเล่ห์นิดๆ ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเจ็บปวดปลอมๆ
รินรดาชะงักกึก เธอเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่นอนทับอยู่ ท่ามกลางความสลัวและเสียงฝนตกกระหน่ำด้านนอก ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น สายตาคมกริบที่มองตรงมาเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่ทำให้อุณหภูมิบนพวงแก้มของเธอพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
"คุณคิน... คุณไม่ได้เป็นอะไรมากนี่คะ! แกล้งรินเหรอ!"
"ไม่ได้แกล้งครับ เจ็บจริงๆ แต่..." อคิราห์เว้นจังหวะ ปลายนิ้วเรียวแกร่งเอื้อมขึ้นปัดปอยผมที่เปียกชื้นแนบแก้มเนียนของเธอออกอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบาที่อบอุ่นและอ่อนโยนจนน่าประหลาดทำเอาคำต่อว่าทั้งหมดกลืนหายลงไปในลำคอ "แต่พอเห็นคุณตกใจจนหน้าซีดเมื่อกี้... ผมคิดว่าแลกกับแผ่นหลังนี่ก็คุ้มดีนะครับ"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน เคมีและความใกล้ชิดแบบแนบเนื้อนี้มันอันตรายเกินไปแล้วสำหรับหัวใจที่พยายามตั้งกำแพงมาตลอด
"คนฉวยโอกาส..." เธอพึมพำเสียงเบา หลบสายตาคมคายคู่นั้นด้วยความเขินอายที่ปิดไม่มิด
อคิราห์หัวเราะในลำคอเบาๆ เขายังคงไม่ยอมขยับตัวไปไหน ปล่อยให้ร่างแนบชิดกันอยู่บนพื้นท่ามกลางเสียงพายุที่โหมกระหน่ำด้านนอก ก่อนที่สายตาคมจะเหลือบไปเห็นเงาร่างใครบางคนกำลังเดินฝ่าสายฝนเข้ามาใกล้เต็นท์พักงานชั่วคราว พร้อมกับเสียงเคาะผ้าใบดังปังๆ และเสียงตะโกนเรียกชื่อ
"คุณคิน! คุณริน! อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ!"
ร่างของธันวาโผล่พรวดเข้ามาทางรอมผ้าใบที่เปิดอ้า พร้อมกับสภาพเปียกปอนราวกับลูกสุนัขตกน้ำ และภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งกำลังคร่อมทับอินทีเรียร์สาวคนสวยในท่าทางที่ชวนคิดไปไกลลิบ
อคิราห์ชะงัก สายตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที เขายันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว บังร่างของรินรดาไว้ครึ่งหนึ่งเพื่อไม่ให้ธันวาได้มองเห็นความสนิทสนมเมื่อครู่ชัดเจนเกินไป
"เข้ามาทำไมไม่ให้สัญญาณครับคุณธันวา" อคิราห์เอ่ยเสียงเรียบ ตวัดสายตามองคู่แข่งนัยน์ตาคมดุ
ธันวาอ้าปากค้าง กวาดสายตามองทั้งสองคนสลับกันไปมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเปียกฝน ก่อนจะหัวเราะหึๆ ในลำคอ
"ผมแค่วิ่งมาดูว่ารอดชีวิตกันหรือยัง... แต่ดูท่าทางแล้ว ผมคงมาขัดจังหวะสำคัญสินะครับเนี่ย" ธันวาเว้นวรรค ปรบมือเบาๆ สองที "ว่าแต่... แปลนที่ผมทักท้วงไปเมื่อกี้ ถ้ายังแก้ไม่เสร็จ ระวังหลังคาจะพังทับหัวลงมาจริงๆ นะครับคุณรินรดา... หรือว่าตอนนี้มัวแต่ห่วงเรื่องอื่นมากกว่าแปลนกันแน่ล่ะครับ?"
อคิราห์ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รังสีความกดดันแผ่ซ่านรอบตัวจนธันวาต้องหุบยิ้ม "เรื่องแปลนเดี๋ยวผมจัดการเอง ส่วนเรื่องของคุณ... ถ้ายังไม่อยากโดนผมไล่ออกจากไซต์ เชิญออกไปรอข้างนอกครับ"
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคออย่างหมั่นไส้ ก่อนจะหันหลังเดินกลับออกไป ทิ้งให้บรรยากาศภายในเต็นท์กลับมาอึดอัดอีกครั้งด้วยความเงียบและเสียงฝน
รินรดาลุกขึ้นยืนปัดเศษฝุ่นตามเสื้อผ้า หัวใจยังคงเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอเงยหน้าขึ้นมองอคิราห์ที่ยืนนิ่ง สีหน้าของชายหนุ่มดูเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินคำพูดของธันวา
"คุณคิน..." รินรดาเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว
แต่อคิราห์ยังไม่ทันได้ตอบอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเขาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นความตกใจระคนเคร่งเครียดทันที
"ว่ายังไงนะ... เกิดเรื่องที่ไซส์หลักเหรอ!" อคิราห์กรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ด้วยความร้อนรน ก่อนจะวางสายแล้วหันมามองรินรดาด้วยแววตาที่ทำให้เธอนิ่งงันไป
"เกิดอะไรขึ้นคะคุณคิน?"
"คนงานโทรมาบอกว่า... แบบแปลนโซนหลักที่ส่งตรวจเมื่อเช้า ถูกสลับตัวจริงกับแปลนปลอมที่มีรอยแก้โครงสร้างพังทับซ้อนกัน และตอนนี้..." อคิราห์สูดหายใจเข้าลึก ดวงตาสีเข้มฉายแววอันตราย "ตำรวจกำลังจะเข้าตรวจค้นไซต์งานเรา เพราะมีคนแจ้งว่าเราใช้วัสดุผิดสเปกจนอาจเกิดอันตรายร้ายแรง!"
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด แปลนโซนหลักอยู่ที่โต๊ะทำงานของเธอและอคิราห์เท่านั้น ใครกันที่กล้าเข้ามาสับเปลี่ยนมันท่ามกลางความชุลมุนนี้!
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับตัวละครเสมือนอยู่ในเหตุการณ์เดียวกันนะคะ!)
— ดาวตกคืนคริสต์มาส
แปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ•ตอนที่ 9
พายุเข้าไซต์งาน
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!