เสียงแคิกของแก้วกาแฟเซรามิกสีดำสนิทที่ถูกกระแทกกระทั้นลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสอย่างแรง ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ แต่มันคือสาส์นเตือนภัยระดับเรดโค้ดที่รินรดาอ่านมันออกตั้งแต่ทิศทางลมยังไม่เปลี่ยน
"แก้ใหม่ทั้งหมดค่ะคุณอคิราห์" น้ำเสียงของอินทีเรียร์สาวสะบัดขึ้นเล็กน้อย เจือความหงุดหงิดที่อัดอั้นมาตั้งแต่รอบพรีเซนต์โปรเจกต์มหาประลัยช่วงบ่าย "แปลนบิวท์อินตรงผนังฝั่งตะวันตกที่คุณขีดเส้นแดงสั่งแก้เนี่ย ถ้าฉันทำตามที่คุณต้องการ พื้นที่ใช้สอยมันจะหายไปสิบเปอร์เซ็นต์เต็มๆ และที่สำคัญที่สุด... มันขัดกับหลักสรีรศาสตร์แบบที่คนมีสมองปกติเขาไม่ทำกันค่ะ"
อคิราห์เงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต แว่นสายตาไร้กรอบที่สวมอยู่ขับเน้นให้ดวงตาคมปลาบของสถาปนิกหนุ่มดูเยียบเย็นและดุดันขึ้นเป็นเท่าตัว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเข้ารูปขยับตัวพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างเกียจคร้าน แต่มุมปากกลับยกยิ้มหยันที่เห็นแล้วชวนให้อยากเอาแฟ้มแบบแปลนฟาดหน้าเขาสักที
"คนมีสมองปกติเขาไม่เถียงสถาปนิกผู้ควบคุมโปรเจกต์อย่างไร้เหตุผลแบบคุณหรอกนะรินรดา" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความเย่อหยิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ "ผมไม่ได้จ้างคุณมาเพื่อต่อรอง ผมจ้างคุณมาเพื่อทำตามแบบแปลนที่ผ่านการคำนวณโครงสร้างมาแล้วอย่างแม่นยำ ไม่ใช่ใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสินความงามแบบเด็กอมมือ"
"เด็กอมมือเหรอคะ!" รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความมั่นใจและศักดิ์ศรีในฐานะหัวหน้าทีมอินทีเรียร์พุ่งทะยานจนแทบจะคว้าไม้บรรทัดเหล็กมาฟาดโต๊ะ "ผลงานรางวัลระดับประเทศเมื่อปีที่แล้วของฉันมันไปแปะอยู่บนหน้าผากคุณรึไง ถึงได้ตาบอดมองไม่เห็นความคุ้มค่าของพื้นที่ใช้สอยที่คุณกำลังจะทำลายมันด้วยอีโก้เฮงซวยนี่!"
บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่เดือดระอุขึ้นในพริบตา เคมีระหว่างคนทั้งคู่มักจะเป็นแบบนี้เสมอ—เหมือนไฟกับน้ำมันที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างรอบตัวให้มอดไหม้ แต่ลึกๆ แล้ว ใครจะรู้ว่าความเกรี้ยวกราดนี้มันซ่อนความหวั่นไหวอะไรเอาไว้บ้าง หากแต่ก่อนที่อคิราห์จะได้สวนกลับด้วยประโยคเจ็บแสบตามสไตล์ของเขา เสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ทั้งคู่ชะงัก รินรดาปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย ขณะที่คิ้วเข้มของอคิราห์ขมวดมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะในยามที่กำลังต่อปากต่อคำอย่างสนุกปาก
"เข้ามา" อคิราห์เอ่ยเสียงห้วน
ประถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างเพรียวระหงในชุดเดรสผ้าไหมสีเอิร์ธโทนดูเรียบหรู ใบหน้ารูปไข่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา ดวงตากลมโตและรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ที่ส่งตรงมายังชายหนุ่มหลังโต๊ะทำงานทำให้อากาศในห้องเหมือนจะเบาบางลงไปถนัดตา
"สวัสดีค่ะคิน... ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"
น้ำเสียงหวานใสที่เอ่ยทักทายนั้นทำให้อคิราห์ชะงักค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น ก่อนที่ความเย็นชาจะถูกดึงกลับมาสวมทับใบหน้าไวเสียยิ่งกว่าการเปลี่ยนหน้ากาก
รินรดากวาดสายตามองผู้มาใหม่ด้วยสัญชาตญาณดิบของผู้หญิง ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้สวยธรรมดา แต่มีความละมุนและคุ้นเคยบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอ รัศมีบางอย่างที่บอกชัดเจนว่าหล่อนไม่ใช่แค่นักธุรกิจทั่วไปที่เดินหลงเข้ามาในบริษัท
"พิมพ์มาทำไมที่นี่" อคิราห์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาไม่ได้ราบเรียบเหมือนเคย แต่มันเจือความตึงเครียดและความกระอักกระอ่วนที่รินรดานับว่าแปลกตา เพราะตลอดเวลาที่ทำงานร่วมกันมา เธอไม่เคยเห็นผู้ชายปากร้ายคนนี้แสดงอาการตั้งกำแพงขั้นสุดแบบนี้กับใครมาก่อนเลย
พิมพ์ชนกก้าวเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ หล่อนส่งยิ้มหวานให้รินรดาก่อนจะหันกลับไปหาอคิราห์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง "พิมพ์แค่วิเคราะห์โปรเจกต์ใหม่ของบริษัทเรา แล้วบังเอิญรู้ว่าคินมารับงานดูแลตึกนี้... พิมพ์ก็เลยแวะมาทักทาย ในฐานะ 'คนเคยรู้จัก' ที่ไม่ได้เจอกันนานไงคะ"
คำว่า *คนเคยรู้จัก* ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ทิ้งแรงกระแทกเบาๆ แต่บาดลึกไว้ในความรู้สึกของรินรดาโดยที่เจ้าตัวก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงต้องรู้สึกหน่วงในอกแปลกๆ อินทีเรียร์สาวก้าวถอยหลังมาหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง ปลดปล่อยสถานการณ์ให้สองคนนั้นเผชิญหน้ากันตามลำพัง
อคิราห์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายของเขาเกร็งแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อกระดูกขาวโพลน ปมในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ใต้กองงานและมาดนิ่งขรึม ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งโดยคนที่เขายากจะเจอหน้ามากที่สุดในชีวิต
"เราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันอีกแล้วพิมพ์" อคิราห์พ่นคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและเย็นเยียบจนน่ากลัว "ถ้าไม่มีธุระเรื่องงาน ก็เชิญกลับไปซะ"
พิมพ์ชนกยิ้มรับความใจร้ายนั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน หล่อนก้าวเข้าไปประชิดชายหนุ่มอีกนิด เอื้อมมือเรียวจะแตะที่แขนเสื้อสูทของเขาแต่วันนี้อคิราห์ไวกว่า เขาขยับตัวหลบราวกับรังเกียจสัมผัสนั้นเสียเต็มประดา
"อย่าใจร้ายกับพิมพ์นักเลยคิน..." หญิงสาวกระซิบแผ่วเบา แต่ความเงียบในห้องทำให้ทุกคนได้ยินชัดเจน "เรื่องเมื่อสามปีก่อน... พิมพ์ยังจำมันได้ดี และพิมพ์ก็รู้ว่าคินเองก็ยังลืมมันไม่ได้เหมือนกัน"
รินรดากลืนน้ำมันลายเหนียวหนืดลงคอ สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่นว่าเธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางสนามรบของอดีตที่ยังไม่ตาย เธอกำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องเพื่อหลีกทางให้ความเป็นส่วนตัวของคนทั้งคู่ แต่ประโยคถัดมาของพิมพ์ชนกกลับทำให้ฝ่าเท้าของเธอหยุดชะงักค้างอยู่กับที่ทันที
"หรือว่า... ที่คินยอมมารับโปรเจกต์นี้ร่วมกับอินทีเรียร์คนนี้ ก็เพราะเธอหน้าตาคล้ายกับพิมพ์... จนคินเอามาใช้เป็นตัวแทนแก้แค้นความผิดหวังในอดีตกันแน่คะ?"
รินรดาหันขวับกลับมามองหน้าอคิราห์ทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยวระคนกัน ขณะที่อคิราห์หันขวับมามองเธอ สีหน้าของเขาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองบัดนี้กลับไหววูบระรึกด้วยความตื่นตระหนก—เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผู้ชายคนนี้ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้เลย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นแรงไปกับตัวละครด้วยกันนะคะ!
แปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ•ตอนที่ 8
เงาจากอดีต
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!