เพลิงโทสะในดวงตาของอคิราห์ไม่ได้น่ากลัวเท่ารอยยิ้มมุมปากของธันวาในวินาทีนั้น...
บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกลดอุณหภูมิลงจนติดลบ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สัญชาตญาณดิบในตัวกรีดร้องเตือนภัยเสียงดังลั่นเมื่อเห็นสถาปนิกหนุ่มก้าวเข้ามายืนขวางกั้นระหว่างเธอกับธันวาอย่างจงใจ แผ่นหลังกว้างในเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่มับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกดูตึงเครียด เส้นเลือดปูดโปนตามข้อมือหนาบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังสะกดกลั้นอารมณ์ถึงขีดสุด
"ถ้ายังไม่อยากให้โปรเจกต์นี้กลายเป็นเศษกระดาษทิ้งถังขยะ เชิญคุณธันวาเดินออกไปทางเดิมค่ะ พื้นที่ตรงนี้สำหรับคนทำงาน ไม่ใช่ที่สำหรับคนว่างงานมาเดินป้วนเปี้ยนหาแสง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาไม่ได้ตะคอก แต่มันเย็นเยียบจนคนฟังอย่างธันวาถึงกับหุบยิ้ม
"ใจร้อนจริงนะคุณคิน ผมแค่มารับรินไปทานกาแฟ... ในฐานะ 'เพื่อนร่วมอาชีพ' ที่เป็นห่วงว่าอินทีเรียร์คนเก่งจะทำงานจนเป็นลมคาสนามไซด์งาน" ธันวาจงใจเน้นเสียงคำว่าเพื่อนร่วมอาชีพ พร้อมกับส่งยิ้มกวนประสาทมาทางรินรดา
"ขอบคุณสำหรับความหวังดีค่ะคุณธันวา แต่รินคิดว่าตัวเองดูแลตัวเองได้ และอีกอย่าง... งานตรงหน้าสำคัญกว่ากาแฟแก้วเดียว" รินรดาไม่รอให้อคิราห์ระเบิดอารมณ์ เธอรีบชิงตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด สายตาคมกริบมองตรงไปยังธันวาเป็นเชิงไล่ทางอ้อม
ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ ไหล่หนายักขึ้นอย่างไม่ยี่หรา ก่อนจะปรายตามองอคิราห์ที่ยืนจ้องเขาเขม็งคล้ายเสือจ้องเหยื่อ "โอเคครับ ไว้ผมจะแวะมาใหม่... หวังว่าตอนนั้นคุณคินคงจะใจเย็นลงบ้างนะ"
ร่างสูงของคู่แข่งตัวฉกาจหมุนตัวเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้ความอึดอัดระลอกใหญ่โหมกระหน่ำอยู่ในห้องตัวอย่างที่กำลังรีโนเวท รินรดาระบายลมหายใจยาวเหยียด หันกลับมามองกองกระดาษแปลนและวัสดุตกแต่งที่กระจัดกระจายบนโต๊ะทำงานชั่วคราว เธอมีเวลาน้อยนิดก่อนที่ลูกค้าจะเข้ามาตรวจความคืบหน้า แต่สภาพห้องตอนนี้เละเทะไม่ต่างจากสนามรบ
"ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะคะ หรือว่าจะรอให้คุณธันวาเขากลับมารับไปทานกาแฟจริงๆ"
เสียงทุ้มห้วนๆ ดังขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาหันขวับไปค้อนใส่คนปากเสียทันที "นี่คุณ! ประชดเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะคะ ใครบอกว่าจะไปกับเขาเล่า รินแค่อยسจะเคลียร์กองนี้ให้เสร็จก่อนต่างหาก"
"งั้นก็ก้มหน้าก้มตาทำไปสิคะ มัวแต่ยืนทำหน้าเป็นปลาทูแม่กลองอยู่ได้"
อคิราห์พ่นลมหายใจออกจมูกอย่างหงุดหงิด ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ร่างสูงโปร่งไม่ได้เดินหนีอย่างที่เคยเป็น แต่กลับเอื้อมมือไปหยิบคัตเตอร์และม้วนฟิวเจอร์บอร์ดขึ้นมาจัดการตัดตามสัดส่วนที่เธอนั่งวัดไว้เมื่อครู่ ท่าทางคล่องแคล่วและจริงจังทำเอารินรดาถึงกับกะพริบตาปริบๆ ด้วยความคาดไม่ถึง
"เอえ... คุณทำเป็นด้วยเหรอคะ นึกว่าคุณจะถนัดแต่ยืนกอดอกสั่งแล้วก็ติโน่นตินี่อย่างเดียวซะอีก" เธออดไม่ได้ที่จะแซะกลับตามนิสัย
"ถ้าไม่ติดว่าไม่อยากเห็นงานพังคามือคุณ ผมก็ไม่อยากลดตัวมาช่วยหรอกนะ" ปากก็ว่าไปอย่างนั้น แต่มือหนากลับจัดการเทียบสเกลสีของผนังกับลายไม้ได้อย่างแม่นยำไรที่ติ สมกับที่เป็นสถาปนิกมือหนึ่งที่เนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความอึดอัดแบบเมื่อครู่ มันคือความเงียบที่มีเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะประหลาด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นสีและไม้ใหม่ๆ ลอยวนอยู่รอบตัว รินรดามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของอคิราห์ที่กำลังตั้งอกตั้งใจตัดขอบบัวผนังอย่างประณีต แสงไฟนีออนสาดส่องลงบนสันจมูกโด่งเป็นคมและขนตางอนหนาที่ทอดเงาลงบนโหนกแก้ม... ยอมรับเลยก็ได้ว่า ในโหมดตั้งใจทำงาน ผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์ร้ายกาจจนน่ากลัว
"มองหน้าผมแบบนี้... มีอะไรติดอยู่บนหน้าหรือไงคะ หรือว่าเพิ่งรู้ว่าผมหล่อจนละสายตาไม่ได้" อคิราห์พูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมา แต่รอยยิ้มมุมปากที่กระตุกขึ้นฟ้องชัดเจนว่าเขารู้ตัว
"หลงตัวเองที่สุดค่ะ!" รินรดารemโวยวายกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู รีบหันกลับมาสนใจแท่งสีในมือตัวเอง "รินแค่จะดูว่าคุณแอบตัดไม้ของรินแหว่งหรือเปล่าต่างหาก งานนี้ถ้าพัง คุณนั่นแหละต้องรับผิดชอบ"
"ระดับอคิราห์ไม่มีคำว่าพลาดหรอกค่ะ มีแต่คุณนั่นแหละ... ทำงานสะเพร่าจนเปิดช่องให้ไอ้ธันวาเข้ามาแทรกได้"
จังหวะการเคลื่อนไหวของรินรดาชะงักกึก ความกรุ่นโกรธพุ่งปรี๊ดขึ้นมาอีกรอบ เธอกระแทกแท่งสีลงบนโต๊ะดังปังจนอคิราห์ต้องเงยหน้าขึ้นมอง
"นี่! อย่ามาพาลใส่รินนะยะ คนที่เดินเข้ามาหาเรื่องคือคุณธันวา รินไม่ได้ไปอ่อยเขาซะหน่อย!"
"แล้วทำไมต้องทำหน้าตาดีใจตอนที่มันชวนด้วยล่ะคะ?" อคิราห์วางคัตเตอร์ในมือลง ช้อนตาขึ้นสบตากับเธอตรงๆ แววตาคมกราบคู่นั้นฉายความไม่พอใจอย่างชัดเจนโดยไม่มีการปกปิด "ผมยืนหัวโด่อยู่ตรงนั้น แต่คุณกลับทำท่าลังเล... รินรดา คุณเห็นผมเป็นตัวตลกเหรอ?"
น้ำเสียงที่ลดระดับความแข็งกร้าวลงเหลือเพียงความน้อยใจจางๆ ทำเอารินรดาสะอึกไปชั่วขณะ เธออ้าปากจะเถียง แต่เมื่อเห็นประกายความหึงหวงที่ซ่อนอยู่ใต้ความนิ่งขรึมนั้น คำพูดทุกคำก็ติดอยู่ที่ลำคอ หัวใจดวงน้อยเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้ปากร้ายชะมัด แต่ทำไมเวลาหึงถึงได้ดูน่าตีขนาดนี้เนี่ย!
ก่อนที่รินรดาจะทันได้เอื้อนเอ่ยประโยคใดเพื่อแก้ตัว เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน สองร่างหยุดชะงัก หันไปมองพร้อมกันโดยอัตโนมัติ
ร่างบางของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่อคิราห์ด้วยประกายความดีใจระคนคิดถึง
"พี่คินคะ... แนนมาเยี่ยมตามสัญญาแล้วค่ะ คิดถึงจังเลย..."
รินรดารู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงกลางหัว สมองขาวโพลนในทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของแขกไม่速มาเยือน... ชุลมุนวุ่นวายไม่พอ ชีวิตเธอยังต้องมาเจอศึกหนักรอบด้านอีกหรือนี่!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินๆ กับความซึนของพี่คินและยัยรินด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
แปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ•ตอนที่ 7
ขอโทษด้วยความนิ่ง
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!