เอกสารในมือของธันวาร่วงลงกระทบพื้นไม้ปาร์เกต์เสียงดัง *กริ๊ง* ทว่าไม่มีใครสนใจเศษกระดาษพวกนั้นเลยสักนิด ในเมื่อบรรยากาศระหว่างคนสามคนในห้องประชุมโครงการรีสอร์ตแห่งนี้กำลังคุกรุ่นไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ที่รุนแรงเสียยิ่งกว่าแผ่นดินไหว
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาคมกริบมองสลับระหว่างใบหน้าเปื้อนยิ้มเยาะของธันวา กับสันกรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนของอคิราห์ ผู้ชายที่ปกติคุมสติได้ดีเยี่ยมเสมอมา บัดนี้กลับกำลังปล่อยรังสีอำมหิตออกมาจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
"นายเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ ธันวา" น้ำเสียงของอคิราห์ต่ำทุ้มลอดไรฟัน มันไม่ได้ดัง แต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้คนฟังหายใจไม่ทั่วท้อง
"ก็พอที่จะได้ยินประโยคเด็ด... ที่คุณสองคนกำลังเคลียร์ใจกันเรื่อง 'แปลนลับ' พอดีน่ะสิครับ" ธันวาจงใจเน้นเสียงตรงคำว่าแปลนลับ พร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ ท่าทางคุกคามและสายตาเจ้าเล่ห์ทำให้รินรดาก้าวเท้าขยับไปยืนขวางหน้าอคิราห์ไว้โดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณนักออกแบบสาวบอกเธอว่า ผู้ชายคนนี้กำลังเล่นตอดเล็กตอดน้อยเพื่อทำลายสมาธิของพวกเขา
"ถ้าหูไม่ได้หนีบกะריศและสมองไม่เสื่อม นายก็คงรู้ว่านี่มันเวลานานเกินกว่ากำหนดส่งงานของแผนกนายแล้วนะ ธันวา" รินรดายืดตัวตรงเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายไม่มีความเกรงกลัว "หรือว่านอกจากฝีมือจะห่วยแตกจนต้องมาขโมยไอเดียคนอื่นแล้ว สมองส่วนความจำก็เริ่มพังตามไปด้วย?"
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะ, รินรดา" ธันวาหรี่ตามองเธอด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ก่อนจะเบนสายตาไปที่อคิราห์ที่ยังคงยืนนิ่งเงียบ "แต่ผมว่าคนที่น่าเป็นห่วงตอนนี้ร่องรอยความผิดพลาดคงไม่ใช่ผมหรอก... แต่อาจจะเป็นสถาปนิกมือหนึ่งที่กำลังจะสูญเสียทุกอย่าง เพราะความผิดพลาดในอดีตต่างหากล่ะ"
คำพูดนั้นสะกิดต่อมบางอย่างในตัวอคิราห์ ร่างสูงใหญ่ก้าวพรวดเดียวผ่านตัวรินรดาไปหยุดอยู่ตรงหน้าธันวา มือหนากระชากคอเสื้อของคู่แข่งทางธุรกิจเข้าหาตัวอย่างแรงจนกระดุมเม็ดบนหลุดกระเด็น แรงปะทะกะทันหันทำให้ธันวาหน้าถอดสี รอยยิ้มเยาะเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา
"อย่าล้ำเส้น ธันวา" อคิราห์กระซิบเสียงต่ำชิดใบหูอีกฝ่าย ดวงตาคมกروดดุดันราวกับสัตว์ป่าที่ถูกจี้จุดตาย "ถ้าไม่อยากให้โปรเจกต์นี้จบลงที่โรงพัก ไสหัวออกไปจากห้องของฉันซะ!"
ธันวาหัวเราะในลำคอ แม้จะหายใจติดขัดเล็กน้อยจากแรงยื้อ "หึ... กลัวความจริงที่จะเปิดเผยออกมาสินะ คิน นายคิดว่าจะปิดบังเรื่องนั้นไปได้ตลอดชีวิตหรือไง ว่าต้นเหตุที่ทำให้บริษัทเก่าพังพินาศ..."
"ออกไป!" อคิราห์คำรามลั่นพร้อมกับผลักร่างของธันวาออกไปกระแทกกับผนังห้องอย่างแรง จนแฟ้มเอกสารบนชั้นวางสั่นสะเทือน ธันวาเซถอยหลังไปสองก้าว จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวแต่ก็ยอมก้าวถอยร่นออกไปที่ประตู เมื่อประเมินแล้วว่าการปะทะตรงๆ ในตอนนี้เขาเสียเปรียบ
"ฝากไว้ก่อนเถอะ... หวังว่าคุณรินรดาจะยังไว้ใจผู้ชายคนนี้นะครับ หลังจากที่ได้รู้ว่าเขาเคยทำอะไรลงไปบ้าง" ประโยคสุดท้ายถูกทิ้งไว้ก่อนที่บานประตูจะปิดลงสนิท ปล่อยให้ความเงียบงันที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมพื้นที่ในห้องอีกครั้ง
รินรดายืนนิ่งค้าง หัวใจเต้นรัวเร็วกระหน่ำด้วยความตกใจและอยากรู้ เธอมองแผ่นหลังกว้างของอคิราห์ที่ยังคงยืนหันหลังให้ มือหนาทั้งสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ร่างกายของเขาสั่นเทาเล็กน้อย—ความรู้สึกบางอย่างที่เปราะบางและเจ็บปวดแผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้ชายที่มักจะสร้างกำแพงน้ำแข็งห่อหุ้มตัวเองไว้เสมอ
รินรดาผ่อนลมหายใจยาว เดินเข้าไปใกล้เขาอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังเข้าใกล้สัตว์ป่าที่บาดเจ็บและพร้อมจะข่วนทุกคนที่เข้าหา
"คิน..." เธอน้ำเสียงอ่อนลง ไร้ซึ่งความแข็งกร้าวเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง "ธันวา... มันหมายความว่ายังไงคะ"
อคิราห์ยังคงนิ่งเงียบ ไหล่กว้างลู่ลงเล็กน้อยราวกับแบกรับน้ำหนักของภูเขาเอาไว้ทั้งลูก บรรยากาศรอบตัวเขาในตอนนี้ช่างโดดเดี่ยวและน่าสงสารเสียจนรินรดารู้สึกเจ็บแปลบในอก เธอตัดสินใจเอื้อมมือไปแตะที่ต้นแขนแข็งแกร่งเบาๆ สัมผัสจากปลายนิ้วของเธอดึงให้อคิราห์สะดุ้งเฮือกเล็กน้อย
เขายอมหันกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบคู่นั้นแดงก่ำ ร่องรอยความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกักไว้ใต้ความเย็นชามาหลายปีบัดนี้พังทลายลงจนหมดสิ้น มันเป็นสายตาที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต... สายตาของคนที่ยอมแพ้ต่ออดีต
"เธออยากรู้จริงๆ เหรอ, ริน" เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ มันไม่ใช่เสียงของอคิราห์คนเดิมที่เธอรู้จัก แต่มันคือเสียงของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังหวาดกลัว
"ถ้ามันทำให้นายไม่ต้องแบกรับอยู่คนเดียว... ฉันก็อยากรู้ค่ะ" รินรดาสบตากลับอย่างมั่นคง เธอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเธอผสมผสานกับความตึงเครียดรอบตัว
อคิราห์หลับตาลงช้าๆ สูตรลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะผ่อนออกมาพร้อมกับคำพูดที่เปลี่ยนชีวิตของเขากลับตาลปัตร
"เมื่อสามปีก่อน... ที่บริษัทสถาปัตยกรรมระดับประเทศแห่งนั้น ฉันเป็นหัวหน้าทีมโปรเจกต์ใหญ่ที่ออกแบบศูนย์วัฒนธรรม..." เขาเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่น่ากลัว ราวกับกำลังรื้อฟื้นศพที่ฝังไว้ใต้ดินลึก "ทุกอย่างควรจะสมบูรณ์แบบ ถ้าไม่ใช่เพราะ... ฉันไว้ใจคนผิด"
รินรดายืนฟังเงียบๆ ไม่ขัดจังหวะ ปล่อยให้เขาได้ระบายสิ่งที่อัดอั้นมานาน
"เพื่อนสนิทที่สุดในทีม... คนที่ฉันคิดว่าเป็นทั้งมือขวาและน้องชาย เอาแบบแปลนโครงสร้างหลักไปขายให้กับคู่แข่งเพื่อแลกกับเงินก้อนโตเพื่อใช้หนี้พนัน แต่วันนั้น... คนที่ต้องเซ็นชื่อรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์คือฉัน..." อคิราห์ลืมตาขึ้นมองเธอ นัยน์ตาสั่นไหวรุนแรง "ตึกถล่มลงมาก่อนจะสร้างเสร็จ... มีคนงานบาดเจ็บสาหัสสามคน และหนึ่งในนั้น... เกือบจะต้องพิการไปตลอดชีวิต"
รินรดาเบิกตากว้าง ความรู้สึกชาหนาแล่นปราดไปทั่วร่าง ทุกอย่างกระจ่างชัดขึ้นในพริบตา ปมความเจ็บปวด ความเข้มงวดอย่างไร้ความปรานี และการปิดกั้นไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้... แท้จริงแล้วมันคือเกราะป้องกันความผิดบาปที่เขาไม่ได้เป็นคนก่อ แต่ต้องแบกรับมันไว้ทั้งหมด
"คิน..." รินรดาครางชื่อเขาเบาหวิว มือที่แตะแขนอยู่เลื่อนขึ้นไปโอบรอบลำคอหนา ดึงร่างสูงให้โน้มลงมาหาเธอโดยไม่ลังเล อคิราห์ยอมปล่อยให้เธอทำตามใจ ราวกับว่าความอบอุ่นจากตัวเธอคือสิ่งเดียวที่จะเหนี่ยวรั้งเขาไม่ให้จมดิ่งลงไปในความมืดมิดของอดีต
อคิราห์ซบหน้าลงกับลาดไหล่บางของเธอ อ้อมแขนแกร่งที่เคยผลักไสทุกคนค่อยๆ วาดมากอดเอวบางไว้แน่น ราวกับคนจมน้ำที่คว้าได้ทุ่นชีวิต ร่างสูงสั่นเทาเล็กน้อยในอ้อมกอดของอินทีเรียร์สาว ปล่อยให้หยาดน้ำตาแห่งความอัดอั้นที่ถูกกักเก็บมานานนับปีไหลรินลงบนเสื้อผ้าของเธอโดยไร้เสียงสะอื้น
"ฉันเกลียดตัวเอง, ริน..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังติดริมฝีปากของเธอ "ฉันเกลียดตัวเองที่ปกป้องใครไว้ไม่ได้เลย... แม้แต่ความฝันของตัวเอง"
"นายทำดีที่สุดแล้วค่ะคิน นายไม่ใช่คนผิดสักหน่อย..." รินรดาลูบแผ่นหลังกว้างเบาๆ อย่างปลอบโยน หัวใจของเธอพองโตและบีบรัดไปพร้อมกัน ความรู้สึกสงสารผสมผสานกับความรักที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ทำให้เธอไม่อาจถอนตัวออกไปได้อีกแล้ว
เขายืดตัวขึ้นช้าๆ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ใกล้แก้บเนียนของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ อคิราห์มองลึกลงไปในดวงตาของเธอด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันมีความอ่อนโยน ความโหยหา และความรู้สึกผิดที่ผสมปนเปกันจนยากจะคาดเดา
"แล้วถ้าวันหนึ่ง..." อคิราห์กระซิบเสียงพร่ามัว สายตาสื่อความหมายลึกซึ้งที่ทำเอาคนฟังร้อนวูบวาบไปทั้งหน้า นิ้วเรียวของเขาเอื้อมมาเกลี่ยเส้นผมที่ปรอยลงมาข้างแก้มเธอแผ่วเบา "ความลับนี้มันทำลายแม้กระทั่งเราสองคน... เธอยังจะยืนอยู่ตรงนี้เพื่อมองหน้าฉันอยู่ไหม, ริน"
รินรดายังไม่ทันได้อ้าปากตอบคำถามที่สั่นคลอนหัวใจนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับประตูห้องประชุมที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
"ขอโทษทีนะที่ขัดจังหวะซีนซึ้ง... แต่ดูเหมือนว่าตำรวจจะมาถึงข้างล่างตึกแล้วนะครับคุณคิน และข่าวฉาวเรื่องแปลนรีสอร์ตกําลังดังกระฉ่อนโลกโซเชียลในตอนนี้เลยล่ะ!"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้คินกับรินมาโดยตลอดนะคะ, แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! — ดาวตกคืนคริสต์มาส
แปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ•ตอนที่ 11
ความจริงที่ถูกเก็บงำ
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!