"อุ๊ย... ขอโทษที่รบกวนเวลาส่วนตัวนะครับ พอดีผมลืมของสำคัญไว้... บนโต๊ะของ *คุณคิน* ครับ"
น้ำเสียงกวนประสาทของธันวาที่ลอยละลิ่วเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก ทำให้บรรยากาศเคร่งเครียดที่กำลังคุกกรุ่นอยู่ก่อนหน้านี้พังทลายลงในพริบตา รินรดาชะựngมือที่กำลังจะคว้าแฟ้มผลงานบนโต๊ะทำงานของอคิราห์ ดวงตากลมโตตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยความหงุดหงิดระคนระแวง ขณะที่เจ้าของห้องอย่างอคิราห์ถึงกับสันกรามกระตุก นัยน์ตาคมกริบฉายแววเย็นชาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา
"ของสำคัญอะไรของนาย ถึงต้องบุกเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของฉันโดยไม่เคาะประตู" อคิราห์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนน่ากลัว เขายังคงยืนซ้อนอยู่ด้านหลังรินรดา ร่างสูงใหญ่ทอดเงาทาบทับร่างบางจนเหมือนเธอกำลังถูกโอบล้อมไว้โดยปริยาย ท่าทีปกป้องกลายๆ นี้ไม่ได้เล็ดลอดไปจากสายตาแพรวพราวของธันวาเลยแม้แต่น้อย
ธันวากวาดสายตามองคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเยาะที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสุภาพปลอมๆ ก่อนจะก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน "ก็ปากกาคลาสสิกด้ามนั้นไงครับที่คุณคินเคยอวดผมในงานสัมมนาครั้งก่อน พอดีผมเดินตรวจงานแถวนี้แล้วนึกขึ้นได้ว่าลืมไว้... แหม ไม่คิดเลยนะครับว่าเข้ามาแล้วจะเจอโมเมนต์อินทีเรียร์กับสถาปนิกกำลัง 'ดีไซน์' งานร่วมกันอย่างใกล้ชิดขนาดนี้"
คำพูดกำกวมกับสายตาเจ้าเล่ห์ที่มองสำรวจระหว่างเธอกับอคิราห์ทำให้รินรดากำมือแน่น เธอเตรียมจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบตามสไตล์สาวมั่นผู้ไม่เคยยอมใคร แต่ทว่า... ไวกว่าความคิด มือหนาของอคิราห์ที่เคยทาบอยู่บนพนักเก้าอี้ กลับเลื่อนมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้หลวมๆ แรงบีบอุ่นจัดส่งผ่านผิวเนื้อชวนให้หัวใจกระตุกวูบ
"งานของเราจะเสร็จสมบูรณ์หรือไม่ คงไม่ใช่เรื่องที่ธันวาต้องมาใส่ใจ" อคิราห์เอ่ยตัดบท น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "และถ้าหาของที่ต้องการเจอแล้ว ก็เชิญออกไปได้ ประตูห้องทำงานของฉันไม่ได้ต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญเป็นนิสัย"
ธันวาหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบกวาดมองมือของอคิราห์ที่ยังคงกุมข้อมือรินรดาไว้ไม่ยอมปล่อย "อ่า... เข้าใจแล้วครับ สงสัยผมจะมารบกวนเวลาสวี... เอ๊ย เวลาทำงานสำคัญจริงๆ งั้นผมไม่กวนใจคุณคินกับคุณรินต่อดีกว่า เชิญ 'ดีไซน์' กันตามสบายนะครับ"
พูดจบ ธันวาก็กวาดสายตาคมกริบมองรินรดาครั้งหนึ่งด้วยรอยยิ้มมีความหมาย ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงปิดประตูกระทบวงกบดังปังใหญ่ ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบงันอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบแบบเดิม... มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมไหวในความรู้สึก
รินรดารีบดึงข้อมือตัวเองกลับทันทีเมื่อประตูห้องปิดสนิท เธอเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม "ปล่อยได้แล้วค่ะ คุณคินนี่มือไวใจเร็วเสียจริงนะยะ"
อคิราห์ถอนหายใจยาว แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่ผ่อนคลายลงเหลือเพียงความเหนื่อยอ่อน เขาปรายตามองแฟ้มงานบนโต๊ะก่อนจะเบนสายตามาหยุดที่ใบเนียนใสของอินทีเรียร์สาว "รู้ตัวไหมว่าทำไมฉันถึงไม่ชอบให้คนอื่นเข้ามาในห้องนี้"
"เพราะคุณมันพวกโลกส่วนตัวสูง โรคจิต และเจ้าระเบียบขั้นสุดไงคะ" เธอตอบกลับทันควันตามความรู้สึกโดยไม่ทันคิด
"เพราะมันมีช่องโหว่" อคิราห์สวนกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังจนรินรดาต้องหันขวับมามอง "และไอ้บ้านั่น... มันจ้องจะเล่นงานโปรเจกต์ของเราอยู่ ทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะนี้คือข้อมูลสำคัญ ถ้าธันวามันแอบเห็นแบบแปลนโครงสร้างที่แก้ใหม่เมื่อกี้ เราซวยแน่"
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย เมื่อกี้เธอมัวแต่เถียงกับเขาเรื่องความเผด็จการ จนลืมคิดถึงเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลไปสนิท เธอมองใบหน้าคมคายที่ตอนนี้ฉายแววเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ความรู้สึกผิดแล่นเข้ามาสะกิดใจวูบหนึ่ง
"ฉัน... ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะประมาท" น้ำเสียงของเธออ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความพยศเมื่อครู่หายไปเกือบหมดเหลือเพียงความสำนึกผิดจางๆ
อคิราห์มองท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของคนตรงหน้า มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดหน่อยอย่างยากจะคาดเดา เขาขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังชนขอบโต๊ะทำงาน
"รู้ตัวก็ดี" เขาเอ่ยเสียงนุ่มกว่าปกติ—นุ่มเสียจนคนฟังรู้สึกใจสั่นแปลกๆ "แล้วก็เลิกทำหน้าเหมือนโดนฉันดึงหางเสียที แฟ้มนี้... เอาไปเก็บไว้ที่โต๊ะเธอซะ อย่าเอามาทิ้งไว้แถวนี้อีก"
"รู้แล้วน่า สั่งอยู่ได้ เป็นพ่อหรือไงคะ" เธอบ่นอุบอิบ พยายามซ่อนอาการใจเต้นแรงด้วยการคว้าแฟ้มผลงานมากอดไว้แน่น แต่จังหวะที่จะก้าวเดินเลี่ยงหนี ร่างสูงกลับเอื้อมมือมาขวางทางไว้ด้วยการท้าวแขนลงกับขอบโต๊ะ กักตัวเธอไว้ตรงกลางระหว่างเขากับโต๊ะทำงาน
"เดี๋ยว"
"อะไรอีกคะเนี่ย ดึกมากล้ำแล้วนะ ฉันจะกลับบ้าน!" รินรดาเงยหน้าขึ้นโวยวาย ดวงตากลมโตฉายแววต่อต้านระคนขัดเขินเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขามันใกล้กันเสียจนเกินงาม ลมหายใจอุ่นๆ ของอีกฝ่ายปัดผ่านแก้มใส
อคิราห์ไม่ได้ตอบทันที นัยน์ตาสีนิลคู่คมจ้องลึกลงมาในดวงตาของเธอ ราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่างในนั้น ความนิ่งเงียบของเขาทำให้รินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว นิ้วเรียวที่ถือแฟ้มอยู่บีบสันปกจนแน่น
"พรุ่งนี้..." อคิราห์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและแผ่วเบากว่าทุกที "ตอนเช้า ไม่ต้องแวะซื้อกาแฟร้านนั้นหรอก"
รินรดาขมวดคิ้วด้วยความงุนงง "ทำไมล่ะคะ หรือว่ากาแฟร้านนั้นรสชาติแย่ในสายตาคุณสถาปนิกผู้ดีเทลจัดอีก"
"เปล่า" อคิราห์เสมองไปทางอื่นชั่วขณะ สันกรามคมขึ้นสีระเรื่อจางๆ จนแทบสังเกตไม่เห็น หากไม่สังเกตให้ดีคงคิดว่าตาฝาด "แค่... ฉันสั่งกาแฟกับขนมปังร้านโปรดที่เธอชอบมาเผื่อแล้ว แค่แวะมารับที่โต๊ะฉันก่อนเริ่มงานก็พอ"
ฉับพลัน... ทั่วทั้งร่างของรินรดาเหมือนถูกแช่แข็งด้วยความตกตะลึง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำพูดที่เพิ่งได้ยิน ผู้ชายปากจัด เจ้าระเบียบ เย็นชา และไม่เคยแคร์ใครอย่างอคิราห์เนี่ยนะ... สั่งของโปรดมาเผื่อเธอ? นี่เธอหูฝาดไปเองใช่ไหม!
"คุณ... พูดอะไรนะคะ?" เธอกระพริบตาปริบๆ สมองขาวโพลนไปหมด
อคิราห์หันกลับมาสบตาเธออีกครั้ง คราวนี้แววตาซึนๆ ที่มักจะซ่อนความใส่ใจไว้ใต้คำพูดร้ายๆ นั้นฉายชัดเจนจนปิดไม่มิด เขากระแอมเบาๆ กลบเกลื่อนอาการประหม่าที่นานๆ ทีจะได้เห็นจากผู้ชายคนนี้
"ไม่ได้ยินก็ช่างมัน ขี้เกียจพูดซ้ำ" เขาเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ตามฟอร์มเดิม ก่อนจะผถอยตัวออกห่างและทำทีเป็นหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดอ่าน "กลับบ้านไปได้แล้ว ดึกมากแล้ว เดี๋ยวหาว่าฉันใช้งานเธอเกินเวลาอีก"
รินรดายืนอ้าปากค้างเล็กน้อย มองคนฟอร์มจัดที่ตอนนี้หันไปสนใจกระดาษบนโต๊ะราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโมโหเมื่อครู่ ตอนนี้กลับเต้นระรัวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก ความซึนเดระที่เริ่มละลายลงทีละน้อยของอคิราห์กำลังทำให้เธ้ารู้สึกว่า... ผู้ชายคนนี้น่ากลัวกว่าที่คิด
น่ากลัวตรงที่... มันเริ่มทำให้เธอใจสั่นขึ้นมาจริงๆ แล้วนี่สิ
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อคลุมของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เธอหยิบมันขึ้นมาเปิดดูด้วยความฉงน หน้าจอแสดงข้อความจากบุคคลที่ไม่คาดคิด—*ธันวา*
*ส่งรูปภาพ*
รินรดากดเปิดรูปภาพนั้นด้วยความสงสัย ทว่าทันทีที่ภาพปรากฏบนหน้าจอ หัวใจของเธอก็ร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัว สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ
ภาพนั้นคือภาพในห้องทำงานของอคิราห์... เป็นภาพมุมสูงที่ถ่ายจากด้านนอกผ่านกระจกใส บันทึกช่วงเวลาที่อคิราห์กำลังก้มตัวลงใกล้ชิดเธอจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ขณะที่เธอกำลังเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาไหวระริก! และที่แย่ไปกว่านั้น... มีข้อความสั้นๆ แนบมาด้วยจากธันวา
*‘ไม่คิดเลยนะเนี่ย ว่าคู่กัดคู่ปรับ จะแอบแซ่บกันลับหลังโปรเจกต์แบบนี้... ถ้าภาพนี้หลุดไปถึงมือนักข่าวสายบันเทิงบริษัท หรือบอร์ดบริหาร... คิดว่าอนาคตอินทีเรียร์สาวคนเก่งกับสถาปนิกมือหนึ่ง จะรอดไหมครับคุณริน?’*
รินรดายืนตัวชา มือไม้เย็นเฉียบ โทรศัพท์ในมือแทบจะร่วงหล่นลงพื้น ความอบอุ่นจากความซึนของอคิราห์เมื่อครู่วันนี้มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความหนาวยะเยือกที่กัดกินหัวใจ
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ดาวตกคืนคริสต์มาส" มาโดยตลอดนะคะ!
แปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ•ตอนที่ 16
ความซึนที่เริ่มละลาย
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!