แปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ•ตอนที่ 15

คืนลุยงานหนัก

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
ซองเอกสารสีน้ำตาลในมือของธันวาดูราวกับระเบิดเวลาที่ถูกจุดชนวนไว้ล่วงหน้า กลิ่นอายของความพ่ายแพ้ชั่วขณะลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นกาแฟเย็นเฉียบในห้องประชุม รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ตัวเองอุตส่าห์ขุดคุ้ยข้อมูลโครงสร้างตึกเก่าจนเจอจุดอ่อนของบริษัทคู่แข่ง แต่หมอนี่กลับโผล่มาพร้อมกับ... อะไรบางอย่างที่ทำให้รอยยิ้มเย็นชาของอคิราห์กระตุกวูบ "ยินดีด้วยนะครับที่หาช่องโหว่เจอ แต่ดูเหมือนว่า... ข้อมูลที่พวกคุณกำลังพยายามตบตาคณะกรรมการ มันจะเชยไปหน่อยนะ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งทำให้รินรดาอยากจะคว้าแฟ้มเอกสารฟาดหน้าหล่อๆ นั่นสักที "ถ้ามีอะไรจะพูดก็พูดมา อย่ามาเล่นลิ้น ธันวา" อคิราห์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบคมราดรดบรรยากาศให้เย็นยะเยือก ร่างสูงก้าวขยับมาบังรินรดาไว้ครึ่งตัวโดยไม่รู้ตัว เป็นสัญชาตญาณการปกป้องที่เจ้าตัวอาจไม่ทันสังเกต แต่คนมองอย่างรินรดากลับใจเต้นแรงขึ้นมาวูบหนึ่ง "ใจร้อนจริงนะ สถาปนิกคิน..." ธันวาหัวเราะในลำคอ ก่อนจะโยนซองเอกสารลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวดังทึบ "เอกสารสิทธิ์การปรับปรุงพื้นที่โซนตะวันออก ถูกโอนสิทธิ์ให้ทางเราอย่างถูกต้องตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ พูดง่ายๆ คือ สิ่งที่พวกคุณกำลังนั่งหลังขดหลังแข็งทำกันมาตลอดสัปดาห์... มันคือโมเดลของปลอมที่ไม่มีสิทธิ์สร้างจริง" เพล้ง! ราวกับโลกทั้งใบพังครืนลงมาต่อหน้า รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าอคิราห์ที่ตอนนี้ใบหน้าคมสันเรียบตึงจนน่ากลัว ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวจ้องมองเอกสารในซองนั้นด้วยแววตาวาวโรจน์ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ประตูห้องประชุมจะปิดลงพร้อมกับการเดินลอยชายออกไปอย่างผู้ชนะของธันวา ทิ้งให้คนทั้งคู่ติดอยู่ในออฟฟิศที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า... ในยามค่ำคืนที่เข็มนาฬิกาฟ้องเวลาเที่ยงคืนตรง "บ้าเอ๊ย!" รินรดาฟาดมือลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังลั่น ความคับแค้นใจตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บใจที่ความพยายามทั้งหมดถูกทำลายลงในพริบตา "เราโดนตลบหลัง... นี่มันขโมยข้อมูลชัดๆ!" อคิราห์ไม่พูดอะไรเลยตั้งแต่ธันวาออกไป ร่างสูงเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน ถอดเนกไทออกแล้วโยนมันทิ้งไว้บนโต๊ะ นิ้วเรียวยาวนวดขมับตัวเองเบาๆ เพื่อระงับความโกรธที่กำลังแผดเผา บรรยากาศรอบตัวเขากดดันจนรินรดารู้สึกหายใจไม่ออก "คุณคิน... จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอคะ นิ่งแบบนี้หมายความว่ายังไง เรากำลังจะแพ้นะคะ!" รินรดาเดินเข้าไปประชิดโต๊ะ มือเรียวท้าวลงบนขอบโต๊ะ จ้องมองใบหน้าด้านข้างของเขาที่ดูเคร่งเครียด อคิราห์เงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาสสีเข้มคู่นั้นตวัดมองเธอกลับมา นิ่งสนิทและลึกล้ำ "แล้วคุณอยากให้ผมโวยวายเหมือนเด็กถูกแย่งขนมหรือไง รินรดา" "มันไม่ใช่แค่เรื่องขนมนะ! มันคือโปรเจกต์ที่เราทุ่มเทกันมาเป็นเดือน!" เธอเถียงกลับเสียงแข็ง ดวงตารื้นน้ำจ้องเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้าคุณไม่คิดจะทำอะไรต่อ ก็ปล่อยฉันค่ะ ฉันจะเอาข้อมูลชุดใหม่ไปแก้เกมเอง แม้จะต้องโต้รุ่งที่นี่ก็ตาม!" พูดจบ รินรดาก็สะบัดหน้าหนี เดินดุ่มๆ ไปหยิบแท็บเล็ตและกระดาษร่างแบบบนโต๊ะของตัวเองเพื่อจะย้ายไปทำงานที่มุมอื่น แต่ทว่า... พรึบ! ไฟทั้งชั้นของบริษัทก็ดับลงกะทันหัน ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสิ่งรอบตัว เหลือเพียงแสงจันทร์สลัวที่สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างบานใหญ่ "กรี๊ด!" รินรดาอุทานด้วยความตกใจ เซถลาไปชนกับมุมโต๊ะทำงาน แต่ยังไม่ทันล้มลงพื้น ร่างของเธอก็ถูกคว้าไว้ด้วยวงแขนแข็งแกร่งของใครบางคน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความอบอุ่นที่คุ้นเคยทำให้นิ่งงันไป "ซุ่มซ่ามจริงนะ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูในความมืด ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงต้นคอจนขนลุกซู่ รินรดารีบดันอกแกร่งออกทันทีหัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก "ปล่อยฉันค่ะ! ใครใช้ให้คุณมาฉวยโอกาสในความมืดเนี่ย" "ใครฉวยโอกาสกัน ผมแค่ช่วยไม่ให้คุณหน้าคว่ำฟาดพื้นต่างหาก ขอบคุณสักคำมีไหม" อคิราห์สวนกลับด้วยน้ำเสียงติดกวนประสาทเล็กๆ แม้จะมองไม่เห็นหน้าชัดเจน แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงรอยยิ้มหยันที่มุมปากของเขาในความมืด "ขอบคุณค่ะ! พอใจหรือยังคะ งั้นก็ปล่อยได้แล้ว ฉันจะไปทำงานต่อ" เธอพยายามขยับตัวหนี แต่สถาปัตยกรหนุ่มกลับไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย แถมยังขยับเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับผนังห้องกระจก เย็นเฉียบ แต่ร่างกายของเขากลับร้อนผ่าวราวกับเตาไฟ "มืดขนาดนี้ จะทำงานยังไง" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น ความใกล้ชิดทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ "ฉันมีไฟฉายในโทรศัพท์ค่ะ" เธอเถียงอุบอิบ หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน "เลิกดื้อสักวันตายไหมรินรดา..." อคิราห์ถอนหายใจเบาๆ มือข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับผนังกระจกด้านหลังเธอ เป็นการกักตัวเธอไว้อย่างกลายๆ ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างเขากับกำแพง "ไฟตึกน่าจะดับเพราะระบบหม้อแปลงไหม้ แม่บ้านคงแจ้งช่างแล้ว แต่อย่างน้อยก็อีกสองชั่วโมงกว่าไฟจะมา" "แล้วไงคะ? จะให้ฉันนั่งรอความตายหรือไง" เธอยังคงเชิดหน้าใส่ แม้ริมฝีปากจะสั่นระริกด้วยความใกล้ชิดที่เกินขอบเขต "เปล่า..." อคิราห์ก้มหน้าลงมาจนใบหน้าของเขากับเธอห่างกันเพียงคืบ แสงจันทร์สลัวทาบทาลงบนสันจมูกโด่งเป็นคมและดวงตาที่ประกายแสงระยิบระยับในความมืด "ผมจะบอกว่า... ในเมื่อเราต้องติดอยู่ที่นี่ด้วยกันสองต่อสอง และมีเวลาว่างเหลือเฟือ..." น้ำเสียงของเขาเว้นจังหวะไปนิด ชวนให้ใจสั่นไหวอย่างประหลาด "...เรามาคุยเรื่องโมเดลของปลอมที่ธันวาเอามาขู่เมื่อกี้ดีกว่า ว่าคุณจะยอมจำนน หรือจะให้ผมช่วย 'แก้เกม' ให้คุณดูแบบแนบชิดติดขอบสนามดีล่ะ" รินรดานิ่งค้าง สติสตางค์กระเจิดกระเจิงเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเธอออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นแผ่ซ่านความร้อนวูบวาบไปทั่วร่าง ชวนให้ใจเต้นระรัวจนแทบหยุดหายใจ ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะอ้าปากเถียงกลับด้วยถ้อยคำคมคาย เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้ง... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว อคิราห์ชะักมือกลับทันที รินรดาหันขวับไปมองยังประตูห้องประชุมที่มืดสนิท ก่อนที่บานประตูจะค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับแสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นร่างเงาของบุคคลที่ไม่คาดคิดยืนอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของแขกยามวิกาลคนนั้นทำให้ลมหายใจของอคิราห์และรินรดาต้องสะดุดกึกทันที! "อุ๊ย... ขอโทษที่รบกวนเวลาส่วนตัวนะครับ พอดีผมลืมของสำคัญไว้... บนโต๊ะของ *คุณคิน* ครับ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%