กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอวลตัดกับกลิ่นเปปเปอร์มินต์จางๆ ในอากาศ ทว่ามันกลับไม่ได้ช่วยดึงสติอันกระเจิดกระเจิงของมีนาราให้กลับเข้าร่างได้เลยแม้แต่น้อย
หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ สมองอันฉับไวของสถาปนิกสาวพยายามประมวลผลภาพเบื้องหน้า ร่างบางนอนขดอยู่บนโซฟาหนังแท้สีชาเข้มขนาดใหญ่ในห้องพักส่วนตัวบนเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของบริษัท ร่างกายระบมเล็กน้อยราวกับผ่านศึกหนักหน่วงมาทั้งคืน และที่แย่ที่สุดคือ... เธอจำหะห้วงสุดท้ายก่อนสติจะหลุดลอยไม่ได้เลยสักนิด!
*เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย?*
"ตื่นแล้วก็ลุกขึ้นมาค่ะ อย่ามาทำหน้าเอ๋อเป็นแมวหลงทางอยู่ในห้องฉัน"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นจากเคาน์เตอร์ครัวบิลต์อิน รัญชิตายืนไขว่ห้างถือแก้วกาแฟเซรามิกสีขาวสะอาดตา ชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทเมื่อคืนยังคงสวมอยู่บนเรือนร่างเพรียวระหง แม้จะดูยับยั้งชั่งใจเล็กน้อยจากการนอนไม่หลับ แต่ความเนี๊ยบระดับร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ยังคงทำร้ายจิตใจคนมองได้เสมอ
มีนารารีบดีดตัวลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล มือเรียวยกขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ เพื่อไล่อาการมึนหัว ดวงตากลมโตหรี่ลงมองเจ้าของห้องอย่างจับผิด เธอพยายามรื้อฟื้นความทรงจำชิ้นส่วนที่ขาดหายไป แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไร สมองก็ประมวลผลได้แค่ภาพตอนที่พวกเธอยื้อแย่งเอกสารโปรเจกต์บนโต๊ะทำงาน แล้วจากนั้น... ความมืดสนิทก็เข้าครอบงำ
"นี่รัญ... เมื่อคืน..." มีนาราเอ่ยเสียงแหบพร่า พยายามดึงความมั่น C ของตัวเองกลับมา "เกิดอะไรขึ้นทำไมฉันถึงมานอนกองอยู่บนโซฟาของคุณได้ หรือว่า..."
รัญชิตายกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมกริบมองลอดขอบแก้วมายังร่างบางที่กำลังนั่งหัวฟูอยู่บนโซฟา มุมปากหยักสวยยกยิ้มเยาะเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า แววตาซึนเดระคู่นั้นฉายความระAระแวงซ่อนเร้น แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับเรียบสนิทจนน่าหมั่นไส้
"หรือว่าอะไรคะ? คุณมีนารา คิดไปถึงไหนเนี่ย" ประธานสาวแสร้งเลิกคิ้วสูง วางแก้วลงบนเคาน์เตอร์เสียงดัง *กริ๊ก* "อย่าบอกนะคะว่าจำไม่ได้ว่าตัวเองทำอะไรน่าอับอายไว้บ้างเมื่อคืน"
หัวใจดวงน้อยของสถาปนิกสาวกระตุกวูบ ทว่าภายนอกยังคงตีสีหน้าเรียบเฉยกลบเกลื่อนความร้อนรน "ฉัน... ฉันจะไปทำอะไรน่าอับอายใส่คุณล่ะคะ อย่ามาใส่ร้ายกันนะ"
"อ๋อเหรอคะ..." รัญชิตาก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว รองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นไม้งาช้างเกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบสงบยามเช้า กลิ่นน้ำหอมแบรนด์โปรดของผู้บริหารสาวโชยเข้าจมูกจนมีนาราต้องเผลอกลั้นหายใจ รัญชิตาโน้มตัวลงมาใช้มือเรียวค้ำพนักโซฟาด้านหลังร่างบาง กักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างจงใจ "จำไม่ได้จริงๆ หรือแกล้งทำเป็นจำไม่ได้กันแน่คะ ที่เมื่อคืนคุณ... โวยวายเสียงดังแถมยัง..."
รัญชิตาชะงักคำพูดไว้แค่นั้น ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมีนารา ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้จนสถาปนิกสาวรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
*ยัยบ้านี่... เล่นมุกอะไรอีกเนี่ย!* มีนาราคิดในใจอย่างหัวเสีย แต่ร่องรอยความตื่นตระหนกกลับฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่สวย รัญชิตาเห็นแบบนั้นก็แอบกระלัดในใจอย่างสะใจ—*หึ สมน้ำหน้า อยากซ่าดีนัก* ความจริงแล้วเมื่อคืนหลังจากมีนาราสลบคาอกเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ผสมความเหนื่อยล้า เธอก็แค่แบกร่างอีกฝ่ายมานอนบนโซฟาอย่างทะนุถนอม และนั่งเฝ้ามองคนปากเก่งหลับใหลอยู่ครึ่งคืนด้วยซ้ำ แต่มีทางเหรอที่คนอย่างรัญชิตาจะยอมเสียฟอร์มสารภาพความคลั่งรักออกไปตรงๆ?
ไม่มีทางเสียหละ! การรักษามาดประธานผู้เย่อหยิ่งคือภารกิจอันดับหนึ่ง ส่วนความรู้สึกในอกที่พองโตเวลาได้ใกล้ชิด... เอาไว้ค่อยจัดการทีหลัง
"ฉัน... ฉันทำอะไรคะ พูดให้มันเคลียร์นะรัญ!" มีนาราเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว เธอมองเห็นแพขนตางอนงามและริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อของรัญชิตาได้อย่างชัดเจน เคมีบางอย่างกำลังปะทุขึ้นในอากาศ ร้อนรุ่ม หงุดหงิด และเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ปฏิเสธไม่ได้
"อยากรู้จริงๆ เหรอคะ?" รัญชิตากระซิบเสียงพร่า แกล้งลดเสียงลงต่ำจนฟังดูเซ็กซี่ ร้ายกาจ และเย้ายวนใจ ปลายนิ้วเรียวแกล้งเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของมีนาราออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาคนถูกกระทำตัวแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้ดั่งใจ
มีนารากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยเฉียบคมตอนนี้กลับว่างเปล่า ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกดึงดูดไว้ด้วยใบหน้าคมสวยของประธานสาวที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ความซึนเดระที่อีกฝ่ายแสดงออกมายิ่งทำให้เธออยากเอาชนะ และในขณะเดียวกัน... ความปรารถนาลึกๆ ก็ร่ำร้องอยากให้ริมฝีปากคู่นั้นเฉลยความลับออกมาจริงๆ ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเธอ
ทว่า ก่อนที่บรรยากาศสีชมพูแกมพิศวาสจะล้ำเส้นไปมากกว่านั้น เสียงกริ่งหน้าห้องพักหรูหราก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ—*ติ๊ง น่อง!*
รัญชิตาชะงัก ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดเคืองใจ ส่วนมีนาราราวกับได้รับกิจצรรณชีวิตใหม่ รีบยกมือขึ้นดันอกอีกฝ่ายให้ออกห่างทันที
"ใครมา... แต่เช้าเนี่ย" มีนาราบ่นพึมพำ แก้เขินด้วยการจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่
รัญชิตากลอกตาด้วยความหงุดหงิด
เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะผละตัวออกจากโซฟาด้วยท่าทีสง่างามดังเดิม ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง ทว่าดวงตายังคงมีความกรุ่นโกรธเจืออยู่เล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ
"นั่งอยู่ตรงนั้น ห้ามไปไหนเด็ดขาด" ประธานสาวสั่งเสียงเข้มด้วยมาดผู้บริหาร แล้วเดินสาวเท้าตรงไปยังประตูหน้าห้อง
มีนารานั่งกอดอกมองตามแผ่นหลังบางของรัญชิตาด้วยความสงสัย ใครกันที่กล้ามาหาท่านประธานถึงเพนต์เฮาส์ส่วนตัวในเวลาเช้าตรู่แบบนี้? และยิ่งคิด เธอก็ยิ่งสังหรณ์ใจแปลกๆ ว่าวันนี้คงไม่ใช่เช้าวันใหม่ที่สงบสุขอย่างแน่นอน
*แอ๊ด...*
ประตูห้องถูกเปิดออกกว้าง รัญชิตายืนนิ่ง ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกเมื่อกวาดสายตามองผู้มาเยือน ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ดวงตาคมกริบของเธอกลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของแขกไม่速ต้อนรับที่ยืนยิ้มระรื่นอยู่หน้าห้อง
"อรุณสวัสดิ์ครับคุณรัญ... ผมบังเอิญผ่านมาแถวนี้ เลยแวะเอาเอกสารสำคัญมาให้คุณพิจารณาก่อนเข้าบริษัท"
เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยทักทายอย่างสนิทสนม พร้อมกับร่างสูงสมส่วนของ 'กรณ์' คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจที่ก้าวล่วงล้ำเข้ามาในเขตพื้นที่ส่วนตัวโดยไม่ได้รับเชิญ รัญชิตายังไม่ทันได้เอ่ยปากปฏิเสธ สายตาเจ้าเล่ห์ของกรณ์ก็กวาดเลยผ่านไหล่เธอเข้ามาด้านใน และหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของมีนาราซึ่งกำลังนั่งขมวดคิ้วม้องเขาอยู่บนโซฟาพอดี!
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความอบอุ่นกำกวม กลายเป็นความเย็นเยียบที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อในพริบตา
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของท่านประธานด้วยกันเสมอนะคะ
ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 17
เช้าวันใหม่ที่อลวน
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!