"ถ้าฉันจะบอกว่า... รัญชิตาคนเก่งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แถมเวลาทำหน้าบึ้งๆ แบบนี้ น่าเอ็นดูจนฉันอยากจะหยิกแก้มสักทีสองที... จะโดนไล่ออกไหมนะ"
เสียงหัวคิกคักเบาๆ ที่เจือความกรุ่นเมานิดๆ ลอยละلي่อยู่ในความเงียบสงบของห้องทำงานเพนต์เฮาส์ส่วนตัว แก้วไวน์ทรงสูงในมือเรียวเล็กไหววนจนของเหลวสีทับทิมเข้มกระฉอกเกือบแตะขอบ มีนาราในยามนี้ไม่ได้มีมาดสถาปนิกสาวผู้ทรงภูมิและเฉียบคมเหมือนยามอยู่ในไซต์งานก่อสร้างอีกต่อไป ดวงตากลมโตคู่สวยฉ่ำเยิ้มไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ พวงแก้มเนียนใสระเรื่อเป็นสีชมพูจัดราวกับผลสตรอว์เบอร์รีสุกงอม และที่สำคัญ... เธอกำลังจ้องมองประธานสาวจอมเนี๊ยบด้วยสายตาแพรวพราวชนิดที่เรียกว่า ‘ไม่กลัวตาย’ อย่างแท้จริง
รัญชิตานั่งตัวแข็งทื่ออยู่หลังโต๊ะทำงานหินอ่อน เผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะเมื่อได้ยินประโยคท้าทายความรู้สึกนั้น ปลายนิ้วเรียวที่กำลังถือเอกสารรายงานโครงการสถาปัตยกรรมสั่นระริกเล็กน้อย เธอพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะรักษามาตรัตน์ของประธานบริษัทผู้ทรงอำนาจและเย็นชา แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เสียงตักเตือนในหัวบอกให้เธอไล่อีกฝ่ายกลับบ้านไปเสีย หรือไม่ก็จัดการดุให้เข็ดหลาบ แต่ทว่า... ภาพมีนาราที่กำลังเอียงคอมองเธอด้วยแววตาหยาดเยิ้มและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ กลับทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายกระตุกวูบอย่างรุนแรงจนตั้งรับไม่ทัน
"มีน... เธอเมามากแล้วนะ" รัญชิตาพยายามกดเสียงให้ราบเรียบและเย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าความสั่นพร่าที่ปลายเสียงกลับทรยศความตั้งใจเสียสนิท ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างบางที่ทิ้งตัวพิงโซฟาตัวนุ่มอย่างไร้ระเบียบ เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งที่อีกฝ่ายสวมใส่กระดุมเม็ดบนหลุดร่วงลงมาเผยให้เห็นลำคอระหงและไหปลาร้าเนียนสวยที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อ ยิ่งมองก็ยิ่งสติกระเจิดกระเจิงจนเธอต้องเบนสายตาหนีไปมองวิวยามค่ำคืนนอกกระจกใสแทน
"ใครบอกว่าฉันเมาล่ะคะ... รัญก็แค่... ขี้เกียจยอมรับความจริงต่างหาก" มีนารายันตัวลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ แม้ขาจะเซเล็กน้อยแต่ความตั้งใจเต็มร้อย เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ทีละก้าว ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนพื้นผิวหินอ่อนเย็นเฉียบแล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้หญิงสาวที่นั่งอยู่หลังโต๊ะ กลิ่นหอมหวานของไวน์แดงเจือกลิ่นกายสะอาดๆ ลอยละلي่องแตะจมูกรัญชิตาจนสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่เริ่มสั่นคลอน
รัญชิตานั่งหลังตรงดิ่ง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมาข้างนอกเมื่อระยะห่างระหว่างเธอกับคนตัวแสบลดลงเรื่อยๆ กลิ่นอายความเป็นอันตรายและเย้ายวนในเวลาเดียวกันแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศ "ถอยไปมีนารา... เธอกำลังก้าวล้ำเส้นนะ"
"เส้นเหรอคะ? ตรงไหนล่ะ... เส้นที่รัญขีดเอาไว้เพื่อกันไม่ให้ใครเข้าใกล้ หรือเส้นที่รัญแอบขีดไว้เพื่อรอให้ฉันก้าวข้ามกันแน่" มีนาราหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยพินิจพิเคราะห์ใบหน้าคมคายที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด แม้รัญชิตาจะพยายามเม้มริมฝีปากแน่นและตีสีหน้าดุใส่แค่ไหน แต่แววตาที่ไหวระริกและใบหูที่แดงก่ำจนถึงต้นคอ ก็ฟ้องชัดเจนว่าคนตรงหน้ากำลังพ่ายแพ้ราบคาบให้กับความกล้าบ้าบิ่นของเธอ
รัญชิตากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับพูดเจื้อยแจ้วด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนไปหมด ปากบอกว่ารำคาญ ปากบอกว่าอีกฝ่ายกวนประสาท แต่หัวใจกลับร่ำร้องอยากจะดึงร่างบางนี้เข้ามาสวมกอดไว้แน่นๆ ซึนเดระตัวแม่อย่างเธอไม่เคยต้องจนมุมให้กับใครหน้าไหนมาก่อน แต่กับยัยตัวแสบมีนาราคนนี้... แค่สายตาคู่เดียว เธอก็แทบจะจำนนต่อหลักฐานและละลายกลายเป็นน้ำแข็งเหลวคาเก้าอี้อยู่แล้ว
"เธอพูดจาเหลาะแหละอะไรออกมา รู้ตัวบ้างไหมเนี่ย" รัญชิตาเค้นเสียงดุ พยายามขยับตัวถอยหนีแต่ติดพนักเก้าอี้ ทำให้ไม่มีทางหนีไปไหนได้พ้นเมื่อมีนาราโน้มตัวเข้ามาประชิดจนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์บางเบารดรินอยู่ใกล้พวงแก้ม จนรัญชิตาต้องหลุบตามองริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างไม่ตั้งใจ
"รู้สิคะ... รู้ดีด้วยว่าตอนนี้หัวใจของประธานรัญเต้นเร็วกว่าตอนตรวจงบการเงินไตรมาสล่าสุดเสียอีก" มีนาราว่าพลางยกมือขึ้นแตะเบาๆ ที่กลางอกของอีกฝ่าย สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นรัวระเรี่ยวที่โหมกระหน่ำอยู่ใต้เสื้อสูทเนื้อดี รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากของสถาปนิกสาว "จริงไหมคะ... คนปากแข็ง"
รัญชิตาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระจัดกระจายกลับคืนมา มือเรียวเอื้อมออกไปหมายจะจับข้อมือเล็กที่วางอยู่บนอกตัวเองเพื่อผลักไสให้อีกฝ่ายออกไปห่างๆ แต่ทว่า... ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสโดนข้อมือนุ่ม มีนารากลับพลิกฝ่ามือแล้วกอบกุมมือเธอไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านจากฝ่ามือหนึ่งไปยังอีกฝ่ามือ ทำเอารัญชิตาชะงักงัน ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อตจนสมองขาวโพลนไปหมด
ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำช้อนขึ้นสมองประสานกับนัยน์ตาคมกริบของประธานสาวอย่างจงใจ ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัว มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกันของคนทั้งคู่ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความหวานล้ำและแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ รัญชิตาอ้าปากทำท่าจะเอ่ยอะไรบางอย่างเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้ แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอเมื่อมีนาราขยับเข้ามาใกล้จนริมฝีปากห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร
"ถ้ารัญไม่ยอมสารภาพความจริง... ฉันจะถือว่าที่รัญทำท่าทางหึงหวงฉันเมื่อตอนเย็น เป็นการสารภาพรักทางอ้อมแล้วนะ" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งประกายความท้าทายในความมืดสลัว
รัญชิตาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธเสียงแข็งตามสัญชาตญาณของคนปากแข็ง แต่ทว่าก่อนที่ริมฝีปากของเธอจะได้ขยับเปล่งคำแก้ตัวใดๆ ออกมา เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกห้องทำงานก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"คุณรัญคะ! ขอโทษที่รบกวนดึกดื่นนะคะ แต่เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ ทางไซต์งานโปรเจกต์ใหญ่ฝั่งทิศตะวันออกเกิด... เอ่อ..."
พิม เพื่อนสนิทและเลขาคนสนิทที่พรวดพราดเข้ามาในห้องหยุดชะงักกึกทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—ภาพที่ประธานสาวผู้ทรงอำนาจและเย็นชา กำลังนั่งหลังติดเก้าอี้โดยมีสถาปนิกสาวตัวแสบยืนโน้มตัวคร่อมทับอยู่ในระยะประชิดชนิดที่ริมฝีปากแทบจะแนบติดกันอยู่รอมร่อ
สติของรัญชิตาและมีนารากระเจิงออกจากร่างในเสี้ยววินาทีนั้น
สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รีขอขอบคุณทุกกำลังใจที่แวะเวียนมาลิ้มความฟินในตอนนี้นะคะ!
ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 16
คำสารภาพผ่านแอลกอฮอล์
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!