ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 15

ค่ำคืนดินเนอร์จำยอม

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
“คุณรัญคะ! เรื่องระบบเซิร์ฟเวอร์หลัก...” เสียงร้อนรนของเลขาฯ หน้าห้องยังไม่ทันขาดคำ ประธานสาวสุดเนี๊ยบอย่างรัญชิตาก็โบกมือตัดบทอย่างไม่ใส่ใจนัก ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เฉียบตวัดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงแสดงกราฟสถานะสีเขียวสดใส ไร้ซึ่งร่องรอยการถูกเจาะระบบตามที่อีกฝ่ายตื่นตระหนกแม้แต่น้อย “ไม่ต้องตกใจไปค่ะคุณเกด ฉันจัดการล็อกอินคีย์สำรองและแยกท่อส่งข้อมูล (Network Isolation) เรียบร้อยตั้งแต่ห้านาทีแรกที่ระบบแจ้งเตือนแล้ว ปล่อยให้ทางนั้นงมเขามหาสมุทรในเซิร์ฟเวอร์จำลองของเราต่อไปเถอะค่ะ” รัญชิตาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สุขุม และเปี่ยมด้วยความมั่นใจจนน่าหมั่นไส้—หากมองในมุมของคู่แข่ง แต่สำหรับคนใกล้ชิด นี่คือสัญญาณเตือนภัยว่าท่านประธานคนนี้กำลัง ‘ของขึ้น’ และพร้อมเอาคืนใครก็ตามที่บังอาจมาล้ำเส้นบริษัท มีนารายณ์ที่ยืนกอดอกพิงผนวกกระจกใสในห้องทำงานส่วนตัว หลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มร้ายกาจแต้มอยู่บนริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ “โห... ท่านประธานของเรานี่ใจเย็นเป็นน้ำแข็งเลยนะคะเนี่ย รู้ทั้งรู้ว่าเป็นฝีมือของใครบางคนที่พยายามเล่นสกปรก แต่นั่งยิ้มระรื่นเชียว” รัญชิตาชำเลืองมองสถาปนิกสาวตัวแสบที่ถือวิสาสะเข้ามานั่งไขว่ห้างอยู่ในห้องทำงานของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ปากร้ายๆ ของท่านประธานแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอทันที “ถ้าไม่ใช่เพราะคุณสร้างเรื่องทิ้งบอมบ์ไว้ให้ฉันต้องมาตามเช็ดตามล้างกับไอ้แผนการประมูลโปรเจกต์รีสอร์ตบ้านั่น มีนารา ฉันคงไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับการบล็อกแฮกเกอร์สมัครเล่นแบบนี้หรอกค่ะ” “อ้าว! กลายเป็นความผิดฉันซะงั้น?” มีนาราดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานตัวใหญ่จนเกือบจะปีนข้ามไปเขย่าคอเสื้ออีกฝ่าย ดวงตากลมโตแพรวพราวไปด้วยประกายความท้าทาย “ฉันแค่วางแผนตบตาฝั่งคุณกรณ์ให้ตายใจ เพื่อล่อให้มันคายหลักฐานทุจริตออกมาต่างหากล่ะคะ หรือว่าคุณรัญเป็นห่วงฉันกลัวฉันจะพลาดท่า ถึงได้นั่งกระวนกระวายใจจนต้องรีบเคลียร์ระบบให้เสร็จในห้านาทีกันแน่คะ?” รัญชิตาชะงักไปเล็กน้อย เปลือกตากะพริบถี่เพื่อซ่อนความไหววูบในแววตา เธอน.ส.หน้าตึงใส่ทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่ถูกอีกฝ่ายอ่านทางออกทะลุปรุโปร่ง “หลงตัวเองใหญ่แล้วค่ะคุณมีน ฉันแค่ไม่อยากให้บริษัทเสียชื่อเสียงเพราะความสะשל של คุณต่างหาก รีบๆ เก็บของแล้วออกไปได้แล้วค่ะ วันนี้ฉันมีเรื่องงานด่วนที่ต้องสะสางข้างนอก... และคุณ ในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์นี้ ต้องตามไปอัปเดตความคืบหน้าด้วย” “อ้าว ไหนบอกว่างานด่วนในบริษัทไงคะ ทำไมตอนนี้กลายเป็นข้างนอกซะล่ะ?” มีนาราหรี่ตามองอย่างจับผิด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จุดประกายขึ้นที่มุมปาก “หรือว่า... แอบนัดหนุ่มที่ไหนไว้แล้วกลัวฉันรู้ทัน เลยหาข้ออ้างลากฉันไปเป็นก้างขวางคอด้วยคะเนี่ย?” “ไร้สาระค่ะ!” รัญชิตาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนมันไถลถอยหลังไปครูดกับพื้นเสียงดัง คว้ากระเป๋าหนังแบรนด์หรูมาสะพายไหล่ด้วยท่าทางฉับไว “ถ้าไม่อยากโดนหักเงินเดือนข้อหาขัดคำสั่งประธาน ก็เดินตามมาเงียบๆ ซะดีๆ ค่ะ” บรรยากาศภายในรถยนต์ยุโรปคันหรูเงียบสงบ มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ จากวิทยุ รัญชิตาทำหน้าที่เป็นคนขับด้วยใบหน้าเรียบเฉย สายตาเพ่งมองถนนเบื้องหน้าอย่างตั้งใจ ขณะที่คนนั่งข้างๆ เริ่มออกอาการสงสัยเมื่อเส้นทางที่รถวิ่งผ่านชักจะคุ้นตาขึ้นเรื่อยๆ มีนารากวาดสายตามองตึกรามบ้านช่องที่ผ่านไปมา ก่อนจะหันขวับไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่นั่งขับรถ “เดี๋ยวนะคะคุณรัญ นี่มันเส้นทางไปย่านเมืองเก่าไม่ใช่เหรอคะ? ไหนบอกว่าไปคุยงานกับลูกค้าสำคัญ ทำไมเลี้ยวมาทางร้านอาหารริมคลองแถวนี้ล่ะ หรือว่าลูกค้ารสนิยมอินดี้ชอบกินสตรีทฟู้ด?” รัญชิตาเม้มริมฝีปากแน่นโดยไม่หันมามอง มือเรียวที่กำพวงมาลัยกระชับแน่นขึ้นนิดหน่อยอย่างไร้พิรุธ “ฉันจะพาใครไปไหน หรือจะกินอะไร มันก็เรื่องของฉันค่ะ คุณมีหน้าที่นั่งเงียบๆ แล้วทำตามคำสั่งก็พอ” “ปั๊กเป้าชัดๆ” มีนาราพึมพำเบาๆ แต่ก็ดังพอให้คนหูดีได้ยิน รัญชิตาชำเลืองหางตามามองค้อนทันที “ว่าใครเป็นปั๊กเป้าคะ หือ?” รถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้าร้านอาหารไทยโบราณบรรยากาศอบอุ่นริมน้ำ แสงไฟสีส้มสลัวสะท้อนผืนน้ำระยิบระยับ กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและอาหารไทยโบราณลอยเตะจมูกทันทีที่ก้าวลงจากรถ มีนารายยืนนิ่งอึ้ง ดวง เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาไปรอบๆ ร้านนี้... คือร้านโปรดที่เธอเคยบ่นให้รัญชิตาฟังเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ตอนที่พวกเธอนั่งดื่มไวน์ด้วยกันแล้วเมามายจนเผลอหลุดปากพูดถึงความทรงจำในวัยเด็ก *“ร้านนี้เหรอคะคุณรัญ... แกงส้มชะอมกุ้งกับปลาทอดกระเทียมร้านนี้น่ะอร่อยที่สุดในโลกเลยนะรู้ไหม แต่เสียดายที่ช่วงนี้คนแน่นตลอด แถมฉันก็งานยุ่งจนไม่มีเวลามาแวะกินเลย...”* เสียงพึมพำในอดีตลอยกลับเข้ามาในหัว มีนารานิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวราub กลองทัด เธอมองแผ่นหลังของประธานสาวคนที่เดินนำลิ่วเข้าไปในร้านโดยไม่พูดอะไรสักคำ แต่กลับเดินตรงดิ่งไปที่โต๊ะมุมริมน้ำซึ่งเป็นโต๊ะประจำที่เธอเคยบอกว่าชอบที่สุด พร้อมกับเอ่ยปากสั่งเมนูโปรดเหล่านั้นกับพนักงานอย่างคล่องแคล่ว ราวกับท่องจำมันขึ้นใจ รัญชิตานั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ถอดแว่นสายตาออกแล้ววางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคน(ตัวแสบ)ที่ยังยืนอึ้งค้างอยู่ข้างโต๊ะ ปากร้ายๆ แสร้งทำเป็นเอ่ยตอกกลับกลบเกลื่อนความเขินอาย “ยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะคะ หรือว่าเปลี่ยนใจไม่อยากกินแล้ว? ถ้าไม่อยั่งงั้นก็นั่งลงค่ะ ฉันหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้วนะ เพราะมัวแต่ต้องมานั่งแก้ปัญหาที่คุณก่อไว้แท้ๆ” มีนารายังคงยืนนิ่ง มุมปากหยักยิ้มขึ้นทีละน้อย ความรู้สึกอุ่นวาบกระจายซ่านไปทั่วอกจนเกือบจะกลั้นยิ้มไว้ไม่ไหว เธอทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ยื่นมือไปเท้าคางแล้วส่งยิ้มหวานหยดย้อยจนคนมองต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อ “แหม... ปากบอกว่ามาเพราะเรื่องงาน แต่จำเมนูโปรดของฉันได้แม่นยำทุกกระเบียดนิ้วแถมยังจองโต๊ะริมน้ำตัวนี้ไว้อีก นี่สรุปว่าคุณรัญพาฉันมาเลี้ยงข้าว หรือว่าแอบหลงเสน่ห์ฉันจนอยากเดตกับฉันกันแน่คะเนี่ย?” มีนาราแกล้งเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงล้อเลียน ทว่าแววตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความซาบซึ้ง “หลงตัวเองเป็นกิจวัตรเลยนะคะคุณมีนารา ใครเขาจะไปอยากเดตกับคนปากจัดอย่างคุณกัน!” รัญชิตารีบสวนกลับทันควัน ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างถือดีเพื่อรักษาฟอร์ม แต่หูทั้งสองข้างกลับแดงก่ำจนเห็นได้ชัดเจน “ฉันก็แค่... ผ่านมาแถวนี้แล้วบังเอิญหิว ก็แค่นั้นแหละค่ะ เลิกมโนแล้วกินเข้าไปซะ!” อาหารรสเลิศทยอยถูกนำมาเสิร์ฟเต็มโต๊ะ บรรยากาศยามค่ำคืนริมสายน้ำเคล้าคลอด้วยเสียงพูดคุยและรอยยิ้มที่ต่างฝ่ายต่างพยายามซ่อนความรู้สึกเอาไว้ภายใต้การจิกกัดและหยอกล้อตามประสาคู่กัด ความใกล้ชิดที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบทำให้หัวใจของทั้งสองคนสั่นไหวเกินกว่าจะควบคุม ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปรวดเร็วกว่าที่คิด เมื่อมื้อค่ำอันแสนอบอุ่นผ่านพ้นไป รัญชิตาลุกขึ้นหยิบกระเป๋าเตรียมตัวจะเดินไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์ ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับน้ำเสียงคุ้นเคยอันน่ารำคาญก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังร้าน “อ้าวนั่น... คุณรัญชิตา ประธานสาวคนเก่งแห่งบริษัทเอสเคเน็กซ์นี่นา ไม่คิดเลยว่าจะบังเอิญเจอคุณที่ร้านนี้ได้... แล้วก็นั่งอยู่กับคุณมีนาราสะด้วย น่าอิจฉาจังนะครับที่ท่านประธานลงทุนสละเวลามาเลี้ยงข้าวลูกน้องคนสนิทแบบนี้” รัญชิตาและมีนารายชะงักกึกพร้อมกัน ทั้งคู่หันขวับไปมองตามต้นเสียง ร่างสูงโปรดของกรณ์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแววตาคุกคามฉายชัดบนใบหน้าของชายหนุ่ม พร้อมกับสมาร์ทโฟนในมือที่ชูขึ้นมาทำท่าเหมือนกำลังถ่ายรูปอะไรบางอย่าง มีนารานัยน์ตาหรี่แคบลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอ “คุณกรณ์... คุณมาทำอะไรที่นี่?” กรณ์หัวเราะในลำคออย่างผู้มีชัย “ก็แค่มาทานข้าวครับบังเอิญจริงๆ ที่ได้เจอภาพเด็ดๆ แบบนี้... ภาพท่านประธานคนเนี๊ยบ แอบพาหัวหน้าสถาปนิกสาวมาดินเนอร์สองต่อสองในบรรยากาศโรแมนติกริมน้ำแบบนี้ ถ้าภาพนี้หลุดไปถึงมือนักข่าวหรือบอร์ดบริหารคนอื่นๆ สงสัยบริษัทคุณคงได้มีข่าวฉาวหน้าหนึ่งแน่ๆ เลยนะครับว่าไหม?” รัญชิตากัดฟันกรอด แววตาคมกริบตวัดมองกรณ์ด้วยความโกรธกรุ่น เธอก้าวเข้าไปขวางหน้ามีนาราไว้โดยสัญชาตญาณ เอ่ยเสียงเย็นเยียบไร้ความเกรงกลัว “คิดจะเล่นสกปรกอะไรอีกแล้วคะคุณกรณ์?” “ผมไม่ได้เล่นสกปรกสักหน่อยครับคุณรัญ...” กรณ์ยิ้มหยัน ก้าวเข้าไปประชิดใกล้โต๊ะมากขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะถึงตัวรัญชิตา “ผมแค่หวังดีอยากจะเตือนสติว่า... คนที่กำลังเล่นกับไฟอย่างพวกคุณน่ะ กำลังจะโดนแผดเผาจนไม่เหลือซากแล้ว!” พูดจบร่างสูงของกรณ์ก็ยกมือถือขึ้นทำท่าจะกดส่งข้อมูลบางอย่างออกไปอย่างรวดเร็ว มีนาราผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจ รัญชิตาเบิกตากว้างเตรียมจะพุ่งเข้าไปแย่งโทรศัพท์ในมืออีกฝ่าย ทว่าในจังหวะที่เสี้ยววินาทีความเป็นตายของแผนการกำลังจะพังทลายลงนั้นเอง... เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยอย่างยิ่งยวดก็ดังขัดขึ้นจากด้านหลังของกรณ์ ประโยคสั้นๆ เพียงประโยคเดียวที่ทำเอาทุกคนในบริเวณนั้นต้องแข็งค้างราวนั่งอยู่บนกองน้ำแข็ง “ถ้าแกกล้าขยับปลายนิ้วอีกนิดเดียว... ฉันรับรองว่าพรุ่งนี้เช้า แกจะไม่มีแม้แต่แผ่นดินจะซุกหัวนอนในประเทศนี้อีกต่อไป... กรณ์” --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับค่ำคืนดินเนอร์จำยอมของยัยตัวแสบกับท่านประธานคนซึนของเรานะคะ! รักนักอ่านที่สุดค่ะ ♡
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%