รอยเท้าสีโคลนบนแปลงแปลนฉบับจริงคือหลักฐานชิ้นโบแดงที่กรณ์ตั้งใจวางยา เพื่อบีบให้มีนาราตกเป็นแพะรับบาปในข้อหาทำลายทรัพย์สินและทำข้อมูลรั่วไหล บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่เวลานี้จึงคุกรุ่นเสียจนแทบจะจุดไฟติด ดวงตากลมโตของสถาปนิกสาววาวโรจน์ด้วยความโกรธ ไม่ใช่เพราะตกใจกลัว แต่เพราะเกลียดชังความสกปรกในเกมธุรกิจที่อีกฝ่ายงัดขึ้นมาเล่น
“แปลนนี้อยู่บนโต๊ะทำงานของฉันตลอดเวลา จนกระทั่งคุณกรณ์เดินเข้ามาป้วนเปี้ยนแถวนี้เมื่อสิบนาทีที่แล้วนะคะ” มีนาราก้าวเท้าเข้าประชิด พ่นคำพูดด้วยน้ำพักน้ำแรงที่นิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมจนคนฟังหน้าชา “ถ้าตาไม่บอดจนเกินไป ก็น่าจะมองออกนะคะว่ารอยเท้านี้ไซส์ไหน และใครกันแน่ที่มีอภิสิทธิ์เดินเข้าออกโซนนี้ได้ตามอำเภอใจ”
“คุณมีนารา! อย่ามาปรักปรำกันลอยๆ นะครับ หลักฐานทนโท่ว่าคุณทำมันพังคาเท้าตัวเอง!” กรณ์ขึ้นเสียงกลบเกลื่อนความพิรุธ เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผมอย่างปิดไม่มิด
“พอค่ะ!”
เสียงทรงพลังที่ดังขึ้นแทรกกลางวงสนทนาทำเอาทุกคนในห้องสะดุ้ง รัญชิตาก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยท่าทีเยือกเย็นราวกับพายุฤดูหนาว ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารที่เสียหายสลับกับใบหน้าของสองคู่กรณี รัศมีกดดันแผ่ซ่านจนแม้แต่กรณ์ยังต้องหุบปากฉับ
“เรื่องนี้ฉันจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกมุมในชั้นนี้ด้วยตัวเอง ใครทำอะไรไว้... เดี๋ยวก็รู้ค่ะ” รัญพูดเสียงเรียบ แต่สายตาที่ปรายมองมีนารากลับมีความห่วงใยซ่อนอยู่ลึกซึ้งจนคนถูกมองใจกระตุก “ส่วนคุณกรณ์... เชิญกลับไปที่ห้องรับรองก่อนค่ะ อย่ามาเดินเกะกะในพื้นที่ทำงานของคนอื่นอีก”
เมื่อร่างสูงโปร่งของประธานสาวเดินนำออกไปเพื่อสะสางปัญหา มีนาราจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก เธอกลับมาที่โต๊ะทำงานของตัวเองเพื่อเก็บเศษซากความยุ่งเหยิงเข้าที่ พลางกวาดสายตามองกองกระดาษรีพอร์ตที่กระจัดกระจาย
และที่ใต้แฟ้มงานสีดำสนิทนั้นเอง... ปลายกระดาษโพสต์อิตสีชมพูอ่อนก็โผล่พ้นขึ้นมาสะดุดตา
มีนาราขมวดคิ้วเล็กน้อย เอื้อมมือไปดึงแผ่นกระดาษโน้ตแผ่นนั้นขึ้นมาดู ทันทีที่เห็นลายมือหวัดแกมบรรจงบนแผ่นกระดาษ หัวใจเจ้ากรรมก็กระตุกวูบ
*‘อย่ามัวแต่เหม่อทำงานจนลืมกินข้าวกลางวันนะคะ ยุ่งแค่ไหนก็ต้องพัก... ยัยตัวแสบ’*
ข้อความสั้นๆ สั่งงานแกมบังคับถูกเขียนด้วยลายมืออันเป็นเอกลักษณ์ของคนปากร้ายแต่ใจดี และที่มุมล่างขวาของกระดาษ... มีรอยวาดรูปแมวหน้าบึ้งตึง คิ้วขมวดเป็นปม ซึ่งถอดแบบมาจากใบหน้าของรัญชิตาเวลาหงุดหุดไม่มีผิดเพี้ยน!
ภาพจำของประธานสาวคนสวยที่มักจะตีหน้ายักษ์ใส่เธอทุกครั้งที่เจอ ลอยเข้ามาซ้อนทับกับภาพเจ้าแมวหน้าบึ้งบนกระดาษโน้ต รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของสถาปนิกสาวอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างประหลาด ยัยท่านประธานคนซึน... ปากบอกว่าเกลียดนักหนา แต่กลับแอบเอาโพสต์อิตมาแปะสั่งข้าวให้เธอเนี่ยนะ?
“แหมๆ ยิ้มแก้มจะปริขนาดนั้น อ่านข้อความใครอยู่เหรอคะคุณมีนารา”
เสียงกระซิบกระซาบของพิมที่เดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามาพอดี ทำเอาสถาปนิกสาวรีบซุกกระดาษโน้ตแผ่นนั้นลงในกระเป๋าเสื้อกาวน์แทบไม่ทัน พวงแก้มใสขึ้นสีระเรื่อโดยอัตโนมัติ
“ไม่มีอะไรสักหน่อย พิมตาฝาดไปแล้วค่ะ” มีนาราแก้ตัวเสียงสูง กลบเกลื่อนความเขินอายด้วยการสะบัดหน้าหนี
“ตาฝาดเหรอจ๊ะ? แต่ฉันเห็นรอยยิ้มเธอกว้างไปถึงใบหูแล้วนะยะ ยัยท่านประธานสุดเนี๊ยบคนนั้นคงไม่ได้ทิ้งหลักฐานความคลั่งรักไว้อีกใช่ไหมล่ะ” พิมหรี่ตามองอย่างรู้ทัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จุดขึ้นบนใบหน้าเพื่อนสนิท
“เพ้อเจ้อใหญ่แล้วค่ะ ทำงานต่อได้แล้ว เดี๋ยวโดนยัยยักษ์นั่นมาเฉ่งอีกรอบหรอก” มีนาราตัดบทก่อนจะเดินหนีไปหยิบแบบร่างที่เหลือ ทว่าในใจกลับเต้นรัวเป็นจังหวะแปลกๆ ความอบอุ่นจากข้อความในกระดาษโน้ตใบเล็กยังคงวนเวียนอยู่ในความรู้สึก
ช่วงบ่ายแก่ๆ บรรยากาศในออฟฟิศเริ่มเงียบสงบลงเมื่อพนักงานทยอยกลับกันเกือบหมด มีนารานั่งเคลียร์แบบแปลนตัวใหม่ที่โต๊ะทำงานจนดวงตาเริ่มล้า เธอวางปากกาลงแล้วนวดขมับเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระดาษโพสต์อิตรูปแมวหน้าบึ้งขึ้นมาพลิกดูอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม
*ก๊อกๆ*
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ดังขึ้น ก่อนที่ร่างสูงสง่าของรัญชิตาจะก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว สีหน้าของประธานสาวยังคงเรียบเฉย แต่แววตาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อกวาดมองมาที่เธอ
“ยังไม่กลับอีกเหรอคะ ดึกมากแล้วนะ” รัญเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้แข็งกระด้าง แต่คนฟังกลับสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่
“กำลังจะกลับแล้วค่ะ... ท่านประธานล่ะคะ ตรวจกล้องวงจรปิดเสร็จแล้วเหรอ ถึงได้ว่างมาเดินตรวจออฟฟิศป่านนี้” มีนาราแกล้งเย้า หยิบกระดาษโน้ตในมือซ่อนไว้ด้านหลังพลางส่งยิ้มกวนๆ ไปให้
รัญชิตาชะงักไปนิดเมื่อเห็นรอยยิ้มพราวระยับในดวงตากลมโตนั้น ใบหน้าเนียนสวยขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็วเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเผลอทำอะไรลงไปในโพสต์อิตแผ่นนั้น
“ฉัน... ฉันแค่มารูดตรวจความเรียบร้อยของบริษัทค่ะ ไม่ได้มาเดินดูคุณสักหน่อย!” รัญปฏิเสธเสียงแข็ง รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนพิรุธ
“อ๋อเหรอคะ นึกว่ามาเดินตามหาเจ้าของกระดาษแผ่นนี้ซะอีก” มีนาราแกล้งก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ชูแผ่นโพสต์อิตรูปแมวหน้าบึ้งขึ้นมาตรงหน้า “แมวตัวนี้หน้าตาคุ้นๆ นะคะ เหมือนใครแถวนี้ไม่มีผิดเลย”
“คะ... คุณมีนารา!” รัญตาดาวกระจาย หน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู มือบางเอื้อมจะคว้ากระดาษแผ่นนั้นคืน แต่มีนาราไวกว่า ถอยหลังหลบพร้อมกับหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี
“ยอมรับมาเถอะค่ะว่าแอบเป็นห่วงฉัน ยัยท่านประธานคนซึน”
รัญชิตากัดริมฝีปากแน่นด้วยความเขินอายผสมความหมั่นไส้ ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าทะเล้นของสถาปนิกสาวที่อยู่ห่างกันแค่เอื้อม ก่อนที่ความอดทนจะหมดลง ร่างสูงจึงตัดสินใจก้าวเข้าไปประชิดตัวรวดเร็ว ใช้มือเรียวบางคว้าข้อมือเล็กของมีนาราไว้ไม่ให้ถอยหนี พร้อมกับโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน
ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ใกล้แค่คืบทำเอาหัวใจของมีนารากระตุกวูบ รอยยิ้มซุกซนบนใบหน้าหายวับไปทันที แทนที่ด้วยความตื่นเต้นระรัวที่ตีตื้นขึ้นมาในอก
“ถ้ายังปากเก่งอีก... ฉันจะลงโทษคุณด้วยวิธีที่คาดไม่ถึงแน่ค่ะ มีนารา” รัญกระซิบเสียงพร่าชิดริมหิมฝีปากของเธอ แววตาคลั่งรักที่ปิดไม่มิดสะท้อนอยู่ในความมืดสลัวยามค่ำคืน
ทว่าในวินาทีที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงฝีเท้ารat-a-tat ของใครบางคนก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากทางเดินด้านนอก... พร้อมกับประตูห้องที่ถูกผลเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาท!
“คุณรัญครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักของบริษัทถูกเจาะข้อมูล!”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 14
ความลับในกระดาษโน้ต
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!